ตอนที่ 277
บทที่ 278 ดวงตา [รีไรท์]
October 22, 2026
คำพูดนี้ตกถึงหูของฉู่หลิวเยว่อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
นางแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่
นางไม่คู่ควร?
นี่ก็เป็นชื่อของนางอยู่แล้ว นางจะไม่คู่ควรได้อย่างใด?
มู่ชิงเห่อพูดแบบนี้ เพื่อจะให้นางคิดว่าเขากำลังพูดปกป้องนางอยู่
แต่ว่าเป็นไปได้รึ?
ถ้ามู่ชิงเห่อจงรักภักดี และไม่เคยหักหลังนางมาโดยตลอด ฉะนั้นเมื่อหนึ่งปีก่อนนางจะตายไปอย่างอนาถาได้อย่างใด?
ส่วนเขาเหตุใดหลังจากที่นางตายแล้วเขาก็ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
รองแม่ทัพทหารม้าดำ ฐานะตำแหน่งนี้สำคัญมาก เจียงอวี่เฉินทะเยอทะยานถึงเพียงนั้น จะยอมให้องครักษ์ของนางยังสามารถดำรงตำแหน่งพวกนี้ต่อได้อย่างใด?
เหมือนว่านางจะมั่นใจแล้วว่ามู่ชิงเห่อได้ย้ายมาอยู่ฝั่งเจียงอวี่เฉินภายใต้ความไม่รู้อันใดของนางตั้งแต่แรกแล้ว!
ไม่อย่างงั้นก็ไม่มีวิธีที่จะอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภายหลังได้แล้วจริงๆ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขาในตอนน้ นอกจากฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจ และรู้สึกเพียงแค่ว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตลก
แล้วตอนที่นางร้องขอให้ช่วยชีวิต เขาไปอยู่ที่ไหน?
ขณะที่นางถูกกดขี่ และกำลังจะตายนั้น เขาทำอันใดอยู่?
หลังจากที่นางตายแล้วเขาก็ฆ่ากวางหิมะตัวนั้นมาทำเป็นรองเท้าบูท และเหยียบย่ำใต้เท้าของเขาทุกวันอีกด้วย!
ตอนนี้ยังจะมาพูดแบบนี้อีก ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยรึ?
ฉู่หลิวเยว่มีเรื่องสงสัยมากมาย มีความโกรธแค้นมากมายที่กกดทับอยู่ในหัวใจ จนทำให้รู้สึกนางหายใจไม่ทั่วท้อง
แต่สุดท้ายแล้ว นางก็สูดหายใจเข้าแล้วก้มหน้าลง
“ชื่อนี้เป็นชื่อที่พ่อแม่ของข้าเป็นคนตั้ง แม้ว่าท่านจะรู้สึกว่าไม่คู่ควรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”
“หลิวเยว่! เจ้าพูดอันใดของเจ้าน่ะ!”
จักรพรรดิจยาเหวินตกใจไปที ก่อนจะรีบเอ่ยปากเตือน
“ยังไม่รีบขอความอภัยจากท่านรองแม่ทัพมู่อีก!”
พูดแล้ว เขาก็มองมู่ชิงเห่อด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง
“รองแม่ทัพมู่ แม่นางคนนี้ยังเด็ก และพูดจาเหลวไหล โปรดท่านจงอย่านำมาใส่ใจ ถ้าอย่างงั้น…ให้ฉู่เยว่เปลี่ยนไปใช้อีกตัวดีหรือไม่?”
แค่ชื่อเพียงชื่อเดียวสามารถก่อความวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้เชียว?
อย่าว่าแต่ฉู่หลิวเยว่เลย แม้ตาเขาก็ยังไม่กล้าบังอาจกับมู่ชิงเห่อเช่นกัน!
ปกติฉู่หลิวเยว่ก็เป็นคนฉลาด แต่วันนี้นางกลับเป็นอันใดไป
มู่ชิงเห่อจ้องฉู่หลิวเยว่ตาเขม็ง
“ไม่จำเป็น”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ฝีเท้าของเขาดูเหมือนจะเนิบๆ แต่กลับเป็นความเร็วที่เร็วมาก
จักรพรรดิจยาเหวินมองฉู่หลิวเยว่หนึ่งที
“เจ้าเด็กคนนี้! วันนี้ถือว่าเจ้ายังโชคดีอย่าให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองอีกล่ะ”
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับโล่งใจไปที
ถึงแม้จะรู้ว่าจักรพรรดิจยาเหวินกังวลเพราะกลัวว่านางจะซวยไปด้วย แต่นางก็จดจำในสิ่งที่เขาช่วยเอาไว้อยู่เหมือนกัน
นางยิ้มหน้าบานทันที
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
จักรพรรดิจยาเหวินกระแอม ก่อนจะรีบตามมู่ชิงเห่อไป
แล้วเงาของคนทั้งขบวนที่อยู่ตรงหน้าก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสักพัก สนามแข่งขันที่เงียบสงัดถึงจะคึกคักขึ้นอีกครั้ง
ฉู่หลิวเยว่ได้ยินคำวิพากษ์วิจารย์นางไม่น้อย
“รองแม่ทัพมู่คนนั้น ไม่รู้ว่าเป็นคนเยี้ยงไรกันแน่…เมื่อครู่เขาว่าฉู่หลิวเยว่ขนาดนั้น หมายความว่าอย่างใดกันแน่?”
“ข้านึกว่านางจะชอบฉู่หลิวเยว่เสียอีก แต่ใบหน้านั้น…ดูจากตอนนี้แล้ว ฉู่หลิวเยว่ไปขัดใจท่านผู้นี้เข้าแล้ว!”
“ที่นี่คนเยอะขนาดนี้ เขากลับคุยกับฉู่หลิวเยว่แค่คนเดียว ข้าว่าไม่ธรรมดาแน่นอน…ดูแล้วชายคนนั้นท่าทางเหมือนนักฆ่าขนาดนั้น จะหวั่นไหวกับผู้หญิงได้อย่างใด? ข้าว่าต่อไปฉู่หลิวเยว่คง…แย่แน่นอน!”
เห็นได้ชัดว่าผู้คนส่วนมากไม่ได้คิดดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้สักเท่าไร
มู่หงอวี่วิ่งมาก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ฉู่เยว่! เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ฉู่หลิวเยว่พูดอย่างใจเย็น
“จะมีอันใดอีกล่ะ ก็แค่ถามชื่อของข้า มิหนำซ้ำยังดูเหมือนว่าจะไม่พอใจกับชื่อของข้าด้วย”
“เหตุใดเจ้าถึงได้ใจเย็นถึงเพียงนี้ นั่นคือ…”
มู่หงอวี่หรี่เสียงให้เบาลง
“นั่นเป็นคนของราชวงศ์เทียนลิ่งเลยนะ!”