ตอนที่ 2008
บทที่ 2014 เทพสังหาร
October 22, 2026
………………..
ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาคนทั้งสาม คนหนึ่งเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ อีกสองคนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูง!
ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์สามคนเข้าประมือกับเขาพร้อมกัน เขาเองก็แทบจะเอาชนะได้อย่างแน่นอน
แต่ว่า…
ในบรรดาทั้งสามคนนี้ หากตัดเชียงหว่านโจวออกไป คนที่เหลืออยู่คนหนึ่งก็คือฉู่หลิวเยว่ ส่วนอีกคนหนึ่งคือหรงซิว!
ทั้งสองคนนี้ต่างมิอาจจัดการได้ด้วยง่ายทั้งคู่!
ท่ามกลางสะเก็ดไฟและประกายอัสนี ปราณกระบี่ของฉู่หลิวเยว่ก็ตวัดฟาดลงมา!
มั่วสือเชียนมิอาจหลบหลีกได้ทัน จึงจำต้องเลือกประมือซึ่งหน้า!
เขาสะบัดข้อมือคราหนึ่ง หมอกดำที่อยู่รอบตัวก็หลอมรวมเข้ากลายเป็นดาบยาวเล่มหนึ่ง!
ดาบยาวเล่มนั้นแข็งไปทั้งเล่ม ล้อมรอบด้วยประกายแสงดำมืด บนตัวดาบทอประกายแดงโลหิตออกมาจางๆ ที่ลากเชื่อมต่อกันดูราวกับลวดลายอันใดบางอย่าง
เคร้ง!
คนทั้งสองเข้าโรมรันพันตู!
ชิ้ง…
เสียงอาวุธมีคมเข้าเสียดสีกันดังลั่น!
สะเก็ดประกายไฟกระจายไปทั่วสี่ทิศในชั่วขณะ!
พละกำลังอันแข็งแกร่งทำเอาง่ามมือของฉู่หลิวเยว่สั่นระริกจนเหน็บชา
นางจ้องมองลวดลายบนดาบยาวเล่มนั้นของมั่วสือเชียน ก่อนพบว่ามันคือสัญลักษณ์ของถ้ำปีศาจทมิฬ!
“เดิมทีข้าคิดอยู่เลยว่าต้องใช้วิธีการใดถึงจะล่อให้เจ้าออกมาจากท่าเรือดอกท้อได้ คิดไม่ถึง… ว่าเจ้าจะมาด้วยตัวเอง!”
มั่วสือเชียนแค่นหัวเราะเย็นเยียบ ก่อนจะพลิกฝ่ามือกวัดแกว่งดาบ!
ยามเขาเคลื่อนไหว ช่องว่างของบริเวณโดยรอบล้วนบิดเบี้ยวตามการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว!
รอยแยกช่องว่างสีดำเส้นหนึ่งพลันฉีกขาดลงเบื้องหน้าของฉู่หลิวเยว่!
สีหน้าของนางพลันแข็งทื่อ เปลวเพลิงสีทองอร่ามเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นหงส์ทองคำขนาดมหึมาตัวหนึ่งอย่างรวดเร็ว!
ฉู่หลิวเยว่หย่งตัวกระโดดเคลื่อนหลบไปอยู่ด้านหลังของถวนจื่อ
พรึ่บ…
ถวนจื่อสยายปีกออกกว้าง!
ความคิดในหัวของฉู่หลิวเยว่พลันแล่นพล่าน!
เมื่อครู่นี้นางเพียงทำไปเพื่อทดสอบพลังของมั่วสือเชียนเท่านั้น
เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์!
ทั้งยัง… บุกทะลวงถึงระดับสูงสุดแล้วอย่างแน่นอน!
ก่อนหน้านี้ฉู่หลิวเยว่เคยประมือกับอี้เหวินเทามาแล้ว
ตัวอี้เหวินเทาก็ถูกยอมรับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นในหมู่ผู้แข็งแกร่งด้วยกันภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่
แต่มั่วสือเชียนที่อยู่เบื้องหน้าแข็งแกร่งกว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า!
ลำพังพึ่งแค่พลังของตัวนางเองย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย
การโจมตีเมื่อครู่ นางใช้พลังไปแปดส่วน แต่กลับสร้างบาดแผลให้มั่วสือเชียนมิได้เลย
ที่วันนั้นนางเอาชนะอี้เหวินเทาได้ เพราะสถานที่ เวลา คนพรักพร้อม ทุกอย่างเอื้ออำนวย แต่วันนี้มันไม่เหมือนกัน
ที่นี่… เป็นอาณาเขตของมั่วสือเชียน!
ในตอนที่มั่วสือเชียนคิดจะไล่ตามต่อนั่นเอง พลันมีลมหนาวปราดหนึ่งพัดเข้าโจมตีจากด้านหลัง!
ในใจของเขารู้ว่าไม่ดีแน่ จึงรีบหันกายกลับไปมองทันที!
ด้ายสีทองเส้นบางเบาเส้นหนึ่งพุ่งเข้าเกี่ยวรัดดาบยาวในมือของเขาอย่างรวดเร็ว!
กิ๊ง!
หรงซิวดึงข้อมือกลับ ด้ายสีทองเส้นนั้นพลันรัดแน่นขึ้นมาทันใด!
เสียงระเบิดกัมปนาทอันรุนแรงดังขึ้นมา
เป็นหรงซิวที่ใช้นิ้วชี้กดลงบนด้ายสีทอง ก่อนจะดีดมันอย่างรุนแรง!
เส้นด้ายสีทองสั่นไหวระรัว ทำให้ดาบเล่มยาวที่เชื่อมติดกันอยู่ได้รับผลจากพลังอันน่าหวาดหวั่นที่แผ่ขยายออกมา ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา!
…
การต่อสู้กลางอากาศนั้นเกิดแรงระเบิดปะทะอย่างรุนแรง
บรรดาฝูงชนที่จับตามองการต่อสู้ต่างตะลึงงันจนนิ่งค้างอยู่กับที่
ในตอนนั้นเอง ปฏิกิริยาตอบสนองของโต้วหมิ่นกลับไวอย่างยิ่ง
ยามเห็นว่าคนเหล่านั้นลงมือต่อสู้กันแล้ว เขาก็แผดเสียงตะโกนออกไปอย่างดุดัน
“ทุกคนฟังคำสั่ง! ลงมือกำราบเจ้าสามคนนั้นเดี๋ยวนี้!”
พูดจบ เขาก็ทะยานนำหน้าพุ่งไปก่อน!
แม้ว่าท่านเจ้าสำนักจะมีพลังกล้าแกร่ง แต่การถูกคนล้อมโจมตีในอาณาเขตของตัวเองจะอย่างใดก็อภัยให้ไม่ได้
ทว่าเขายังไม่ทันไปถึงจุดหมาย หรงซิวก็สะบัดชายเสื้อคลุมคราหนึ่ง
ตูม!