ตอนที่ 202
บทที่ 592 สถานการณ์ใหม่ที่ดีขึ้นอย่างกะทันหัน
October 28, 2026
เมืองชางหลานที่อยู่เบื้องหน้ามีแต่ความเงียบเหงา ซูหวางฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นๆไม่ได้สังเกต แอบคลานลุกขึ้นมาจากบนพื้น
ค่ายโคจรดาราบูมที่เกิดระเบิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อครู่ นำบรรดาลูกศิษย์ของทั้งสามสำนักใหญ่กำจัดทิ้งไปจำนวนมาก โชคดีที่ผลบำเพ็ญตนของเขาเป็นเทพเสวียน พอฝืนต้านทานเอาไว้ได้ ตอนนี้ยังมีแรงหลงเหลืออยู่อีกนิดหน่อยเพื่อใช้สำหรับหลบหนี
ในขณะตอนที่เขากำลังคิดว่าตนเองสามารถหนีจากความตายได้ ได้ยินเสียงฝ่าทะลุลมเสียงหนึ่งดังลอยมาจากทางด้านหลัง จากนั้นก็เจ็บบริเวณทรวงอกทันที เมื่อเขาก้มหน้าลงไปมอง ถึงพบว่ากระบี่ยาวเล่มหนึ่งทะลุผ่านบริเวณทรวงอก
ค่ายโคจรดาราบูมที่ถูกทำลายเมื่อครู่ พลังเสวียนสั่นสะเทือนค่อนข้างรุนแรง โชคดีที่มีโม่เฟิงปกป้องเอาไว้อย่างสุดกำลังทั้งหมด ซูยี่ถึงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระบี่นั้นเมื่อสักครู่เป็นเขาที่แทงออกไป
ซูหวางมองกระบี่ยาวเล่มนั้น กระบี่ยาวแทงเข้าไปในหัวใจ ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตกำลังผ่านไปเหมือนสายน้ำที่ไหลอย่างต่อเนื่อง ท้ายสุดบนใบหน้ามีความสับสนปรากฏให้เห็นเล็กน้อย
“เจ้า......”
ใบหน้าของซูยี่เคร่งขรึมเย็นชา นึกถึงท่านพ่อของตนเองที่ปะทะกับข้าศึก เมื่อคิดโยงไปถึงเชียนหลีตลอดเส้นทางที่ลากพวกเขาจากโลกธุลีมาจนถึงจงอวี้ ซูยี่รู้สึกเพียงแค่หัวใจเหมือนกับถูกกดทับด้วยภูเขาลูกใหญ่ลูกหนึ่ง ความกลัดกลุ้มและเจ็บปวดทรมานอย่างรุนแรงทำให้เขาขบกรามเอาไว้แน่น
“ซูหวาง เจ้าสมควรตาย!”
ซูหวางแววตาสั่นไหว: “ข้า......แต่ไหนแต่ไรมาข้าไม่เคยคิดว่า......จะตายด้วยน้ำมือของพวกเจ้าพี่น้องสองคน......”
ก่อนหน้านี้ตอนที่ออกจากด่านจะไปปราบปรามเมืองชางหลาน ในใจเต็มไปด้วยความทะเยอะทะยาน แต่นึกไม่ถึงอย่างเด็ดขาดว่า เทพเสวียนที่สง่างามเช่นเขาคนหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็พ่ายแพ้ให้แก่ผู้ที่ไม่ได้เหยียบย่ำเข้าสู่เส้นทางฝึกตนมาเป็นเวลานาน หรือว่านี่ก็คือชีวิตอย่างงั้นหรือ?
“ไม่......ซูยี่ ข้าไม่ได้พ่ายแพ้แก่พวกเจ้าทั้งสองคน แต่พ่ายแพ้ให้แก่ฉู่เชียนหลี......ถ้าหากไม่มีนาง พวกเจ้าสองคนพี่น้องจะนับว่ามีปัญญาอะไร? ตอนนี้แล้ว......ไม่แน่ว่าฉู่เชียนหลีก็อาจจะตายในไม่ช้านี้แล้ว ถึงเวลานั้น ยังมีผู้ใดสามารถปกป้องพวกเจ้าพี่น้องได้?”
