ตอนที่ 2024
บทที่ 2031 จงรักภักดี
October 22, 2026
………………..
เชียงหว่านโจวเอ่ย
“ไม่มีอันใด”
ถวนจื่อมุ่ยปาก แล้วก็กลืนวาจาที่เหลือลงไป
นางเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง มองออกว่าเชียงหว่านโจวคล้ายจะไม่อยากสนทนาเรื่องนี้เพิ่มอีก จึงไม่ได้คิดจะถามต่อให้มากความ
ถึงอย่างใดก็ยังมีเวลาและโอกาสที่จะรู้ในภายหลัง
“อาเยว่!”
ถวนจื่อโผเข้าไปหาฉู่หลิวเยว่อย่างยินดีปรีดา
อายุของนางยังน้อยอยู่ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยลักษณะของเด็กอยู่หลายส่วนไม่มากก็น้อย พื้นที่ในหัวใจนอกจากฉู่หลิวเยว่แล้ว ก็ใส่คนอื่นเอาไว้ไม่ได้แล้ว
เวลานี้พอเห็นฉู่หลิวเยว่ ก็พลันโยนเรื่องราวและผู้คนอื่นๆ ทิ้งเอาไว้ที่ด้านหลังแล้ว
ฉู่หลิวเยว่ก้มหน้า แล้วพลันฉีกยิ้มพลางลูบศีรษะนางเล็กน้อย
“อาเยว่ พวกเราจะไปทะเลทรายจันทราสีชาดกันเมื่อใดหรือ”
ถวนจื่อเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
เรื่องของที่นี่ก็นับว่ามาถึงตอนจบแล้ว พวกเขาควรจะจากไปในไม่ช้านี้แล้ว
ฉู่หลิวเยว่ส่ายศีรษะ
“พวกเรากลับไปที่ท่าเรือดอกท้อก่อน รอให้ผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้วค่อยไป”
“หา อ้อ…”
ถวนจื่อประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดมาก
ไม่ว่าจะไปที่ใด สำหรับนางแล้วก็ล้วนไม่แตกต่างอันใด
ถึงอย่างใดนางก็ต้องการเพียงอาเยว่ก็พอแล้ว!
เชียงหว่านโจวทำความเคารพ
ฉู่หลิวเยว่จ้องมองเขาปราดหนึ่ง ภายในแววตาวาบประกายอารมณ์ ‘เป็นเช่นนี้ดังคาด’ สายบางสายหนึ่งพาดผ่าน
ก่อนหน้านี้นางก็พบว่าพลังในการฟื้นฟูของเชียงหว่านโจวนั้นทำให้คนตะลึงงันเป็นอย่างมาก นี่ยังผ่านไปไม่นานนัก ปราณบนร่างเขา ก็ใกล้จะเป็นเหมือนตอนแรกเริ่มแล้ว
นางกดความคิดชุดนี้เอาไว้ ดวงตาเคลื่อนขยับเล็กน้อย มองไปยังผู้คนที่ถูกขังอยู่ในกรงโปร่งแสงนั่น
และคนเหล่านั้น เวลานี้ก็ล้วนมองมายังนาง
หวาดกลัว สิ้นหวัง ไม่สบายใจ…
สีหน้าแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน แต่ชัดแจ้งว่ามีความหวั่นเกรงและหวาดกลัวอย่างล้ำลึกต่อการปรากฏตัวขึ้นอีกคราของฉู่หลิวเยว่และหรงซิว
เรื่องราวเหล่านั้นที่ประสบพบเจอไปก่อนหน้านี้ เวลานี้ทุกผู้คนล้วนเข้าใจแล้วว่า ทั้งสองคนนี้ คือคนที่ไม่ควรจะไปยั่วยุมากที่สุดในใต้หล้าจริงๆ!
ไม่เพียงแต่ความสามารถของตนจะเหนือสามัญ แต่ที่พึ่งเบื้องหลังก็ยังไม่ธรรมดา
เมื่อคิดถึงเรื่องราวอันอลหม่านเหล่านั้นที่แพร่กระจายไปในอาณาจักรเสิ่นซวี่ก่อนหน้านี้อีกครา…
จะไม่ทำให้คนเกิดความไม่สบายใจได้อย่างใด
ยังมีคนมองไปยังด้านหลังของคนทั้งสอง ไม่มีเงาร่างของผู้อาวุโสลำดับห้า
ถึงอย่างใดเคล็ดวิชาเสียงกระทบแก้วก็เป็นเขาทิ้งเอาไว้ให้
หากเขาไม่ออกหน้า เช่นนั้นพวกเขานี้…
“รบกวนผู้อาวุโสแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยเสียงเบา
เสียงของผู้อาวุโสลำดับห้าลอยมาในฉับพลัน
“เรื่องเล็กน้อย รบกวนอันใดกัน”
วาจาเพิ่งจะจบ กรงโปร่งแสงนั่นจู่ๆ ก็เริ่มรวบเข้าหากัน!
มีคนตระหนักได้ว่าไม่ถูกต้อง บนใบหน้าวาบปรากฏความหวาดกลัวล้ำลึก
ต่อให้พวกเขาจะผิดหวังในถ้ำปีศาจทมิฬและตัวมั่วสือเชียนถึงที่สุด แต่หากจะบอกว่าไม่มีความคิดที่ต้องการจะมีชีวิตรอดต่อไปแม้เพียงครึ่งหนึ่งจริงๆ อยู่เลยละก็ ย่อมเป็นเรื่องโกหก
เมื่อความเป็นตายเข้าประชิดตรงหน้า ย่อมไม่มีใครจะสามารถใจเย็นอยู่ได้
หลังจากเสียงนี้ ยังไม่ทันได้ตะโกนออกจากปากจนจบประโยค ก็พลันหยุดลงในทันที
ส่วนเงาร่างของคนคนนั้น ก็หายไปอยู่ภายในเส้นสายโปร่งแสงที่ซ้อนทับพัวพันเข้าด้วยกันนั่นโดยสมบูรณ์
ผู้ที่ประสบกับเหตุการณ์นี้ ไม่ได้มีแค่คนเดียว
ท่ามกลางเคล็ดวิชาเสียงกระทบแก้ว กักขังคนทั้งหมดที่ยังมีชีวิตอยู่ภายในถ้ำปีศาจทมิฬเอาไว้
เวลานี้ ภายใต้การควบคุมของผู้อาวุโสลำดับห้า ก็ประหัตประหารพวกเขาสิ้นด้วยเคล็ดวิชาเสียงกระทบแก้ว พวกเขาไม่มีกำลังในการต้านทานเลย!
คนส่วนใหญ่ไม่มีแม้แต่โอกาสในการส่งเสียง วิญญาณก็แหลกสลายแล้ว
เหนือพื้นดิน มีสีโลหิตแผ่ขยาย แล้วสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
กรงโปร่งแสงนั่นยิ่งมายิ่งเล็ก หลังจากเวลาครึ่งเค่อ ในที่สุดก็เปลี่ยนกลับไปเป็นขนาดเท่าฝ่ามือใหม่อีกครั้ง
ความเงียบสงัดทั่วทั้งผืน
พวกเฮ่อจื่อจี้ที่อยู่ด้านข้าง ห่างจากฝั่งนี้แค่เพียงหนึ่งกำแพงไฟกั้นผืนหนึ่ง