ตอนที่ 1140
บทที่ 1141 ฆ่าล้างสำนักเซินโจ่ว
October 21, 2026
อู๋เป่ยตอบ “เรื่องนี้ไม่ยาก ถ้าผมมีเวลาจะคำนวณหาตำแหน่งทิศทางที่เหมาะสมให้ครับ”
หลี่ชิงตี้ “เรื่องที่สาม คือการสร้างสถาบันตระกูลหลี่ เพื่ออบรมสั่งสอนบุคคลที่มีความสามารถของตระกูล”
อู๋เป่ย “ตกลง หากพวกคุณกำหนดจุดประสงค์เรียบร้อยแล้ว ผมจะรีบรวบรวมสื่อการสอนออกมาให้อย่างเร็วที่สุดครับ ”
ทั้งสองได้พูดคุยเรื่องของตระกูลหลี่จนกระทั่งถึงรุ่งสาง จากนั้นจึงค่อยแยกย้ายกันไป
ทันทีที่ทั้งคู่จากไปแล้ว อู๋เป่ยก็เข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง และเข้าใจถึงมรดกสามจักรพรรดิอย่างถ่องแท้ จะว่าไปมรดกสามจักรพรรดินั้น คือ จิตวิญญาณ ร่างกาย และกฎเกณฑ์ ซึ่งทั้งสามจักรพรรดิได้เดินอยู่บนเส้นทางนี้มายาวนานมากแล้ว ทั้งยังได้สะสมความรู้เกี่ยวกับพลังยุทธ์อันมีค่ามากมายมหาศาลอีกด้วย
แต่ความรู้ก็ยังเป็นเพียงแค่ความรู้เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าถึงพวกมันและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้
สองวันต่อมา อู๋เป่ยเดินทางมาถึงสำนักนอกเขาสู่ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสถาปนาสำนักเขาสู่อย่างเป็นทางการ ดังนั้นหลายสำนักจึงส่งคนมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม เขาในฐานะที่เป็นผู้ดูแลสำนักเขาสู่ จึงจำเป็นต้องอยู่ร่วมงานนี้ด้วย
นอกจากเป็นการเปิดสำนักเขาสู่แล้ว วันนี้ยังเป็นวันรับสมัครศิษย์ใหม่เข้าสำนักอีกด้วย เนื่องจากอู๋เป่ยเองได้ทำการประกาศรับสมัครไว้นานแล้ว ดังนั้นจึงมีวัยรุ่นจำนวนมากเดินทางมาจากทั่วสารทิศและมาพักอยู่ใกล้ๆ เมืองฉือเฉิง เพื่อรอเข้าร่วมการทดสอบในวันพรุ่งนี้
ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติผ่านการทดสอบ จะสามารถเข้าสู่สำนักเพื่อฝึกพลังยุทธ์ได้ และหากพวกเขาทำได้ดี ก็ยังจะได้เข้าสู่พรรคฉู่ซานจิ้นอีกด้วย
สำหรับเรื่องการรับศิษย์ใหม่เข้าสำนักนั้น อู๋เป่ยเองได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อไม่ให้พลาดคนที่มีความสามารถพิเศษไป เขาจึงตัดสินใจที่จะนั่งอยู่ในสนามคัดเลือกนั้นด้วยตัวเอง
ในวันนี้ บริเวณด้านหน้าประตูใหญ่ของสำนักเขาสู่ เต็มไปด้วยผู้คนอย่างล้นหลาม อู๋เป่ยจึงจำเป็นที่จะต้องจัดคนจำนวนหนึ่งเพื่อไปคอยดูแลความสงบเรียบร้อย
ฉู่ซานมีเครื่องมือสำหรับทดสอบคุณสมบัติอยู่ชุดหนึ่ง ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ได้ยาก แต่การผ่านการทดสอบนี้ไปได้กลับถือว่าเป็นเรื่องยาก ดังนั้นมองข้ามคนธรรมดาไปได้เลย สุดท้ายแล้วคนที่ผ่านการทดสอบนี้ไปได้ยังน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป!