ซูยี่นึกถึงรังไหมแสงสองอันนั้นที่เพิ่งจะเห็นเมื่อครู่ นึกถึงเชียนหลีที่อาจจะประสบกับเคราะห์ร้าย ใจราวกับถูกมีดแทงทันที เขานำกระบี่ยาวในมือดึงออกมาอย่างรุนแรง ภายในดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหารที่พลุ่งพล่าน
“ที่เจ้าพูดมาไม่ผิด ที่พวกข้าสองคนมีวันนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะเชียนหลี นี่มิใช่ว่าอย่างไรก็ต้องขอบใจเจ้าหรอกหรือ? ถ้าหากมิใช่เป็นเพราะเจ้าขับไล่ท่านพ่อของข้าไปยังโลกธุลี ถ้าเช่นนั้นน้องสาวของข้าก็คงจะไม่ต้องออกเรือนไปกับมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งของโลกธุลี ก็คงจะไม่มีเชียนหลีเช่นกัน เมื่อดูจากทั้งหมดทั้งมวลแล้ว อย่างไรเสียก็ควรจะเป็นคำพูดประโยคนั้นจริงๆ ความยุติธรรมของสวรรค์นั้นชัดเจน ผู้ทำชั่วย่อมได้รับความชั่ว!”
ดวงตาของซูหวางเบิกกว้าง ในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นและไม่ยิมยอม ค่อยๆล้มลงไปบนพื้นอย่างช้าๆ
เมื่อซูยี่เห็นว่าเขาได้สูญเสียพลังชีวิตทั้งหมดไปแล้ว ค่อยๆถอนหายใจออกมา
ความแค้นที่อัดอั้นอยู่ภายในหัวใจมาหลายปีในที่สุดก็ได้แก้แค้นแล้ว แต่ทว่าภายในใจของเขากลับไม่ได้ผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย
ซูยี่ไม่มองซูหวางอีก หันหลังกลับไปรีบมุ่งก้าวเดินไปทางตำแหน่งที่ฉู่เชียนหลีอยู่
ขอสวรรค์ได้โปรดคุ้มครอง เชียนหลีจะต้องแคล้วคลาดปลอดภัยถึงจะดี
ในขณะเดียวกัน โม่หลีก็ตื่นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ทันทีที่จิตสำนึกฟื้นคืน ก็ร้องอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจอย่างทำอะไรไม่ถูก:
“แม่นางน้อย!”
ผู้อาวุโสมองไป สีหน้าซับซ้อนอย่างไม่เคยมีมาก่อน เหตุใดจึงนึกไม่ถึง นึกไม่ถึงว่าจ้าวเซียนที่ก่อนหน้านี้เอ่ยถึงหลายครั้งหลายคราก็คือโม่หลี
โม่หลีเห็นรังไหมแสง รีบยื่นมือออกไปสำรวจ แต่กลับถูกลำแสงดีดออกมาทันที
“พลังของดารามากมายถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงรวมตัวกันอยู่ที่นี่ไม่สลายหายไป?”
ไม่ปกติ ไม่ปกติยิ่งนัก!
ในตอนนี้เอง สาวน้อยในชุดสีเขียว ด้านบนศีรษะมีมวยผมอยู่สองจุก กำลังใช้เถาวัลย์ลากหอคอยสูงสีขาวขนาดมหึมาลูกหนึ่ง วิ่งเสียงดังโครมครามมาตลอดทาง ทุกหนทุกแห่งที่ไปถึง ฝุ่นควันที่ตลบขึ้นมาจากพื้นดินที่ไล่ตามหลัง
“โฮกโฮก นายท่านท่านรีบมาดูเร็วเข้า เจ้าชมพูนำของขวัญมามอบให้แก่ท่าน!”
การเคลื่อนไหวรุนแรงมากเกินไป ทุกคนต่างพากันหันไปมองอย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็อึ้งไปทันที
“สาวน้อยผู้นี้คือ?”
“ข้าทราบ นางเรียกท่านฉู่ว่านายท่านมาโดยตลอด อย่ามองว่าอายุน้อย แต่ทว่าความสามารถกลับมุทะลุดุดันและโหดร้ายยิ่งนัก องครักษ์ทั้งหมดในเมืองชางหลานต่างก็ได้รับการบังคับบัญชาจากนาง แม้แต่ผู้ฝึกตนที่วันๆเอาแต่ทำตัวเอ้อระเหยลอยชายบนถนนใหญ่เหล่านั้นล้วนไม่มีการปล่อยปละละเลย ให้รวมกลุ่มกันกลายเป็นกองทัพ ชี้ไปที่ไหนโจมตีที่นั่น เก่งกาจยิ่งนัก”
“หอคอยสูงที่นางกำลังลากอยู่ในมือเหตุใดจึงคุ้นตาเช่นนี้กัน?”
“ถ้าหากฝุ่นละอองด้านบนน้อยลงอีกสักนิด จะดูเหมือนกับหอคอยดาราสีขาวที่สร้างอยู่บนยอดสูงสุดของสำนักเทียนจีลูกนั้นเป็นอย่างยิ่งเลยใช่หรือไม่?”