ตอนที่ 1148
บทที่ 1149 รนหาที่ตาย
October 22, 2026
หลิ่วอินถงโมโหจนแทบบ้า
มาถึงตอนนี้แล้ว เขายังคิดถามคำถามเช่นนี้ออกมาได้อีกหรือ!?
“ข้าบอกให้เจ้าสั่งมันให้หยุดไงเล่า! เจ้าฟังไม่ได้ยินหรือไง!?”
หลิ่วอินถงยิ่งขึ้นเสียงสูงมากกว่าเดิม ฟังแล้วระคายหูนัก
ฉู่หลิวเยว่พลันเผยสีหน้าขอโทษขอโพยออกมา
“ศิษย์พี่หลิ่วขอรับ ว่ากันตามจริงแล้วนี่เป็นการแข่งขันระหว่างพวกมัน คนนอกห้ามสอดมือเข้าไปยุ่ง อีกอย่างแต่ไหนแต่ไรมาถวนจื่อก็มีนิสัยฉุนเฉียวง่าย บ่อยครั้งกระทั่งข้าเองยังกล่อมมันไม่อยู่ ถ้าหากการแข่งครานี้ยังไม่จบ ข้าคิดว่า…มันคงไม่ฟังคำเตือนหรอกขอรับ”
ท้ายที่สุดแล้ว กล่อมไม่อยู่หรือว่าไม่คิดกล่อม ทุกคนล้วนรู้แจ้งชัดในใจดี
นี่เป็นการบังคับกลายๆ ให้หลิ่วอินถงยอมแพ้เสียแต่เนิ่นๆ!
หลิ่วอินถงไฉนเลยจะมองไม่ออก?
เพราะแบบนั้นนางจึงโมโหเสียจนสั่นไปทั้งตัว ดวงตาทั้งสองข้างที่ประหนึ่งว่าลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะก็มิปานจับจ้องไปยังฉู่หลิวเยว่อย่างเอาเป็นเอาตาย
“ฉู่เยว่ เจ้าบังอาจนักนะ!”
ฉู่หลิวเยว่แสร้งทำว่าไม่ได้ยินคำขู่ที่แฝงอยู่ในคำพูดของนาง สีหน้าเรียบเฉยมิได้เอ่ยตอบโต้กลับไป
ส่วนถวนจื่อที่อยู่บนสนามก็กำลังเล่นสนุกอย่างสำราญเบิกบานใจ สายตามิได้ปรายมองมาทางนี้เลยแม้แต่น้อย
กรงเล็บของมันโบกตวัดอย่างบ้าคลั่ง ถอนเอาขนทั้งหมดบนร่างของกษายะหางวายุตัวนั้นออกมาจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ
ถูกกระทำให้อับอายขายขี้หน้าเช่นนี้ เจ้ากษายะหางวายุตัวนั้นจะไปรับไหวได้อย่างใด?
อย่างใดเสีย สภาพของมันในตอนนี้ก็มีบาดแผลเต็มทั่วร่าง ดูอย่างใดก็ไม่ใช่คู่มือของถวนจื่อเลยสักนิด มันหายใจเฮือกสุดท้ายด้วยกำลังจะตาย กระทั่งแรงกายจะขัดขืนก็ไม่มีเหลือ ทำได้แค่นอนตะแคงศีรษะให้ถวนจื่อทรมานทารุณมันจนสมใจอยาก
ดูไปแล้ว ภาพฉากนี้ช่างวิปริตพิกลโดยแท้
หลิ่วอินถงหัวเราะเสียงเย็นเยียบออกมา ก่อนจะหมุนกายเดินไป
“ประเสริฐนัก! ในเมื่อเจ้าไม่ยอมบอกให้มันหยุด เช่นนั้น…ข้าจะไปพามันกลับมาเอง!”
“ทันทีที่ศิษย์พี่หลิ่วก้าวขึ้นลานประลอง ก็จะถือว่าท่านยอมแพ้โดยสมัครใจนะขอรับ”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
ก้าวของหลิ่วอินถงหยุดชะงัก
ไอเย็นเยียบสายหนึ่งปรากฏขึ้น บรรยากาศทั้งมวลราวกับว่ากำลังจับตัวกันเป็นเยือกแข็งทีละน้อย!
