ตอนที่ 251
บทที่ 252 น้ำใจ [รีไรท์]
October 22, 2026
ไม่ใช่แค่ซุนจ้งเหยียนเท่านั้นที่ตกใจ คนอื่นๆ ที่อยู่ในสนามล้วนตกใจทั้งสิ้น
พวกเขารู้ว่าค่ายกลด่านสุดท้ายบนกระดานมีความซับซ้อนมาแค่ไหน ไม่ต้องพูดเรื่องที่จะวาดขึ้นมาใหม่เลย จะให้พวกเขาสร้างมันขึ้นมาก็เป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หลิวเยว่ร่างภาพจากด้านหลังมาด้านหน้าด้วย!
นี่มันยากกว่าการท่องหนังสือจากด้านหลังมาด้านหน้าตั้งไม่รู้กี่เท่าตัว
แต่ฉู่หลิวเยว่กลับจำมันได้อย่างแม่นยำ ทุกจังหวะที่ลากผ่านล้วนราบรื่นและอิสระมาก
“ต่อให้นางแก้ไขค่ายกลนั้นแล้ว ก็ไม่น่าจะจำได้ถึงขนาดนี้หรอกมั้ง…”
แม้กระทั่งคนของสำนักเทียนลู่เองก็ยังอดไม่ได้ที่จะซุบซิบกันขึ้นมา
“หรือว่านางจะเคยเห็นค่ายกลนี้มาก่อน?”
เหมือนว่านี่จะเป็นหนทางเดียวที่จะอธิบายเรื่องที่นางสามารถแก้ไขค่ายกลได้เร็วขนาดนี้ได้ อีกทั้งตอนนี้ยังสามารถซ่อมแซมได้อย่างสมบูรณ์ด้วย
ตงฟังชิงกระแอมไอหนึ่งครั้ง
“คือ…หรือว่าพวกเจ้าไม่รู้ว่า เด็กคนนี้เป็นคนที่มองผ่านตาหนึ่งครั้งจดจำไม่ลืมหรือ?”
ในคาบเรียนทำสมาธิ แม้ว่าฉู่หลิวเยว่จะทำตัวให้ไม่เป็นที่สนใจมาตลอด แต่จากการที่เขาสังเกตมาหลายครั้งจึงค้นพบว่า ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลประเภทใดก็จะไม่ได้เป็นปัญหากับฉู่หลิวเยว่ นางไม่เพียงสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังสามารถวาดรูปแบบลวดลายอักขระของมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพูดเรื่องที่นางสามารถแสดงค่ายกลระดับสูงออกมา และในตอนนี้นจางยังสามารถระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว
พลังแต่ละสายควรเป็นอย่างใด นางกลับรู้ได้อย่างชัดเจน
ตงฟังชิงจำได้อย่างแม่นยำมีครั้งหนึ่งในคาบเรียนที่ฉู่หลิวเยว่น่าจะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อมาก นางจึงเอาหมากกระดานมาเล่นซ้ำไปซ้ำมา เขาเหลือบมองไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่คาดไม่ถึงว่านางกำลังร่ายรูปแบบของค่ายกลอยู่
ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าฉู่หลิวเยว่คนนี้ไม่ธรรมดา ด้วยสาเหตุนี้เขาจึงหวังว่ามากให้ฉู่หลิวเยว่เข้าร่วมการประลองแก้ค่ายกลในครั้งนี้
“จริงหรือ?” ขนาดซุนจ้งเหยียนยังไม่กล้าจะเชื่อ
ปกติแล้วเขาไม่ได้คุยกับฉู่หลิวเยว่มากนัก นอกจากตอนที่ทดสอบเมื่อกลางภาคหนึ่งครั้ง จากนั้นเขาแทบจะไม่เคยเห็นฉู่หลิวเยว่อยู่กับค่ายกลพวกนี้อีกเลย
ตอนนี้กลับเป็นเรื่องจริงหรือเนี่ย!
“แต่ว่านางจะทำแบบนี้เพื่ออันใดเล่า?”
แต่อีกเดี๋ยวพวกเขาก็จะรู้แล้วว่าเพราะเหตุใดฉู่หลิวเยว่ถึงต้องทำเช่นนี้
หลังจากที่เห็นว่าฉู่หลิวเยว่ค่อยๆ ร่างค่ายกลขึ้นมาใหม่อีกครั้งทันใดนั้นนางก็หยุดลง
“หากข้าเดาไม่ผิดละก็ เมื่อครู่เจ้าเดินมาถึงจุดนี้ใช่หรือไม่?”
นางแสดงกระดานให้ซือถิงดู ซือถิงรู้สึกตกใจอย่างมากจากนั้นก็พยักหน้า
“ถูกต้อง!” ฉู่หลิวเยว่ยกมุมปากขึ้นพร้อมหันไปมองที่ซีหว่านหว่าน
เมื่อซีหว่านหว่านเห็นว่านางสามารถฟื้นกระดานค่ายกลออกมาได้อย่างสมบูรณ์ แผ่นหลังของนางก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
ฉู่หลิวเยว่โบกมือเบาๆ เส้นด้ายที่คล้ายมีคล้ายไม่มี ก็ถูกหยิบขึ้นมาจากกระดาน
“ซีหว่านหว่าน เจ้าจำได้หรือไม่ว่านี่คือสิ่งใด?”
ของในมือของฉู่หลิวเยว่ มีความยาวไม่ถึงคืบแม้ว่ามันจึงโปร่งใส แต่เมื่อมันโดนแสงอาทิตย์ส่องมันก็มีการสะท้อนแสงดังนั้นผู้คนจึงจำได้ทันที
“นั่นมัน…” ซุนจ้งเหยียนหน้าเปลี่ยนสีไปทันที
“ตะขอวิญญาณสีเงิน?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ตะขอวิญญาณสีเงิน’ คนจำนวนมากก็แสดงสีหน้าตกใจออกมา
ได้ยินมาว่าขอสิ่งนี้ทำมาจากเส้นไหมเทียนเสวี่ยที่หายาก มันทั้งอ่อนนุ่มและโปร่งแสง แต่กลับแข็งแกร่งไร้เทียมทานแล้วยังแหลมคมมากกว่ากระบี่เสียอีก
แต่ของสิ่งนี้มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่คือ สามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียว
เมื่อใช้มันไปแล้วของสิ่งนี้จะเปราะบางจนกลายเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง
แต่หากมองจากทางหนึ่ง มันก็เป็นข้อดีมากเช่นกัน อย่างน้อยมันก็เหมาะมากที่จะเป็นอาวุธลับ มันรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าคนตาย แต่ก็หายไปโดยไร้เบาะแสรอแค่ผ่านไปเพียงชั่วเวลาหนึ่งมันก็จะละลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เพียงแค่เส้นไหมเทียนเสวี่ยเป็นของที่มีค่าอย่างยิ่ง คนธรรมดาแทบจะไม่เคยเห็นมัน และยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเคยใช้หรือไม่
“ตอนที่วางกระดานไว้ที่สนามทดสอบนั้น ทุกตัวจะผ่านการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว และไม่น่าจะมีของเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาแน่นอน”
ซุนจ้งเหยียนสัมผัสได้ถึงอันใดบางอย่างทันที เขาจึงมองที่ซีหว่านหว่านอย่างเคร่งเครียด
“ซีหว่านหว่าน เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างใด!”