ตอนที่ 2062
บทที่ 2069 นางจะชิงมันมาเอง!
October 22, 2026
………………..
การกระทำเช่นนี้ของเขา ทำเอาคนดูอึ้งจนพูดไม่ออก
เพราะมันฉับพลันเกินไป
ก่อนหน้านี้รอตั้งนาน ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น เว่ยเจ๋อเองก็ดูนิ่งเงียบไม่ไหวติง
ไม่มีใครคิดว่าเขาลงมือกะทันหันเช่นนี้
“หรือเพราะถูกตามทัน เลยรีบร้อนเช่นนี้?”
หลายคนต่างคาดเดาไปในทิศทางเดียวกัน
ซึ่งมันคือคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุด
โลหิตอุ่นๆ ไหลหยดลงบนค้อน และถูกดูดซับหายไปในพริบตา ไม่เหลือร่องรอยใดใด
จากนั้น ลายอักขระบนค้อนก็สว่างวาบขึ้น
ลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งกระจายออกมา!
ทัณฑ์สวรรค์เบื้องบนแล่นริ้วราวถูกกระตุ้นด้วยพลังบางอย่าง ก่อนจะมุ่งหน้ามาทางนี้ แล้วค่อยๆ รวมตัวกันจนเกิดพายุสายฟ้าที่หมุนวนราวกับพายุงวงช้าง
โดยมีเว่ยเจ๋อเป็นศูนย์กลางพายุ!
ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ ด้ามค้อนที่อยู่ตรงหน้าเขาเขาต่างหาก
ฉู่หลิวเยว่เองก็นำสมบัติศักดิ์สิทธิ์ออกมาวางไว้เบื้องหน้า หากแต่รัศมีของทั้งสองคนที่ส่งไปยังคนดูนั้น แตกต่างกันลิบลับ
ทางด้านฉู่หลิวเยว่ ทุกคนสัมผัสได้ชัดเจนว่า เป็นตัวนางที่เปิดใช้งานสมบัติศักดิ์สิทธิ์และอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อเหล่านี้ และกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์ให้ผ่าลงมา
แต่ด้านเว่ยเจ๋อนั้น กลับดูเหมือนว่าค้อนด้ามนั้นต่างหาก ที่เป็นตัวกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน
เว่ยเจ๋อนั่งอยู่ตรงนั้น เหมือนมีตัวตน แต่ก็เหมือนไม่มี
สายลมกระโชก อัสนีบาตรส่งเสียงคำราม
ฉู่หลิวเยว่เองก็ตกใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้
นางหันไปมองพลันหรี่ตาลงอย่างจับผิด
ยามนี้ท่าทีของเว่ยเจ๋อดูผิดแปลกไปมาก
ใบหน้าของเขาซีดขาว หน้าผากปรากฏเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย เลือดสีสดไหลซึมออกมาตามขอบปาก ก่อนจะถูกเขาเช็ดปาดออกอย่างรวดเร็ว
ลมปราณรอบกายเขาแผ่วเบาลงกว่าครู่ก่อนมาก
ในสายตาของคนอื่น พวกเขาคิดว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะเขาระเบิดพลังแล้วผลาญมันจนหมด เพื่อเรียกทัณฑ์สวรรค์
แต่ฉู่หลิวเยว่ไม่คิดเช่นนั้น
การที่เว่ยเจ๋อตกอยู่ในสภาพนี้…ไม่น่าใช่แค่เรื่องระเบิดพลังปราณแน่ๆ!
ฉู่หลิวเยว่เบนสายตามามองค้อนที่อยู่ตรงหน้าเขา พลางครุ่นคิดกับตัวเอง
ไม่รู้เพราะอะไร แต่นางมักจะสัมผัสได้ตลอดว่าเว่ยเจ๋อถูกควบคุม…
“ประมุขเว่ย”
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็อ้าปากตะโกนเรียกเขา
แต่ดูเหมือนเว่ยเจ๋อจะไม่ได้ยิน ไร้การตอบสนองจากอีกฝ่าย ดวงตาของเขาจับจ้องเพียงค้อนที่อยู่ตรงหน้า
“ประมุขเว่ยเจ้าคะ?”
ฉู่หลิวเยว่เร่งเสียงดังขึ้น
ครานี้ เว่ยเจ๋อถึงได้หันมา
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง
เว่ยเจ๋อหน้าซีดเผือดราวกับผี ไร้ซึ่งโลหิต อีกทั้งลมปราณและระดับจิตวิญญาณเองก็ต่ำลงเสียน่ากลัว
เทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ราวกับคนละคน!
และทั้งหมดนี้เกิดจากตอนที่กรีดฝ่ามือตัวเอง แล้วทิ้งรอยเลือดลงบนค้อน
ครั้งแรกที่เขาหันศีรษะมามองนาง ดวงตาของเขามัวหมองราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา
แม้หลังจากนั้น เขาก็กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้โดยไว เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาของเขา แต่กระนั้นฉู่หลิวเยว่ก็ยังคิดว่ามันผิดปกติอยู่ดี
“ประมุขเว่ยเจ้าคะ วลีที่ท่านกล่าวไว้กับข้าก่อนหน้านี้ ยามนี้ข้าขอคืนมันให้ท่าน แม้การแข่งขันจะสำคัญยิ่ง แต่ร่างกายของท่านสำคัญที่สุด”
ฉู่หลิวเยว่เน้นยำทีละคำ