เงียบกริบ
สายตาของทุกคนที่เหลือบมองไปยังฉู่หลิวเยว่นั้นราวกับกำลังมองดูคนบ้าอยู่ก็มิปาน
เจ้าเด็กนี่มันไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าเอ่ยขัดหลิ่วอินถงเช่นนี้!?
“เฮอะ!”
หลิ่วอินถงแค่นหัวเราะเสียงเย็น เสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นราวกับว่าลอดออกมาทางไรฟันก็มิปาน
“แข่งครานี้ถือว่าเจ้าชนะ! เพราะงั้นบอกให้เจ้าสัตว์ร้ายนั่นของเจ้าหยุดมือได้แล้ว!”
ฉู่หลิวเยว่เชิดหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ดวงหน้าที่เดิมทีสุภาพและเป็นมิตรพลันฉาบไปด้วยความเย็นชาอันชวนให้รู้สึกเย็นวาบ
“ศิษย์พี่หลิ่วขอรับ ขอให้ท่านถอนคำพูดประโยคหลังด้วย มิเช่นนั้น ข้าเองก็ไม่กล้ารับประกันว่าวันนี้ ‘สัตว์ร้าย’ ตัวนั้นของท่านจะมีชีวิตรอดกลับไป”
นางเอื้อนเอ่ยอย่างเชื่องช้า ดังนั้นบรรดาผู้คนจึงล้วนได้ยินคำทุกคำชัดเจนเต็มสองหู
ดวงหน้าของเด็กหนุ่มยังคงมีเค้าลางของความอ่อนเยาว์ ทว่าทุกคำทุกประโยคที่พูดออกมากลับเด็ดขาดและหนักแน่นประหนึ่งแฝงไปด้วยพลังหลายพันจวิน!
หลิ่วอินถงเดิมคิดจะเอ่ยปากตอกกลับไป ทว่าเมื่อได้สบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทดุจบ่อน้ำลึกไร้จุดสิ้นสุดที่แสนเย็นยะเยือกคู่นั้น นางกลับตัวสั่นเทาขึ้นมาโดยพลัน
ในใจของนางพลันบังเกิดความยุ่งเหยิงไร้ชื่อเรียก คำด่าทอหยามเหยียดมากมายในลำคอถูกกลืนกลับลงไป
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง นางก็หันศีรษะกลับมาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“ข้ายอมแพ้แล้ว!”
นี่เป็นการ ‘ยอมจำนน’ ขั้นสุดที่หลิ่วอินถงสามารถทำได้
แน่นอนว่าหากพูดตามหลักการแล้ว การ ‘อ่อนข้อ’ หรือการ ‘ก้มศีรษะ’ นั้นจะเหมาะสมยิ่งกว่า
สีหน้าของกงเซิ่งและคนอื่นต่างก็ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดสั้นๆ ได้
พวกเขาคุ้นเคยกับหลิ่วอินถงอย่างมาก ย่อมรู้ว่าการที่นางต้องมาพูดเช่นนี้กับศิษย์น้องที่เพิ่งเข้าสำนักมา สำหรับนางแล้วถือเป็นความอัปยศอย่างใหญ่หลวง!
ทว่า…ในสถานการณ์ตรงหน้าเช่นนี้จะยังเหลือหนทางอื่นใดให้อีกเล่า?
อสูรศักดิ์สิทธิ์ในครอบครองของตนกำลังจะถูกผู้อื่นฆ่าตายอยู่รอมร่อ!
ยังต้องสนใจอันใดอย่างอื่นอีกหรือ?
“ถวนจื่อ”
ฉู่หลิวเยว่พลันเอ่ยปาก
“กลับมาได้แล้ว”
ถวนจื่อถึงได้ซัดร่างใกล้ตายของกษายะหางวายุตัวนั้นออกไป ก่อนจะบินตามไปใช้กรงเล็บกระทืบลงบนหน้าของมันครั้งหนึ่งอย่างโหดเหี้ยม!
เหอะ!
คิดจะเอาพลังสายเลือดของข้าไปอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!
เจ้ากษายะหางวายุตัวนั้นนอนแหงนศีรษะ ก่อนจะสลบเหมือดไปในท้ายที่สุด
สีหน้าของหลิ่วอินถงซีดเผือด สายตาที่นางตวัดมองถวนจื่อประหนึ่งดาบเหล็กคมกริบ!