เฉินเต้าชวน หลิววั่งกงและคนอื่นๆ กำลังคอยต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอยู่ ส่วนอู๋เป่ยกำลังคัดเลือกผู้สมัครเองกับมือ ผู้สมัครจำนวนมากเดินทางมาถึงสนามทดสอบภายใต้การนำทางของบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย
ขั้นตอนแรกคือการคัดเลือก ซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญของการคัดเลือกนั้น ยกตัวอย่างเช่น ช่องวิญญาณ เส้นลมปราณ กล้ามเนื้อ จากนั้นจึงค่อยดูเรื่องของพรสวรรค์ เช่น ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ และช่องเทพ เป็นต้น
การใช้วิธีนี้ เป็นการคัดเลือกคนขั้นพื้นฐาน และจะทำให้ทราบว่าเขาผู้นั้นเหมาะสมพอที่จะฝึกพลังยุทธ์หรือไม่ ซึ่งในด่านนี้ อู๋เป่ยเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตัวเองทั้งหมด
ผู้ที่มารายงานตัวพากันเข้าแถวจนยาวเหยียด ต่างเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาผู้ซึ่งมีสายตาอันแม่นยำ เดินผ่านเพียงแค่แวบเดียวเขาก็สามารถมองออกได้ทันทีว่าคนผู้นั้นสามารถฝึกพลังยุทธ์ได้หรือไม่
เมื่อใดก็ตามที่เขาพบกับคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการแล้ว เขาจะให้คนผู้นั้นเดินผ่านเข้าทางด้านหลังของเขาไป และเมื่อคนเหล่านั้นเดินผ่านทางด้านหลังเขาไปแล้ว ถึงจะสามารถได้เข้าร่วมทำการทดสอบอย่างละเอียดต่อไป
กระบวนการคัดเลือกค่อนข้างยากเย็น ในจำนวนสามสิบถึงสี่สิบคนนั้น จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกอู๋เป่ยเลือกเก็บไว้
ในระหว่างการคัดเลือก อู๋เป่ยต้องรวบรวมสติและสมาธิ ดังนั้นจึงดูเคร่งเครียดและเอาจริงเอาจังเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มรูปร่างใหญ่ สูงราวหนี่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินอยู่ในฝูงชน ในขณะที่เขาเดินผ่านอู๋เป่ยนั้น กลับไม่ถูกคัดเลือก ใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้นเดิมทีก็ดูเย่อหยิ่งอยู่แล้ว ยิ่งเห็นว่าตัวเขาเองไม่ได้ถูกคัดเลือก เขาจึงรู้สึกรับไม่ได้ขึ้นมาทันที และพูดกับอู๋เป่ยว่า “เฮ้ย ทำไมถึงไม่เลือกผมหล่ะ?”
อู๋เป่ยไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเขา ทุกคนต่างรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นกันอยู่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ยอมรับความจริงได้ มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น ที่ยอมรับความจริงไม่ได้ และหนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มผู้นี้
หลี่เทียนซือ จ้าวเทียนเล่อ และคนอีกจำนวนหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลผู้สมัครคัดเลือกต่างเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นั้นพูดจาหยาบคายไร้มารยาท จ้าวเทียนเล่อจึงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมไปว่า “หุบปากของแกและถอยออกไปซะ แกถูกคัดออกไปแล้ว!”
ชายหนุ่มผู้นั้นพูดจาเย้ยหยันว่า “พรรคฉู่ซานจิ้นเป็นพวกตาบอด ถึงมองไม่ออกว่าผมเป็นคนมีความสามารถ!”
จ้าวเทียนเล่อตอบอย่างเย็นชาว่า “ถ้าแกจะก่อกวนหล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ”
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง “ไม่เกรงใจอย่างนั้นหรือ?ก็ลองดู!”
จ้าวเทียนเล่อโกรธมาก ยื่นมือไปกดที่ไหล่ของชายหนุ่มผู้นั้น แต่ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับชายหนุ่มผู้นั้นแล้ว ก็เกิดปฏิกิริยาโต้กลับอย่างรุนแรง หากเขาไม่มีพลังที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจเคล็ดลับอย่างถ่องแท้ เขาคงถูกซัดจนกระเด็นไปแล้วเป็นแน่
เขาทั้งรู้สึกประหลาดใจและรู้สึกโกรธ จึงพูดไปว่า “คุณชายครับ ชายผู้นี้ซ่อนพลังของเขาไว้ครับ!”
“ฮ่าฮ่า” ชายหนุ่มผู้นั้นหัวเราะลั่น “อะไรคือการซ่อนพลังเอาไว้? พรรคฉู่ซานจิ้นของพวกแกมันตาบอด มองไม่ออกว่าอันไหนเป็นหยกเลี่ยมทอง สำนักแบบนี้ ไม่เห็นจะน่าสนใจอะไรเลยสักนิด!”