ตอนที่ 2047
บทที่ 2054 ฝุ่นจับ
October 22, 2026
………………..
เบื้องหน้าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมีปากทางเข้าสายหนึ่ง
ทางเข้านี้ปรากฏให้เห็นในรูปของประตูโค้งบานหนึ่งที่นำทางตรงไปสู่ด้านใน
ภายในนั้นมืดสนิท
ผู้ใดก็มิอาจทราบได้ว่าด้านในนั้นมีสิ่งใดบ้าง หรือภาพฉากด้านหลังจะเป็นเช่นไร
มีลมหนาวเย็นยะเยือกเสียดแทงถึงกระดูกพวยพุ่งออกมาจากด้านใน
ปอยผมที่อยู่บริเวณหน้าผากของฉู่หลิวเยว่สะบัดไหวเบาๆ ยามกระทบบนดวงหน้าจึงชวนรู้สึกคันยุบยิบอยู่ไม่น้อย
นางทัดปอยผมไว้ข้างหู ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้า
“เดี๋ยวก่อนเยว่เออร์!”
ซั่งกวนจิ้งรีบเข้ามารั้งนางเอาไว้
“ที่แห่งนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก ต้องระแวดระวังเหนือสิ่งใด“
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ พลางตบแขนเขา
“ท่านวางใจเถิด ในเมื่อข้าเปิดประตูนี่ออกได้ ก็ไม่ต้องกลัวอันตรายแล้ว อีกอย่าง ยังมีท่านกับหรงซิวอยู่ด้วยมิใช่หรือไร?”
ซั่งกวนจิ้งจึงรู้สึกผ่อนคลายลงไปหลายส่วน
ความจริงแล้วพอลองคิดดูอย่างถี่ถ้วน พลังต่อสู้ของแม่หนูเยว่เออร์ตอนนี้น่าจะพอๆ กับเขาแล้ว
หากนางอัญเชิญถวนจื่อกับจื่อเฉินออกมาอีก ย่อมชนะแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
ก็เป็นถึงพลังที่ใช้จัดการอี้เหวินเทาจนราบคาบนี่นะ…
ความจริงแล้วหากเป็นเขาที่มาเอง กลับกันอาจไม่ต้องคอยวิตกกังวลเช่นนี้ก็เป็นได้
หลักๆ แล้วเป็นเพราะเขาตัดใจให้เลิกกังวลเรื่องฉู่หลิวเยว่ไม่ได้
แม้จะรู้ว่าบัดนี้นางมีพลังแกร่งกล้า แต่ยามคิดว่านางต้องเผชิญกับอันตราย ในใจก็ยังคงรู้สึกกระวนกระวายอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
ปากทางเข้าที่มีลักษณะเหมือนประตูโค้งราวกับมีค่ายกลล่องหนชั้นหนึ่งตัดผ่านพื้นที่ว่างออกเป็นสองส่วนโดยสมบูรณ์
ฉู่หลิวเยว่เดินไปถึงด้านหน้าประตูบานนั้น ก่อนจะหยุดยืนนิ่ง
หึ่งหึ่ง!
เมื่อยืนอยู่ด้านใน เสียงร้องอื้ออึงที่ดังแผ่วๆ ยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น
เห็นได้ชัดเลยว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดล้วนส่งเสียงดังมาจากด้านในทั้งสิ้น!
เสียงฝีเท้าจากด้านหลังดังขึ้นมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง
เห็นได้ชัดว่ามีผู้คนจำนวนมากที่กำลังพากันลงมาด้านล่าง
สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ฉู่หลิวเยว่เป็นตาเดียว
เงียบกริบ
นัยน์ตาของฉู่หลิวเยว่ฉายแววหนักแน่นออกมา หลังจากผ่อนลมหายใจแผ่วเบาออกมาแล้ว นางก็กำกระบี่ชื่อเซียวในมือไว้มั่น แล้วสาวเท้ารุดไปยังเบื้องหน้า!
ในไม่ช้า ร่างของนางครึ่งซีกก็จมหายไปในความมืดมิด
ทุกคนล้วนกลั้นลมหายใจ ตาจ้องมองไม่กะพริบด้วยกลัวว่าจะพลาดอันใดไป
“ตึก”
เสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นดินดังแว่วขึ้นมาให้ได้ยิน
เงาร่างของฉู่หลิวเยว่หายวับไปจากสายตาของบรรดาฝูงชนโดยสมบูรณ์ในที่สุด!
ความมืดสีดำสนิทเข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ต่อหน้านาง
นางรู้ว่าตัวเองผ่านทางเข้าเข้ามาภายในความมืดมิดที่ว่างเปล่าอันแปลกประหลาดนี้เรียบร้อยแล้ว
แต่…
บริเวณโดยรอบยังคงเงียบสนิท
ฉู่หลิวเยว่ถึงขั้นได้ยินเสียงหัวใจเต้นและเสียงหายใจของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
ลมสายหนึ่งพัดวูบมา นำพาความรู้สึกเย็นยะเยือกมากระทบ
เสียงอื้ออึงสายนั้นราวกับดังแว่วขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทางก็มิปาน
ฉู่หลิวเยว่ตั้งใจฟังอยู่พักหนึ่งก็ยังแยกไม่ออกว่าเสียงนั่นดังมาจากทิศทางใดกันแน่
นางเงื้อกระบี่ขึ้นหมายคิดจะเสกลูกไฟออกมาให้ความสว่าง
ทว่าเปลวเพลิงสีทองบริสุทธิ์เพิ่งจะพวยพุ่งออกมา มันก็มอดดับลงไปอย่างรวดเร็ว
ฉู่หลิวเยว่ตื่นตะลึงโดยพลัน
ราวกับว่า… มีกระแสพลังบางอย่างที่อยู่โดยรอบคอยยับยั้งมันเอาไว้
จากนั้น ประหนึ่งว่ามีแรงกดดันมหาศาลแผ่วจางค่อยๆ เข้าปกคลุมตัวนางอยู่อย่างใดอย่างนั้น
“อาเยว่ ข้าอยากออกไป!”
สุ้มเสียงนุ่มนวลของถวนจื่ออันแฝงความใคร่รู้และคาดหวังไว้รางๆ แว่วดังขึ้น
ฉู่หลิวเยว่แปลกใจอยู่ไม่น้อย “ตอนนี้หรือ?”
“ใช่แล้ว!”
แม้ถวนจื่อจะกระตือรือร้นและวู่วาม แต่ก็รู้ความมาแต่ไหนแต่ไร รู้ว่าตัวเองควรทำอันใดไม่ควรทำอันใดเมื่อหน้าสิ่วหน้าขวาน
หาได้ยากที่นางจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ฉู่หลิวเยว่ไตร่ตรองเพียงชั่วครู่ก็ตอบตกลง
“ได้ แต่วิ่งซนไม่ได้ ต้องตามติดข้าตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เข้าใจหรือไม่?“