ตอนที่ 2061
บทที่ 2068 ต้องชนะ!
October 22, 2026
………………..
รอบนี้ทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดผ่าลงมานั้น รุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว!
แสงไฟสุกสกาวไปทั่วทุกสารทิศ พร่างพราวจนแสบตา
แม้แต่ร่างของฉู่หลิวเยว่ก็ถูกแสงสีขาวนวลนั่นกลืนกินไปด้วย จนแทบมองไม่เห็นเงากาย
เสียงคำรามดังกึกก้อง ตามจังหวะที่ห้ำหั่นลงมา จนแทบทำให้คนฟังหูหนวกเลยก็ว่าได้
เว่ยเจ๋อจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า พลางลืมขยับเขยื้อนกายาเสียครู่ใหญ่
นี่ฉู่หลิวเยว่…เรียกให้ทัณฑ์สวรรค์รวมตัวกันผ่าลงมาในคราเดียวได้จริงๆ หรือ!
นางทำได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้พลังปราณดั้งเดิมกับจิตวิญญาณของนาง ถูกเผาผลาญไปอย่างบ้าคลั่งแล้ว พูดตามหลักแล้วตอนนี้ นางอาจจะไม่รอดแล้วก็ได้!
แต่กลับกัน ทำไมนางถึงดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมล่ะ?
ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ใช้ขวานสุริยันมรกตเท่านั้น แต่ยังมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเข้ามาอีกแปดชิ้น!
ระหว่างอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อและสมบัติศักดิ์สิทธิ์นั้น มีช่องว่างของขุมพลังอันกว้างใหญ่ขวางกั้นอยู่
แต่เพราะมีจำนวนมากกว่า เลยทำให้สั่งสมพลังได้มากกว่า ลมปราณที่เปล่งออกมานั้นท่าทึ่งมากเพียงนั้น
อย่างน้องตอนนี้อาวุธเหล่านั้นที่กองอยู่ตรงหน้าฉู่หลิวเยว่ ก็เรียกทัณฑ์สวรรค์ได้นับไม่ถ้วน ไม่ได้ด้อยไปกว่าขวานสุริยันมรกตเลย!
หากนางยังเร่งเครื่องตามมาไม่หยุดเช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่นานช่องว่างของพวกเขาทั้งสองคงจะแคบลงกว่าเดิมจนแทบเท่ากัน!
และเมื่อถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าเว่ยเจ๋ออาจถูกแซงหน้าก็ได้!
“มันเป็นไปได้อย่างใด!”
ไม่นานเว่ยเจ๋อก็ดึงสติกลับมา พลันสบถออกมาอย่างเหลืออด
เดิมทีเขาเกือบจะเป็นชนะอยู่แล้ว!
แต่ความยุ่งยากในตอนนี้ ทำให้เขาต้องใช้พลังงานกว่าเดิม!
แต่ไม่ว่าอย่างไร ฝั่งฉู่หลิวเยว่ก็เดินหน้าต่อไปแล้ว ต่อให้พ่นคำพรุสวาทออกมาตอนนี้ ก็ไม่มีประโยชน์
เมื่อความสิ้นหวังกลืนกินจิตใจ เว่ยเจ๋อจึงทำได้เพียงสงบโทสะในใจ แล้วรวบรวมสตตั้งสมาธิไปที่ค้อนม่วงดำเบื้องหน้าอีกครั้ง
แต่พอได้ยินเสียงรบกวนจากฝั่งฉู่หลิวเยว่ที่ดังขึ้นเป็นเนืองนิตย์ หัวใจของเขาย่อมไม่อาจสงบลงได้
และอดไม่ได้ที่จะหันศีรษะไปมองเป็นครั้งคราว
เขาบอกตัวเองในใจตลอดว่า การที่ฉู่หลิวเยว่ทำเช่นนี้ ไม่เพื่อเอาชนะ หากแต่เป็นการยั่วโทสะเขา ไม่นานนางก็ทนไม่ไหวเองนั่นแหละ
ทว่าผ่านไปหนึ่งเค่อ กระทั่งหนึ่งชั่วยามผ่านไป…
ฉู่หลิวเยว่ก็ยังอยู่ตรงนั้น มิได้ล้มหายตายจากแต่อย่างใด!
ช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง แคบลงเรื่อยๆ
เว่ยเจ๋อเริ่มหมดความอดทน
เขาอยากบังคับค้อนม่วงดำตรงหน้าให้เร่งกลืนกินทัณฑ์สวรรค์เข้าไปอีก แต่เขารู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้
เพราะความจริงเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เว่ยเจ๋อก็สูดหายใจเข้าลึกๆ
อย่างเสียการแข่งนี้ก็มีขีดจำกัด ฉะนั้นเขาจึงไม่เชื่อว่าฉู่หลิวเยว่จะทนไปได้ตลอดรอดฝั่ง
…
เสวี่ยเสวี่ยพุ่งออกมาจากกลางดงทัณฑ์สวรรค์ พลางเดินมาหมอบที่เท้าของหรงซิว มันยืดตัวอย่างเกียจคร้านแล้วเลียอุ้งเท้าของตนไปมา ก่อนจะนอนลงอย่างสบายใจ
หากมองดูดีๆ แล้วจะเห็นประจุแสงสีเงินคล้ายงูสองสามสาย เคลื่อนตัวแวบผ่านขนสีขาวราวกับหิมะของมันได้ในบางจังหวะ
ลมปราณรอบตัวของมันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก
เห็นได้ชัดว่าหลังจากออกไปวิ่งเล่นมา มันได้กลืนกินพลังไปมากมาย ความแข็งแกร่งของมันเองก็พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน
“แฮ่กๆ…”
ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ!
เสวี่ยเสวี่ยหรี่ตาลงที่ละนิด รู้สึกง่วงหงาวหาวนอนเล็กน้อย
หรงซิวเหลือบมองมันคราหนึ่ง
เมื่อกลืนพลังปราณมากมายในคราวเดียว กว่าเสวี่ยเสวี่ยจะย่อยมัน แล้วปรับสมดุลให้เข้ากับร่างกายของมันได้นั้น ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง
หรงซิวยกมือขึ้นเล็กน้อย เรียวนิ้วแกร่งตวัดเบาๆ
พลันมีลำแสงสีทองลอยออกมา ก่อนจะก่อตัวเป็นค่ายกลเล็กๆ ปกคลุมรอบตัวเสวี่ยเสวี่ยอย่างรวดเร็ว
เพียงมีค่ายกลนี้ปกป้องมัน เสวี่ยเสวี่ยก็จะไม่ถูกความวุ่นวายภายนอกรบกวน และมีสมาธิในการฝึกฝนปราณของมัน
เสวี่นเสวี่ยส่งเสียงครวญครางในลำคออีกครั้ง ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งทอประกายวิบวับ
โฮก…
ซาบซึ้งยิ่งนัก ในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่นายมีให้กันแล้ว!
ทว่าคำพูดต่อมาของหรงซิว กลับทำลายฝันหวานของมันเสียอย่างนั้น