ตอนที่ 290
บทที่ 291 เปลวไฟสีดำ! [รีไรท์]
October 22, 2026
ฉู่หลิวเยว่มองไปยังถวนจื่อ
“ถวนจื่อ จะหยุดหรือยัง? นี่มันชั้นที่หกแล้วนะ”
ถ้าขึ้นไปอีกเห็นได้ชัดว่ามีเพียงผู้มีทักษะต่อสู้ระดับเจ็ดเท่านั้นที่จะขึ้นไปได้!
ถวนจื่อกะพริบตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง และดูเหมือนจะสงสัยว่าเหตุใดฉู่หลิวเยว่ถึงถามเช่นนี้
ที่นี่ไม่เห็นมีอันใด แน่นอนว่าต้องขึ้นไปต่ออยู่แล้ว!
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับนิ่งไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยปาก
“ได้ ถ้าเจ้าสามารถผ่านไปได้ ข้าก็แล้วแต่เจ้าแล้ว!”
ถวนจื่อสะบัดหางด้วยความดีใจ ก่อนจะหันตัวมุ่งไปยังชั้นที่เจ็ด
ฉู่หลิวเยว่ก้มหน้ามองมัน ก็มีเพียงบันไดเวียนที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
จู่ๆ แววนาของนางก็นิ่งแล้วมองไปที่เท้า
ก็เห็นว่าที่นั่นมีคราบเลือดที่แห้งติดอยู่หนึ่งหยด
เพราะเป็นสีแดงเข้มและอยู่ในตำแหน่งที่เป็นขอบ ฉะนั้นเมื่อครู่นี้ตอนที่นางขึ้นมาจากข้างล่างจึงมองไม่เห็น
ที่นี่คือชั้นที่หก จะมีใครที่มาถึงที่นี่ได้ อีกอย่างยังทิ้งรอยเลือดไว้ด้วย?
นางโน้มตัวลงและมองอย่างตั้งใจ ก่อนจะค่อยๆ ขมวดคิ้ว
จากประสบการณ์ของนางแล้ว เลือดหยดนี้คงจะหยดไปได้ไม่นาน และคงจะหยดภายในเวลาสองวันนี้
คือใครกัน?
ฉู่หลิวเยว่ยื่นมือออกมา เช็ดบนคราบเลือกนั้นเบาๆ ก่อนจะดูอย่างตั้งใจ
จากนั้นก็มีกลิ่นที่คุ้นเคยตีขึ้นมา
นางถึงกับนิ่งไป
นี่…นี่เหมือนจะเป็น…
นางมองไปรอบๆ เลือดหยดนั้นอีกครั้งแล้ว เมื่อตั้งใจสำรวจไปหนึ่งรอบแล้ว ในที่สุดก็เห็นว่ามีขนสีฟ้าเส้นหนึ่งในจุดที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น
นางมองเพียงครั้งเดียวก็รู้ทันที ว่านั่นคือขนของเจ้าปีศาจแดง!
ปีศาจแดงเคยมาที่นี่!
ในใจของฉู่หลิวเยว่มีความตกตะลึงเกิดขึ้น จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นปีศาจแดง ตรงล่างปีกของมันก็มีรอยเลือดอยู่ และดูเหมือนว่าจะบาดเจ็บด้วย…ตอนนั้นนางมัวแต่ตกใจที่ปีศาจแดงจำนางได้ ดังนั้นนางจึงไม่ทันได้สนใจเรื่องนี้
ตอนนี้พอนึกดูแล้ว ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกจริงๆ
ปีศาจแดงเป็นอสูรร้ายระดับเจ็ด มีพลังความสามารถที่แข็งแกร่ง อีกฝ่ายที่ทำให้มันบาดเจ็บได้ ดูแล้วอีกฝ่ายไม่ธรรมดาจริงๆ
ที่สำคัญก็คือ ตามความเป็นจริงแล้วแคว้นเย่าเฉินไม่เคยคนที่เป็นเช่นนี้อยู่เลย!
ตอนนี้พอดูแล้ว ปีศาจแดงได้เข้ามาที่หอคอยจิ่วโยว และได้รับบาดเจ็บจากที่นี่
คนที่อยู่ที่นี่นั้น…ฉู่หลิวเยว่อดนึกถึงอสูรร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดไม่ได้
ถวนจื่อเห็นฉู่หลิวเยว่ไม่ได้ตามมา จึงบินลงมาอีก
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่กำลังถือขนนกสีฟ้าอยู่ในมือ แววตาของนางก็เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยถากถางอย่างรวดเร็ว
ไร้ประโยชน์ไม่พอแล้วยังบาดเจ็บที่นี่อีก!
ฉู่หลิวเยว่เหลือบมองมัน
“ถวนจื่อ ปีศาจแดงได้รับบาดเจ็บที่นี่ไปแล้ว เจ้ายังจะขึ้นไปต่ออีกรึ?”
แม้แต่ปีศาจแดงยังสู้ไม่ได้ ถวนจื่อกับนางคงเป็นไม่ได้แม้แต่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้แล้ว ถวนจื่อก็ทำหน้ามุ่ยทันที นกตัวนั้นจะสู้มันได้อย่างใด
ฉู่หลิวเยว่เห็นว่ามันดื้อรั้นมาก จึงถอนหายใจก่อนจะพูดอย่างจริงใจว่า
“ถ้าเจ้าโชคไม่ดีขึ้นมา ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้หรอกนะ”
บางทีก็อาจจะกลายเป็นตัวถ่วงก็เป็นได้
ถวนจื่อขึ้นข้างบนไปด้วยความโมโห ก่อนจะโยนขนนกสน้ำเงินนั้นทิ้งไปแล้วกอดแขนของฉู่หลิวเยว่แล้วขึ้นไปทันที แบบนี้ก็แปลว่ามันตัดสินใจแล้ว
ฉู่หลิวเยว่ไม่รู้จะทำอย่างใดจึงทำได้เพียงพรมแดนไวฑูรยะออกมา และคิดว่าพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันเสมอ
ทั้งคนและอสูรพากันเดินขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดต่อ
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกได้ว่าเหมือนมีของหนักกว่าพันกิโลกรัมทับอยู่บนตัวแล้ว กว่าจะเดินได้แต่ละก้าวนั้นก็รู้สึกว่าหนักเหลือเกิน
ถ้าไม่มีถวนจื่อ นางคงจะไปไม่ได้ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ในที่สุดทั้งสองก็เดินมาอยู่ข้างหน้ารั้วกั้นชั้นที่เจ็ดแล้ว!
มันไม่เหมือนกับรั้วกั้นชั้นก่อนๆ เพราะที่อยู่ตรงหน้านี้ มันเป็นสีเงินสว่างไสว!
ดูแล้วเปล่งประกายเหมือนทะเลดาวที่เจิดจรัส!