ตอนที่ 2049
บทที่ 2056 เจ้าก้าวมาข้างหน้าสิ
October 22, 2026
………………..
ในใต้หล้านี้ ผู้ที่สามารถใช้คำว่า “ตัวข้า” เรียกแทนตัวแทบจะนับนิ้วได้
ครานั้นตัวถังเคอที่เคยหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ห้าชิ้นก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน!
ดังนั้น ต่อให้ไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาอีกฝ่าย ฉู่หลิวเยว่ก็สามารถเดาตัวตนของเขาได้ในทันที!
“ท่านคือ… ผู้อาวุโสถังเคอ?”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยถามลองเชิงออกไป
แม้ในใจจะตัดสินไปแล้วเจ็ดถึงแปดส่วนว่าใช่ แต่อย่างใดก็ต้องถามออกไปอยู่ดี
ทันทีที่กล่าว “ถังเคอ” สองคำนี้ออกไป บรรดาฝูงชนต่างเงียบปากลงทันควัน ทุกคนต่างเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
คำถามนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากถามเช่นกัน!
คำตอบที่ฉู่หลิวเยว่ได้รับคือเสียงหัวเราะแฝงความนัยลึกล้ำ
“คิดไม่ถึงว่าหมื่นปีผ่านไป จะยังมีคนจำชื่อเสียงเรียงนามของตัวข้าได้อยู่”
เป็นเขาจริงตามที่คาดไว้!
ฉู่หลิวเยว่ปฏิกิริยาตอบสนองว่องไว รีบประสานสองมือเข้าหากัน แล้วก้มคำนับอย่างนอบน้อม
“ผู้อาวุโสนามเลื่องลือ ผู้น้อยได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน วันนี้ได้พบกัน นับเป็นวาสนาของผู้น้อยยิ่งนัก!”
คำพูดนี้กล่าวไม่เกินจริงแต่อย่างใด
ด้วยฐานะของหนึ่งในสองตัวตนอันยิ่งใหญ่จากทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่ที่เคยตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ตัวถังเคอก็เหมือนกับภูเขาสูงชันที่มิอาจก้าวข้ามไปได้
ชื่อของเขาสลักลึกลงในใจของช่างหลอมอาวุธทุกคน
ตลอดชีวิตของคนส่วนใหญ่แทบไม่เคยมีโอกาสได้ยลสมบัติศักดิ์สิทธิ์เลยสักครั้ง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการได้พบกับถังเคอ
บัดนี้ถังเคอตัวจริงมาปรากฏกายอยู่ที่นี่แล้ว!
หลังจากความเงียบสงัดชั่วครู่ พวกเว่ยเจ๋อก็ค่อยๆ มีปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการทยอยก้มคำนับ
”คารวะผู้อาวุโสถังเคอ!”
คนจำนวนไม่น้อยตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ กระทั่งร่างกายยังสั่นเทิ้มขึ้นมาทันควัน
ไหนจะคนบางส่วนที่แยกไม่ออกว่าสุ้มเสียงนี้ดังมาจากทิศทางใดจึงพากันคุกเข่าลงไปตั้งแต่แรกแล้วอีกด้วย
ถังเคอกลับหัวเราะออกมา ก่อนกล่าวเป็นเชิงหยอกเย้าว่า
“บัดนี้ตัวข้าเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณกึ่งหนึ่ง พวกเจ้าจะไปคารวะข้า ‘เห็น’ ได้อย่างใด?”
บรรดาฝูงชนถึงกับจนคำพูดไปชั่วขณะ ต่างสบสายตากันอย่างทำอันใดไม่ถูก คาดไม่ถึงว่าถังเคอจะเอ่ยออกมาเช่นนี้
ในใจของฉู่หลิวเยว่เองก็รู้สึกประหลาดพิกลขึ้นมาหลายส่วน
เดิมทีนางคิดว่าตัวถังเคอที่มีฐานะเช่นนี้คงจะวางตัวสูงส่ง ยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีของตน
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเหมือนจะต่างจากที่คาดคิดไว้มากนัก…
“นังหนู เจ้าก้าวมาข้างหน้าหน่อยซิ”
สุ้มเสียงของถังเคอดังก้องทั่วสี่ทิศ ผู้ใดก็มิอาจทราบว่า “ก้าวมาข้างหน้า” ประโยคนี้หมายถึงทิศทางใดกันแน่
แต่พวกเขาล้วนได้ยินคำว่า ”นังหนู“ นั้นใช้ตะโกนเรียกฉู่หลิวเยว่!
ชั่วพริบตาเดียว สายตาทุกคู่ก็หยุดอยู่ที่ฉู่หลิวเยว่เป็นตาเดียว!
บรรดาฝูงชนต่างมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
ทั้งประหลาดใจ เคลือบแคลงสงสัย กระวนกระวาย และอิจฉาริษยา…
ใครไม่อยากได้รับความสนใจจากถังเคอบ้างเล่า?
หากถังเคออารมณ์ดี ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดให้ศึกษา ก็มิอาจรู้ได้!
ฉู่หลิวเยว่ทำราวกับมองไม่เห็นสายตาเหล่านี้
นางรู้ดีว่าถังเคอหมายความว่าอันใด
“เจ้าค่ะ”
พริบตานั้นเอง ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีสายตาราวกับสสารคู่หนึ่งจดจ้องมาที่ตน!
นางพลันรู้สึกประหม่าอยู่ในใจ… มันคือสายตาของถังเคอนั่นเอง!
เพียงแต่โชคยังดีที่สายตาคู่นี้ไม่ได้มีเจตนาคิดโจมตีแต่อย่างใด สีหน้าของฉู่หลิวเยว่ราบเรียบ ท่วงท่ายืนสงบนิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายกวาดสายตาสำรวจตามใจชอบ
ที่นี่เป็นอาณาเขตของอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายคิดจะทำอันใดขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่รอจนถึงตอนนี้
“อายุยังน้อย แต่กลับใจกล้าไม่เบา”
ถังเคอพลันแค่นเสียงในลำคอเบาๆ คราหนึ่งพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม
“เจ้ารู้หรือไม่ มารบกวนตัวข้า จะมีโทษแบบใด!?“
สิ้นเสียงคำพูด ทัณฑ์สวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนภายในพื้นที่ว่างใหญ่โตโอ่อ่าพลันหักหัวเปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงมาหาฉู่หลิวเยว่!
แทบจะพริบตาต่อมา ขอแค่นางเอ่ยไม่เข้าหูอีกคำเดียว ทัณฑ์สวรรค์อันน่าหวาดผวาเหล่านี้ทั้งหมดก็จะผ่าลงร่างของนางอย่างไม่ลังเล!
บรรยากาศพลันตึงเครียด ความอึดอัดก่อตัวจนแทบระเบิดออกมาได้ทุกเวลา!