ตอนที่ 250
บทที่ 251 ลงมือ [รีไรท์]
October 22, 2026
ฉู่หลิวเยว่คว้าชัยชนะมาได้ในช่วงวินาทีสุดท้าย นางสามารถทะลวงด่านสุดท้ายได้สำเร็จ กลายเป็นผู้เข้าแข่งเพียงคนเดียวที่สามารถทะลวงค่ายกลทั้งหมดได้สำเร็จ
เมื่อมองไปที่ดวงดาวทั้งห้าที่อยู่ด้านหน้าของนาง ทุกคนก็ต่างมีปฏิกิริยาที่ต่างกันออกไป
บางคนตกใจ บางคนประหลาดใจ บางคนดีใจ บางคนอารมณ์เสีย
แต่ในใจของพวกเขาเหล่านั้น ล้วนไม่อยากจะเชื่อในฝีมือของฉู่หลิวเยว่ ต้องบอกก่อนเลยว่า ตั้งแต่นางเริ่มแข่งมาจนถึงตอนนี้ นางใช้เวลาไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น แต่นางก็สามารถทะลวงค่ายกลทั้งห้าได้ ต่อให้มีคนสงสัยเกี่ยวกับตัวของนาง แต่ก็ต้องยอมรับว่านางนั้นมีพรสวรรค์เป็นเลิศจริงๆ เรียกได้ว่าหาจับตัวได้ยาก
ฉู่หลิวเยว่ลุกขึ้นยืนพร้อมมองไปยังซูไป๋อย่างเกรงใจ
“ออมมือแล้ว”
ซูไป๋หัวเราะอย่างขมขื่น
“ออมมือ?” ให้แม่นางที่ไหนกัน?
“ข้ายอมแพ้แล้ว แพ้ทั้งตัวและหัวใจ”
ซูไป๋กลับยอมรับอย่างตรงไปตรงมา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และทำความเคารพฉู่หลิวเยว่
ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนที่ฉู่หลิวเยว่สามารถปกป้องกระดานของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาก็ได้ยอมแพ้แล้ว
ฉู่หลิวเยว่แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก!
ทุกคนมองฉากนี้อย่างอึ้งๆ
ซุนจ้งเหยียนกลับเป็นคนแรกที่ได้สติขึ้นมา หัวใจของเขาเต้นแรงมาก
“ขอข้าประกาศว่าผู้ชนะของงานสมาคมเยาวชนปรมาจารย์ค่ายกลคือ ฉู่หลิวเยว่จากสำนักเทียนลู่!”
ทุกคนได้ยินประโยคคำพูดที่เหมือนกับเมื่อวานอีกครั้ง
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหลังจากที่ฉู่หลิวเยว่ได้ที่หนึ่งของประเภทการต่อสู้แล้ว ประเภทปรมาจารย์ค่ายกลก็ยังได้ที่หนึ่งด้วยเช่นกัน
“ไอ้โรคจิตน่าตายนั่นจะไม่ปล่อยให้คนอื่นได้มีทางเดินบ้างเลยหรือ”
ซือหยางพูดขึ้น
เขามีความรู้สึกว่าระยะห่างของเขากับฉู่หลิวเยว่จะห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่เป็นคนที่อยู่ที่นี่ทุกคน
คนแบบนี้เกิดมาเพื่อให้คนอื่นอิจฉาใช่หรือไม่?
ในที่สุดมู่หงอวี่ก็ถอนหายใจออกมา พร้อมตะโกนขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ
จนถึงตอนนี้การแข่งขันสองประเภทของงานสมาคมเยาวชน สำนักเทียนลู่ของพวกเขาสามารถคว้าที่หนึ่งมาได้ทั้งหมดเลย และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นเป็นฉู่หลิวเยว่ที่ชนะด้วย
ในครั้งนี้ถือว่านางเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในงานเพียงคนเดียวแล้วล่ะ
ตรงกันข้ามสำนักอีกสองสำนัก กลับมีบรรยากาศมืดมน
เมื่อเซิ่นอีหมิงได้ยินประกาศเช่นนั้นจากซุนจ้งเหยียน ในที่สุดเขาก็ทนไม่ได้อีกต่อไปเลือดในกายพุ่งพล่าน ตาดำพลิกไปด้านบนแล้วหมดสติลงทันที
ซีหว่านหว่านรีบเข้าไปพยุงเขาทันที
“อีหมิง…อีหมิง! เจ้าเป็นอันใด”
ฝูอวิ๋นซานเหลือบสายตามามองเขาแล้วรู้สึกรำคาญใจ และผิดหวังเล็กน้อย
“เขาเพียงทนไม่ไหวแล้วสลบไปเท่านั้น เจ้าพาเขาไปพักผ่อนให้ดีเถอะ”
ต่อให้แพ้ต่อให้คนอื่นก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดถึงต้องมาเป็นแพ้ฉู่หลิวเยว่ ช่างน่าอับอายอย่างยิ่ง!
นิสัยแบบนี้ของเซิ่นอีหมิง เขาจะต้องปรับเปลี่ยนมันเสียหน่อย…
“อ่า…อื้อ เจ้าค่ะศิษย์จะพาไปเดี๋ยวนี้!”
ในใจของซีหว่านหว่านรู้สึกเป็นห่วงเซิ่นอีหมิงอย่างยิ่ง จึงไม่ทันได้สังเกตความไม่พอใจบนใบหน้าของฝูอวิ๋นซาน
นางรีบโบกมือให้คนที่อยู่ข้างๆ ช่วยนางแบกเซิ่นอีหมิงออกไปทันที
แต่ตอนที่นางกำลังจะหมุนตัวกลับไป นางกลับได้ยินเสียงเรียกที่ดังคุ้นหูขึ้นมา
“ช้าก่อน…”
หัวใจของซีหว่านหว่านกระตุกวูบจึงหยุด และหันกลับไปมองทันที
ฉู่หลิวเยว่เอามือกอดอกแน่นพร้อมส่งรอยยิ้มให้นาง เพียงแต่ว่ารอยยิ้มที่ว่านั่นกลับทำให้ซีหว่านหว่านรู้สึกย่ำแย่กว่าเดิมเท่านั้น
ซีหว่านหว่านหลบสายตาของฉู่หลิวเยว่อย่างรู้สึกผิด แล้วถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“เจ้ากำลังเรียกข้าหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้า
“แน่นอนทางนี้มีเรื่องนิดหน่อยจึงต้องการคำอธิบายจากเจ้า”