ตอนที่ 814
บทที่ 815 ถือว่าเจ้ายังมีจิตใจดีงามอยู่บ้าง
October 22, 2026
เจ้าของสุ้มเสียงนั้นคือตู๋กูโม่เป่านั่นเอง
เมื่อเสียงพูดจบลง รอบสี่ทิศพลันเงียบสนิทในบัดดล
ในใจฉู่หลิวเยว่กระตุกคราหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองเขาครั้งหนึ่ง
จะพูดว่าไม่สงสัยคงเป็นไปไม่ได้
เพียงแต่ว่า ดูจากนิสัยใจคอของเถ้าแก่ใหญ่ท่านนี้แล้ว เกรงว่าคงมิได้รับคำตอบอันใด
หากเขายินยอมเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงของตนแล้วล่ะก็ ตอนปรากฏกายย่อมไม่สวมหน้ากากปิดบังตั้งแต่แรก
เป็นอย่างที่คาดไว้ ความคิดนี้เพิ่งผ่านพ้นไป ก็ได้ยินเถ้าแก่ใหญ่หัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ย
“เพราะใต้หล้ามีเพียงไม่กี่คนที่ทำสำเร็จ จึงต้องละเอียดรอบคอบเข้าไว้มิใช่หรือ?”
ตู๋กูโม่เป่าแค่นหัวเราะเย็นเยียบออกมาคราหนึ่ง
“ที่ท่านยืนกรานปฏิเสธเช่นนี้ อาจเป็นเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้กระมัง?”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
นี่กำลังโยนความโกรธทั้งหมดมาระบายใส่เขาหรือไร?
“คนที่ไม่ยอมเผยหน้าจริงของตนแก่ผู้อื่น ร้อยทั้งร้อยล้วนหน้าตาอัปลักษณ์น่ารังเกียจทั้งนั้น”
หลานเซียวเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างเนิบนาบประโยคหนึ่ง
“นังหนูเยว่เออร์ คนผู้นั้นเชื่อใจไม่ได้ เจ้ารีบมานี่เร็ว”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
เหตุใดจึงดูเหมือนว่าตนกลายเป็นคนของพวกเขาไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้วเล่า?
นางกระแอมไอครั้งหนึ่ง แล้วอธิบายว่า
“ผู้อาวุโส… ทั้งหลาย เถ้าแก่ใหญ่ท่านนี้เป็นคนรู้จักของข้า ก่อนหน้านี้ได้เขาช่วยข้าไว้หลายครั้ง… ผู้อาวุโสทั้งหลายไม่ต้องกังวลใจไป”
หากชายผู้นี้สมรู้ร่วมคิดกับนางล่ะก็ หากมาพูดเอาตอนนี้ก็ดูจะอดทนเก่งไปหน่อย
หลานเซียวแทบสำลัก มองท่าทีของฉู่หลิวเยว่ที่ดูไว้เนื้อเชื่อใจหรงซิวอย่างมากก็ทนไม่ไหว สบถด่าออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา
“… ปลิ้นปล้อน!”
เจ้าเด็กหรงซิวสวมหน้ากากเอาไว้ ไม่คิดเผยหน้าที่แท้จริงของตนให้นังหนูเยว่เออร์เห็น พวกเขายังคิดว่าเขากับนางไม่ได้ทำข้อตกลงใดๆ กันเลยด้วยซ้ำ
ใครจะรู้…ที่แท้ทุกอย่างล้วนเป็นการแสดงทั้งนั้น!
พอได้ยินเช่นนี้แล้ว เขายังคิดว่าตัวตนนี้ช่วยนางไว้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว?
ใครก็ดูออก สิ่งที่มันเรียกว่าความช่วยเหลือนั่นน่ะ เห็นได้ชัดเลยว่าทำไปเพื่อต้องการความไว้วางใจจากนังหนู!
แบบนี้แล้ว ต่อให้ไม่เผยใบหน้าที่แท้จริง นังหนูก็จะยังเชื่อใจเขามากไม่เปลี่ยนแปลง
ถุย!
ช่างไร้ยางอายเสียจริง!
แท้จริงแล้ว ฉู่หลิวเยว่เองก็อยากเห็นว่าเถ้าแก่ใหญ่มีใบหน้าค่าตาอย่างใดเช่นกัน
ทว่าขนาดผู้อาวุโสทั้งหลายยังไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้ นับประสาอันใดกับนาง
กลุ่มคนเหล่านี้ที่อยู่ที่นี่ ทุกคนล้วนเก่งกล้ากว่านาง นางนี่แหละคือคนที่อ่อนแอที่สุด
นางจะมีสิทธิ์อันใดไปพูดกัน?
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกว่าบรรยากาศในวงสนทนาชวนให้เกร็งอยู่บ้าง จึงจัดการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แล้วเอ่ยถามว่า
“ข้าน้อย… ไม่ทราบว่าต้องเรียกผู้อาวุโสว่าอย่างใดดี?”
หลานเซียวชี้มาที่ตัวเอง
“ข้าคือ…”
“เจ้าก็แนะนำตัวก่อนสิ จากนั้นแล้วพวกข้าค่อยบอกว่าพวกข้าเป็นใคร”
ตู๋กูโม่เป่าพลันเปิดปากพูด
หลานเซียวมองไปยังเขารอบหนึ่งด้วยสายตาแปลกประหลาด
เมื่อครู่หรงซิวพูดไปแล้วมิใช่หรือว่านังหนูยังจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร!
เหตุใดเขาจึงถามซ้ำอีกเล่า!?
ผู้อาวุโสลำดับห้าส่งสัญญาณทางสายตาไปให้หลานเซียวครั้งหนึ่ง
ที่พี่เป่าเอ่ยถามออกไปเช่นนี้ เห็นได้ชัดเลยว่ากำลังถามถึงความคิดเห็นของนังหนู!
หากว่านางจำได้ ย่อมต้องเชื่อใจพวกเขาเป็นแน่
หากว่าจำไม่ได้…
เช่นนั้นวันนี้คงมีเรื่องวุ่นวายเป็นแน่แท้
หลานเซียวที่เพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้ง ในใจคิดคำนวณครู่หนึ่ง พลันรู้สึกว่าคำถามนี้จำเป็นมากเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ คนทั้งสามจึงจ้องมองไปยังฉู่หลิวเยว่ รอคำตอบของนางอย่างใจจดใจจ่อ
หัวคิ้วของฉู่หลิวเยว่กระตุกคราหนึ่ง
ดูแล้วเห็นได้ชัดเลยว่าคนเหล่านี้ วางแผนที่จะถามคำถามนี้ออกมาแก่นางอยู่แล้ว
นางเม้มริมฝีปากของตน จมดิ่งลงไปในห้วงความคิด
แท้จริงแล้วนางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนรู้จักกับคนเหล่านี้
จะให้นางเปิดเผยสถานะของตนต่อหน้าคนแปลกหน้า ช่างเป็นเรื่องที่ยากเกินไป โดยแท้
ที่จริงแล้วกับอวี้ฉือซงและคนอื่นเอง นางก็ไม่ได้เปิดเผยอันใดออกมาสักหน่อย
ในเมื่อบนร่างของนางนี้เก็บซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดไว้!
แต่ว่า…
นางจำได้อย่างชัดเจนว่าคราแรกที่ได้ยินเสียงของพวกเขา นางกลับเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
แม้กระทั่งเสียงพวกเขาที่ตะโกนเรียกนางว่า “นังหนูเยว่เออร์” นางก็ไม่ได้เกิดความรู้สึกไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย
จนดูเหมือนว่า… ปกติแล้วก็ควรเป็นเช่นนี้