ตอนที่ 1411
บทที่ 1415 องค์หญิงเอ๋าเยว่
October 21, 2026
รูปลักษณ์ของหญิงสาวนั้นงดงามเป็นอย่างมาก อู๋เป่ยรู้สึกยากที่จะละสายตาไปจากเธอ
เธอกล่าวด้วยท่าทีเย็นชา:“ที่นี่คือสนามล่าสัตว์ของราชวงศ์ สัตว์ร้ายที่พวกเขาไล่ไปกำลังมารวมกันที่นี่ ขั้นฝึกฝนของคุณค่อนข้างต่ำ หากยังไม่จากไปจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
อู๋เป่ยใจสั่นสะท้าน คิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้เปลือกนอกเย็นชา แต่กลับออกปากช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จัก
เขารู้สึกได้ว่าท่าทีของอีกฝ่ายนั้นดูแล้วน่าจะมีสถานะไม่ต่ำทราม เขาต้องการที่จะสอบถามข่าวเกี่ยวกับหุบเขาแห่งความโกลาหล:“บอกฉันได้มั้ยว่าไปทางไหนถึงจะปลอดภัย?”
หญิงสาวลังเลเล็กน้อย แล้วมองอีกฝ่ายจากนั้นพูด:“รอบๆนี้ล้วนแต่อันตรายทั้งนั้น”
อู๋เป่ยหน้าเปลี่ยนสี:“งั้นