ตอนที่ 256
บทที่ 257 ความอัปยศ [รีไรท์]
October 22, 2026
หลังจากที่ซือถูซิงเฉินบอกลาเฉิงหันแล้ว นางก็ปฏิเสธคนอื่นๆ ที่ต้องการเดินตามนางมา แล้วเดินแยกออกไปคนเดียว
นางเดินไปตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าในใจควรจะมีความรู้สึกอย่างใดกันแน่ เพียงแค่ในสมองของนางในตอนนี้ขาวโพลนไปหมด และไม่อยากจะคิดอันใดทั้งนั้น
อย่างใดก็ตามฉากที่เกิดขึ้นในสนามเมื่อก่อนหน้านี้ กลับยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำของนางเช่นเดิม และทำให้นางรู้สึกเสียใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
หลังจากที่คิดแล้วคิดอีกทันใดนั้นนางก็คิดขึ้นมาได้ว่า…ลองไปที่จวนหลีอ๋องดูหน่อยเป็นไร
แน่นอนว่าตั้งแต่นางมีถึงเมืองหลวง นางก็รู้แล้วว่าหรงซิวได้รับการแต่งตั้งเป็นหลีอ๋อง และอยู่ที่จวนหลีอ๋องคือที่ที่นางอยากจะไปเยี่ยมเยือนมาโดยตลอด
แต่ว่าด้วยฐานะของนางในตอนนั้น คิดว่าไม่ควรบุกเข้าไปเองเช่นนั้นจึงไม่ได้ไป
แต่ว่าตอนนี้ นางไม่ได้คิดรอบคอบขนาดนั้นแล้ว
นางกลับบอกไม่ถูกว่าเหตุใดจู่ๆ ถึงมีความคิดเช่นนี้ออกมาได้ แต่ฝีเท้าของนางกลับเคลื่อนตัวไปทางนั้นตามใจสั่งมา
แม้ว่านางจะไม่เคยไปที่จวนหลีอ๋องด้วยตนเอง แต่ตำแหน่งนั้นก็ติดอยู่ในใจของนางมานานหลายวันแล้ว
ด้วยความกังวลว่าจะมีคนจำหน้าของนางได้ นางจึงหาสถานที่เปลี่ยวๆ เพื่อสวมเสื้อคลุมกันลมหนึ่งชิ้น เพื่อปิดบังใบหน้าทั้งหมดของตนเองอีกทั้งอีกสวมหมวกสาน ทั้งตัวของนางจึงถูกปิดบังอย่างมิดชิด
ต่อให้มีคนออกมาตามหานาง ถ้าไม่มองอย่างละเอียดก็ไม่มีทางจำนางได้อย่างแน่นอน
หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้ว นางก็เดินทางไปที่จวนหลีอ๋องต่อ
ตอนนี้นางอยู่ไม่ห่างจากจวนหลีอ๋องมาก เหมือนนางจะพบว่ามีคนมากมายรวมตัวอยู่ตรงนั้น กำแพงรอบนอกของจวนหลีอ๋องล้อมด้านนอกสามชั้นด้านในสามชั้น เหมือนว่ากำลังดูเรื่องสนุกอันใดกันอยู่
ซือถูซิงเฉินรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
ที่นี่เป็นถึงที่อยู่อาศัยของหลีอ๋อง พวกคนธรรมดาถึงบังอาจกล้ายืนอยู่ที่นี่ขนาดนี้?
แล้วก็ไม่รู้ว่าเหตุใดทหารรับใช้ของจวนหลีอ๋องถึงได้แย่ขนาดนี้ เรื่องเล็กๆ แค่นี้ยังจัดการไม่ได้อีก
นางเดินขึ้นไปด้านหน้าสองก้าว นางอยากรู้ว่านี่มันเกิดเรื่องอันใดกัน แต่เพียงครู่เดียวนางก็ได้กลิ่นตัวกลิ่นเหงื่อเหม็นโชยจากคนพวกนั้น กลิ่นแรงมากจนทำให้นางรู้สึกขยะแขยง
นางยืนอยู่ตรงนั้นสองเท้ายืนอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคง ไม่ได้ขยับไปด้านหน้าสักก้าว
นางรู้สึกไม่อยากจะแหวกฝูงชนเข้าไปด้านใน มันเป็นการเรื่องคึกคักเล็กน้อยเท่านั้นแหละมั้ง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางก็เตรียมตัวหมุนตัวออกมา
แต่ตอนที่นางกำลังจะเดินออก นางกลับได้ยินเสียงพูดคุยสองสามคนจากในกลุ่มนั้นว่า
“ไม่รู้จริงๆ นะว่าหลีอ๋องคิดเช่นใดถึงได้เอาเสื้อผ้าดีๆ เหล่านั้นมาโยนทิ้งทั้งหมด”
“นั่นสิ! ดูเนื้อผ้าพวกนั้นสิ มีราคาแพงหมดเลยไม่ใช่หรือ จะเอาไปเผาทิ้งทั้งหมดมันก็เสียดายเงินนะ”
“แต่ว่าเหล่านั้นมีแต่เสื้อผ้าดีๆ ขนาดลายเมฆที่ปักอยู่บนนั้นก็ล้วนวิจิตรงดงาม น่าเสียดายจริงๆ“
หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นในใจของซือถูซิงเฉินก็กระตุกวูบ นางรีบแหวกฝูงชนเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว
แต่คนที่อยู่ด้านหน้ากันนางไม่ให้เข้าไป และไม่ต้องการให้เบียดกันมากเกินไป
หลังจากที่นางเขย่งเท้าดูเพียงเล็กน้อย นางจึงเห็นเพียงทหารยามที่อารักขาจวนหลีอ๋องอยู่ด้านใน และมีเปลวเพลิงสีแดงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
ส่วนอย่างอื่น นางก็มองไม่เห็นมันแล้ว
นางรู้สึกจนใจอย่างมาก จึงได้แต่พูดเสียงเบา
“รบกวนขอทางหน่อย…”
แต่ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหน้าสองสามคนกลับรู้สึกหมดความอดทนเล็กน้อยแล้ว เขาก็หันหน้ากลับมามองหน้าอีกฝ่ายทันที จากนั้นก็เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่รูปร่างอ้อนแอ้น
แม้ว่านางจะสวมผ้าคลุมและหมวกสาน แต่ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะเสนาะหู แค่ฟังก็รู้ว่าจะต้องเป็นหญิงงามแน่นอน
เมื่อมองดูเสื้อผ้าของนาง เหมือนจะ…เป็นชุดนักเรียนของแคว้นซิงหลัว?
เหมือนว่านางน่าจะเป็นศิษย์ในแคว้นซิงหลัวที่มาร่วมดูเรื่องสนุกด้วย