ตอนที่ 130
บทที่ 130 คนในโลกอนาคต
October 21, 2026
บทที่ 130 คนในโลกอนาคต
กงชิงวี่เปลี่ยนน้ำไปหลายครั้ง และเรียกให้คนไปเตรียมยาลดไข้ให้นาง
หลังจากดื่มยาอันหลิงหยุนก็ยังคงมีไข้ กงชิงวี่อุ้มไปยังบนเตียงและกอดนางเอาไว้ จนกระทั่งผ่านพ้นไปตลอดคืน ไข้ของนางจึงทุเลาลง
แต่ในตอนเช้า สีหน้าของกงชิงวี่กลับดูดำคล้ำอย่างยิ่ง อันหลิงหยุนนึกไปว่าเป็นเพราะเรื่องของพวกถางเหอ
หลังอาหารเช้ากงชิงวี่ก็เอ่ยถาม "ซูมู่หลงข้าไม่เคยพบมาก่อน ในเมืองหลวงก็ไม่เคยได้ยินคนชื่อนี้ พระชายาแนะนำให้ข้าได้พบหน่อยดีหรือไม่”
มือของอันหลิงหยุนสั่น นางแทบจะกลืนอาหารไม่ลง นางเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าเย็นชาของกงชิงวี่ จากนั้นจึงเอ่ยตอบอย่างอึดอัด “หากข้าเล่า ท่านจะเชื่อหรือไม่?”
""พระชายาไม่เล่า ตัวข้าจะรู้ได้กระไรว่าเชื่อหรือไม่?”
เป็นครั้งแรกที่อันหลิงหยุนเจอกับคนที่ยากจะรับมือเช่นนี้ เมื่อคิดดูแล้วก็เห็นว่าตนสมควรจะทานอาหารเสียก่อน ทานเสร็จค่อยเล่าจะดีกว่า
“พระชายาช่างไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาจริงๆ” กงชิงวี่วางตะเกียบในมือลงและหยุดทาน
อันหลิงหยุนทานเสร็จจึงค่อยลุกขึ้น
“ท่านอ๋อง พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะ" อันหลิงหยุนไม่มีอะไรทำ แต่ร่างกายของนางเพิ่งจะฟื้นฟู นางอยากจะออกไปเดินเล่นแต่กลับทำให้กงชิงวี่เป็นกังวล
ใบหน้าที่แต่เดิมมืดมน มาในตอนนี้กลับดูนุ่มนวลขึ้นมาหลายส่วน “เพิ่งจะดีขึ้น จะออกไปทำอะไร?”
“ท่านอ๋อง เป็นหวัดต้องออกไปเดินเล่นบ้างจึงจะถูกต้อง" อันหลิงหยุนมองไปที่หงเถาและลุ่ยหลิวที่นำเสื้อคลุมขนสัตว์มาให้ นางสวมมันไว้และเดินออกไปข้างนอก
อากาศเริ่มอบอุ่น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสวมใส่มากจนเกินไป แต่เนื่องจากอาการป่วยของนาง ยังคงต้องใส่ให้มากหน่อยอยู่บ้าง
กงชิงวี่สวมเสื้อขนอ่อนและตามออกไป เมื่อถึงประตูอันหลิงหยุนก็จับมือของกงชิงวี่เอาไว้ และต้องการที่จะเดินไปพร้อมๆ กับเขา
กงชิงวี่พลิกมือมากุมนางเอาไว้ จากนั้นจึงปล่อยแขนเสื้อลงเพื่อปกปิดมือของพวกเขา
อากาศยังหนาวแต่เนื่องจากแขนเสื้อของเขามีขนสัตว์ปกคลุมอยู่ ดังนั้นเมื่อปล่อยมันลงมาปกคลุมจึงอบอุ่นขึ้นมา
อันหลิงหยุนก็ไม่รู้ว่าเช่นกันแขนเสื้อของเขาทำมาจากหนังอะไร แต่มันให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่ง บวกกับมือของเขาที่ร้อนผ่าว ดังนั้นนางจึงไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป
เมื่อออกจากจวนอ๋องเสียนทั้งสองก็เดินมุ่งหน้าไปยังจวนแม่ทัพ อันหลิงหยุนคิดจะกลับไปดูที่จวนสักหน่อย
ร่างกายของนางอ่อนแอ ระบบร่างกายยังไม่ทำงาน ดังนั้นยามนางเดินจึงไม่ค่อยกระฉับกระเฉงนัก
กงชิงวี่เอ่ยถาม "ไม่นั่งรถหรือ?”
“ไม่นั่ง ข้าอยากเดินเล่นๆ ท่านอ๋องมิใช่อยากรู้เรื่องของคนผู้นั้นหรอกหรือ หากหม่อมฉันนั่งรถ ยังไม่ทันได้เล่าจบก็คงจะไปถึงที่หมายแล้ว คงยากที่จะกลับ?”
ใบหน้าของกงชิงวี่เย็นชา "ทั้งคืนพระชายาเอาแต่เรียกชื่อเขา หรือเจ้าอยากจะให้ข้าอกแตกตาย?”
“ท่านอ๋อง ท่านช่วยหยุดเอาเรื่องความตายไปแขวนไว้ที่ปากเสียทีได้หรือไม่ การตายดีขนาดนั้นเลยหรือ?”
บางทีนางอาจจะไม่ได้รักกงชิงวี่ แต่อย่างน้อยนางก็ไม่ได้รังเกียจ ร่างกายของนางก็เข้ากับเขาได้ดีเช่นกัน
กงชิงวี่ดีกับนางไม่น้อย เรื่องใหญ่โตเช่นเมื่อวานเกินขึ้นแต่เขาก็ไม่ได้จัดการอะไรนาง
หากเขาไม่แต่งพระชายารอง นางก็จะไม่จากไปไหน
ถึงแม้อารมณ์ของเขาจะรุนแรงไปบ้าง แต่นางก็ไม่ได้รังเกียจ
“ข้าก็แค่โมโหเท่านั้น” กงชิววี่เองก็มีท่าทีอ่อนลง อันหลิงหยุนอิงเขาเอาไว้ นางเดินไปอย่างช้าๆ และเริ่มเอ่ยถึงโลกใบนั้น
“ท่านอ๋องท่านเชื่อหรือไม่ว่าพอคนเราตายแล้วจะไปอยู่ที่อีกโลกหนึ่ง?” อันหลิงหยุนเอ่ยถาม
กงชิงวี่ตอบ "ไม่เชื่อ"
“ท่านอ๋อง มีสถานที่หนึ่งที่เรียกว่าโลกอนาคต ท่านจำหนังสือเล่มนั้นที่ข้าเอ่ยกับท่านได้หรือไม่?”
“จำได้”
“อืม ในโลกอนาคต ผู้คนสวมใส่ กินอาหาร ต่างจากที่นี่ ทุกคนเป็นผู้คนเหมือนกันแต่ไม่มีฮ่องเต้ มีเพียงผู้นำ อีกทั้งประชาชนก็คือเจ้าของประเทศ....”