ตอนที่ 254
บทที่ 255 เผา [รีไรท์]
October 22, 2026
“เยี่ยนชิง กลับไปแล้วเอาเสื้อผ้าลายเมฆออกไปเผาทิ้งให้หมด”
หรงซิวพูดอย่างเกียจคร้าน
“จำเอาไว้ ให้เผานอกจวน อย่าทำให้อากาศในจวนมีมลทิน”
เยี่ยนชิงที่ขี่ม้าอยู่ด้านนอกรับขานรับทันที
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบๆ แต่ทันใดนั้นในใจกลับคาดเดาอันใดได้บางอย่าง เสื้อผ้าเหล่านั้นของหรงซิวยังดีๆ อยู่เลย แต่กลับจะเอามันไปเผาทิ้งทั้งหมด…
นางจึงกดเสียงต่ำลง
“หรงซิว เจ้าจะเอามันไปเผาทิ้งทั้งหมดจริงๆ หรือ?”
หรงซิวเอนตัวอย่างผ่อนคลาย
ท่าทางเครียจคร้าน ใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เสื้อผ้าแค่ไม่กี่ตัวเองทิ้งไปแล้วมันทำให้เยว่เอ๋อร์มีความสุขขึ้นเช่นนั้นก็คุ้มค่าแล้ว”
เสื้อผ้าไม่กี่ตัว?
งั้นเกรงว่าเสื้อผ้ามากกว่าครึ่งของเขาจะเป็นลายเมฆเช่นนี้หมดเลยไม่ใช่หรือ?
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป
“ก่อนหน้านี้เจ้าเพิ่งบอกว่าเจ้าชอบลายนี้มากไม่ใช่หรือ?” หรงซิวหันมามองนาง แววตาก็มีประกายรอยยิ้มประดับขึ้น
“แต่ข้าชอบเจ้ามากกว่า”
หากมาเทียบกันแล้วของเหล่านั้นเป็นของนอกกาย
ฉู่หลิวเยว่หัวใจเต้นแรง เหลือบสายตามองด้านข้างของเขา จากนั้นก็หยิบเสื้อคลุมตัวที่วางอยู่ด้านข้างโยนขึ้นไปโยนตัวของเขา
“หรงซิวเจ้าไม่กลัวเป็นหวัดหรอกหรือ?”
หรงซิวหัวเราะเสียงดัง แล้วคว้าเสื้อคลุมไว้
เดิมทีฉู่หลิวเยว่คิดว่าจะแสร้งทำเป็นเคร่งครึ้ม แต่เมื่อได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจของหรงซิว หลังจากนั้นไม่นานนางก็เผลอยิ้มออกมา
“เกรงว่าครั้งนี้หรงซิวจะต้องสูญเงินไปเป็นจำนวนมาก”
“เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นั้นข้าไม่ใส่ใจหรอก แต่ตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง อากาศก็จะหนาวเย็นเล็กน้อย”
รอยยิ้มในดวงตาของหรงซิวยังไม่จางหาย ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ พร้อมลากนางเข้ามาในอ้อมกอดเบาๆ
“ตอนนี้ ไม่หนาวแล้ว”
ตอนแรกฉู่หลิวเยว่คิดจะขืนตัวออกมา แต่เมื่อได้ยินหรงซิวส่งเสียง ‘ซู่ว’ ออกมา
นางก็ชะงักตัวไปอย่างกะทันหัน นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าตอนนี้พวกเขายังอยู่ในรถม้า หากทำตัวส่งเสียงดังออกไปเกรงว่าคนอื่นอาจจะได้ยินเอาได้ต่อให้มีสิบปากก็ล้างมลทินไม่สะอาดแน่นอน
นางหันหน้ากลับมามองหรงซิวพร้อมส่งสายตาตักเตือน หรงซิวเองก็ยืดหลังตรง พร้อมขยับตัวเข้าใกล้นางเสียงพูดก็เบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน
“วางใจเถอะ ข้าเป็นเด็กดีมาก”
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนางก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดิ้นรนอีกต่อไป ฉู่หลิวเยว่เองก็ปล่อยเขาไป จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องพูดแล้วถามเขา
“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่ามีเรื่องให้ข้าช่วย เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเจินเป่าเก๋อหรือ?”
หรงซิวหัวเราะเสียงเบา
“ความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เพียงแค่ข้าคิดถึงว่าที่พระชายามากไปหน่อยเท่านั้น ก็เลยต้องเชิญให้เจ้ามาช่วย”
ฉู่หลิวเยว่ทั้งโกรธทั้งขบขัน
“หลีอ๋องที่สง่างามไร้คนเทียบ ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็มีสาวงามจำนวนนับไม่ถ้วนคอยตามหลังอยู่ตลอด เมื่อรวมกับทักษะในการเกี้ยวพาราสีของท่าน ไม่รู้ว่าจะมีผู้หญิงจำนวนมากน้อยเท่าใดที่ต้องใจในตัวท่าน”
นางพูดเรื่องจริง แม้ว่าปกติแล้วหรงซิวจะดูอ่อนโยนดุจดั่งหยก แต่ร่างกายของเขากลับมีออร่าที่เหมือนแบ่งแยกคนอื่นอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีผู้หญิงไม่น้อยที่แอบหลงรักเขาหัวปักหัวปำ แต่คนที่จะกล้าเข้าไปทำความรู้จักนั้นมีเพียงไม่กี่คน
หากคนพูดอย่างสองประโยคข้างต้นนั้น เกรงว่าผู้หญิงทั้งโลกนี้จะต้องตกหลุมรักเขาแน่นอน
ก่อนหน้านี้เขารักษาตัวอยู่ที่หมิงเยว่เทียนซานไม่ใช่หรือ?
ที่แห่งนั้นไม่ใช่ว่าใครจะไปก็ได้ หรงซิวอยู่ที่นั้นตั้งหลายปีต่อให้เขาไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็ไม่น่าจะเป็นคนที่เกี้ยวพาราสีเก่งเช่นนี้
ไม่…นางเกือบลืมไปเลย เหมือนว่าในร่างกายของเขายังมีตัวตนที่ถูกเก็บเป็นความลับอยู่อีก ‘บุตรแห่งร่างทองคำศักดิ์สิทธิ์’
เพียงแต่ว่าหรงซิวไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย และนางเองก็ไม่เคยถามมาก่อน
“เช่นนั้น เยว่เอ๋อร์ยังรวมอยู่ในกลุ่มเหล่านั้นหรือไม่?”
หรงซิวถามอย่างยิ้มๆ