ตอนที่ 259
บทที่ 260 แผนการ [รีไรท์]
October 22, 2026
แม้ว่าฉู่หลิวเยว่จะมาสายมาก แต่เพราะว่านางสามารถชนะในการประลองสองครั้งแรกได้ ดังนั้นจึงไม่มีใครมาหาเรื่องนาง
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่เป็นที่นั่งว่างมาตลอด ตอนนี้กลับจักรพรรดิจยาเหวินนั่งอยู่ และด้านข้างของพระองค์ก็คือจักรพรรดินี
เมื่อมองไปรอบข้างก็จะเห็นองค์ชายองค์หญิงนั่งอยู่ครบทุกพระองค์
หลังจากเหลือบมองคร่าวๆ แล้ว คนที่นั่งอยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนคุ้นเคยของฉู่หลิวเยว่
แต่ว่า ตำแหน่งของหรงซิวนั้นว่างเปล่า
ในสนามประลองก็มีศิษย์หลายคนเข้ามาประจำตำแหน่งแล้ว ด้านหน้าของพวกเขาก็มีเตาหลอมโอสถอยู่คนละหนึ่งเตา
ซุนจ้งเหยียนกำลังประกาศกฎของการแข่งขันอยู่
“ด้านหน้าของพวกเจ้าทุกคน จะมีกล่องหยกวางอยู่หนึ่งกล่อง ภายในกล่องนั้นจะมีใบเทียบยาทั้งหมดสามใบ ใบเทียบแต่ละใบนั้นมีระดับต่างกัน พวกเจ้าสามารถเลือกหลอมโอสถที่เจ้ามั่นใจมากที่สุดหนึ่งใบ แล้วหลอมตามใบเทียบโอสถนั้น และเมื่อจบการแข่งขัน ผู้อาวุโสของทั้งสามสำนัก จะตัดสินตามคุณภาพเพื่อเลือกอันดับหนึ่งออกมา!”
เสียงนั้นดังกังวานไปทั่วสนามจยาหนาน
ผู้ชมที่อยู่โดยรอบต่างมีสีหน้าที่ตื่นเต้นและเฝ้ารอคอย การแข่งขันของเซียนหมอนั้นตึงเครียดกว่าเมื่อสองวันแรกมาก
ฉู่หลิวเยว่เดินมาที่ที่นั่งของตนเองอย่างเงียบๆ
ขณะนี้ความสนใจของผู้คนส่วนใหญ่ต่างอยู่ที่เวทีการประลอง นางจึงไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ออกมาเพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจ
หลังจากที่นั่งลงแล้ว นางก็หันไปมองที่เวทีการประลอง
ซือถูซิงเฉินยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ด้วย
ทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างซุบซิบเสียงเบา เพราะพวกเขาสามารถเดาได้แล้วว่าใครจะได้ที่หนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้
แต่ฉู่หลิวเยว่กลับรู้สึกสนใจเทียบยาที่อยู่ในกล่องหยกมากกว่า
ไม่รู้ว่าโจทย์ของงานสมาคมเยาวชนจะเป็นอย่างใดกันแน่…
ซุนจ้งเหยียนก็อธิบายเรื่องบางเรื่องต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นก็ประกาศเริ่มการแข่งขัน
ผู้เข้าแข่งขันก็เริ่มทยอยเปิดกล่องหยกใบนั้น และเปรียบเทียบใบเทียบโอสถทั้งสามใบ
ในตอนนั้น มีบางคนตกใจ บางคนชอบใจ บางคนลำบากใจ
เห็นได้ชัดว่าระดับของผู้เข้าแข่งขันนั้นแตกต่างกันอย่างมาก เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าคำถามการแข่งขัน จึงมีปฏิกิริยาที่ต่างกันเช่นนี้
หลังจากที่เงียบเสียงไปครู่หนึ่ง ก็มีศิษย์ที่อยู่ในสนามยกมือขึ้นมา
“เหอหยาง ศิษย์สำนักหนานเฟิง เลือกใบเทียบโอสถระดับกลาง”
อาจารย์ผู้ตัดสินที่อยู่ด้านข้างรีบสาวเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ให้คนนำสมุนไพรที่เกี่ยวข้องไปส่ง
“ทุกคนจะมีสิทธิ์ใช้สมุนไพรสองครั้ง หากล้มเหลวทั้งสองครั้ง ก็ถือว่าตกรอบ! เข้าใจหรือไม่?”
เหอหยางพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณท่านอาจารย์ผู้ตัดสินที่เตือน ศิษย์เข้าใจแล้ว”
เมื่อพูดจบเขาก็เอามือวางไว้ที่เตาหลอมโอสถ พร้อมถ่ายพลังลงไป
เปลวไฟสีน้ำเงินกลุ่มหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้น
เมื่อเห็นฉากเช่นนั้น ศิษย์ที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า จึงทยอยเลือกเทียบยา พร้อมเข้าสู่การหลอมโอสถ
ฉู่หลิวเยว่ที่อยู่ข้างล่างนั้น ก็มองไปด้วยความสนใจ พบว่ามีคนที่เลือก ระดับกลาง นั้นมีจำนวนเยอะมาก ส่วนที่เลือก ระดับต่ำ นั้นมีน้อยที่สุด
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเทียบยาเหล่านั้นมีอันใดที่แตกต่างกัน เหตุใดถึงยังมีคนเลือก ระดับต่ำ อยู่ นั่นไม่ได้หมายความว่าเอาป้ายแพ้มาคล้องคอแล้วหรือ?”
ซือหยางที่อยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นมาอย่างแปลกใจ
ฉู่หลิวเยว่จึงหัวเราะเบาๆ แล้วอธิบายอย่างอ่อนโยนว่า
“นั่นเป็นเพราะเซียนหมอแต่ละคนรู้ถึงระดับความสามารถของตัวเองอย่างชัดเจน พวกเขารู้ว่าตนเองอยู่ในระดับไหน ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่าตนเองควรเลือกระดับไหน สำหรับเซียนหมอแล้ว ถ้าเลือก ระดับกลาง แล้วล้มเหลว เช่นนั้นก็เลือก ระดับต่ำ ไปก็ได้ อย่างน้อยก็มีความหวังที่จะได้ที่หนึ่ง แต่ถ้าหลอมอันใดก็ไม่สำเร็จ ถือว่าต้องออกจากการแข่งขันทันที แน่นอนว่าเขาก็ต้องเลือกสู้เช่นนี้”
ซือหยางรู้สึกตกใจอย่างมาก แต่สุดท้ายก็เข้าใจ
“ถ้าตามที่เจ้าบอก การเลือก ระดับต่ำ ก็ไม่ได้หมายความคุณภาพของโอสถจะต่ำ?”
ฉู่หลิวเยว่พูดแก้ไขว่า
“ที่ถูกต้องต้องพูดว่า ลำดับของพวกเขา จะไม่ได้อยู่สุดท้าย”
ซือหยางพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ทันใดนั้นเขาก็เบิกตากว้างขึ้นมา
“เจ้ารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างใด?”
ฉู่หลิวเยว่เหลือบสายตามองเขาอย่างเกียจคร้าน