ตอนที่ 2064
บทที่ 2071 ยอมแพ้แล้วรือ
October 22, 2026
………………..
นางกวักมือเรียกมัน
“มาหาข้า”
แต่ทัณฑ์สวรรค์ด้านหน้าเหล่านั้นกลับไม่ยอมขยับ
หว่างคิ้วเรียวสวยเริ่มฉายแววขุ่นเคือง
“ข้าบอกให้มานี่”
เมื่อฝูงชนด้านล่างเห็นฉากนี้ ต่างก็พากันสับสนงุนงง
“นั่นซั่งกวนเยว่กำลังทำอันใด?”
“เหมือนว่านาง… กำลังเจรจากับทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้น?”
“… ล้อกันเล่นรึ?”
“ข้าพูดจริงนะ ตอนที่นางก้าวไปข้างหน้า พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นถอยหลังไป? ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่ข้าคิดว่าทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้น อาจจะกลัวนาง…”
“เรื่องนี้…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สิ่งที่แรกที่ทุกคนคิดคือ มันฟังดูไร้สาระและไม่น่าเชื่อ
แต่ไหนแต่ไร เคยได้ยินเพียงคนกลัวทัณฑ์สวรรค์ แต่ไม่เคยได้ยินทัณฑ์สวรรค์กลัวคนเลย
แล้วจะมิให้คิดว่าไร้สาระได้เยี่ยงไร?
แต่ดูเหมือนว่ายามนี้ จะมีบางอย่างผิดปกติกับสถานการณ์ด้านบนจริงๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งข้อสงสัย ก็พลันเห็นทัณฑ์สวรรค์สายหนึ่ง เคลื่อนตัวไปด้านหน้าทีละนิดราวลังเล
ฉู่หลิวเยว่ยกมือขึ้นจับทัณฑ์สวรรค์สายนั้นไว้ย่างง่ายดาย!
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
“เด็กดี”
หลังจากพูดอย่างนั้น นายก็บีบมือตัวเองเบาๆ ทัณฑ์สวรรค์พลันระเบิดทันตา กลายเป็นประจุแสงเล็กๆ มากมายไหลซึมเข้าสู่ร่างกายของนาง!
“ต่อเลย”
นางเลิกคิ้วขึ้นหยั่งเชิงแล้วกระดิกนิ้วเรียก
จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นภาพที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
ท่ามกลางทะเลอัสนีบาตรด้านบน หญิงสาวร่างเพรียวบางทว่าองอาจผู้นั้น กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคง
พร้อมกับทัณฑ์สวรรค์แต่ละสายที่เหมือนจะต่อแถวเรียงกัน เขยิบตัวไปด้านหน้าแล้วร้อนลงบนมือของนาง พลางระเบิดตัวเองตามลำดับ พลังอันมหัศจรรย์ทั้งหมด หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของนาง!
ในช่วงเวลาสั้นๆ ลมปราณพากายของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ!
…
ภาพที่เห็นนั้นยิ่งทำให้ปทุชนในลานตกใจ ตะลึงงันจนพูดไม่ออก และนานกว่าจะดึงสติกลับมาได้
จะโทษว่าพวกเขาขวัญอ่อนเกินไปก็ไม่ได้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ มันเกิดขึ้นบ่อยเสียเมื่อไหร่!
แม้พวกเขาจะพยายามคิดหาเหตุผลกลบเลื่อน แต่คิดไม่ถึงเลยว่ายามฉู่หลิวเยว่กล่าวว่าจะ “ชิง” มันมาให้ได้นั้น จะหมายความว่า ชิงมันด้วยมือเปล่าเช่นนี้!
หมัดที่กำแน่นของซั่งกวนจิ้งค่อยๆ คลายตัวออก ก่อนจะถอนหายใจยาวราวโล่งอกเสียที
ไพ่ตายของนางหนูคนนี้ ช่างร้ายกาจจริงๆ
ริมฝีปากของหรงซิวยกโค้งขึ้นเบาๆ พลางส่ายศีรษะราวไม่ถือสา ดวงตาคมกริบมากด้วยเสน่ห์และหว่างคิ้วคม ปรากฏรอยยิ้มพอใจ
นิสัยชอบหยอกล้อของนาง ความจริงแล้วมีเยอะกว่าถวนจื่อเสียอีก…
อันที่จริงด้วยความแข็งแกร่งของนางในตอนนี้ นางสามารถกลืนทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้ในคราเดียวเลยก็ได้
แต่นางเลือกที่สั่งให้พวกมันเข้าแถว แล้วเขยิบไปข้างหน้าทีละสาย
ชัดเจนว่านางตั้งใจปล่อยให้คนด้านล่างเห็นภาพเช่นนี้
หรงซิวดึงสายตากลับมา พลันหันไปมองเว่อเจ๋อ
ยามนี้อีกฝ่ายกำลังเงยหน้ามองภาพนั้น สีหน้าหมองคล้ำไม่น่ามอง
“ประมุขเว่ย”
หรงซิวเอ่ยปากทักท้วง
เว่ยเจ๋อสะดุ้งโหยง ก่อนจะหันขวับไปมอง ความหวาดหวั่นปรากฏในดวงตาของชายชรา และยังไม่จางหายไปง่ายๆ
เห็นได้ชัดว่าการกระทำของฉู่หลิวเยว่นั้น เกินความคาดหมายของเขาไปมาก
หรงซิวเชิดปลายคางขึ้น เสียงทุ้มต่ำเสนาะหูเอ่ยอย่างนุ่มนวล
“เยว่เออร์เกือบจะตามทันแล้วนา ไยท่านยังไม่รีบอีกล่ะ?”
ใบหน้าของเว่ยเจ๋อพลันเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินสลับขาวซีด อย่างไม่น่าอภิรมณ์
เรื่องนี้เขารู้ดีอยู่แล้ว! ใช่เรื่องที่ต้องให้คนอื่นมาย้ำเตือนด้วยรึ?
หรงซิวกล่าววาจาเช่นนี้ ชัดเจนว่าจงใจเยาะเย้ยเขา!
เว่ยเจ๋อสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางระงับโทสะที่กำลังพลุ่งพล่านในใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง
“ทักษะของนายท่านเยว่นั้นช่างโดดเด่น เก่งกาจกว่าตาสีตาสาทั่วไปเสียอีก แต่ในใจข้าก็ยังห่วงว่า ด้วยขอบเขตพลังปราณของนายท่านเยว่ในตอนนี้ หากฝืนกลืนทัณฑ์สวรรค์เข้าไปมากเกินตัว เกรงว่าไม่ทันได้แข่งจบ ร่างกายของนายท่านเยว่คง…”
“ดูเหมือนว่าประมุขเว่ยจะยังมิรู้”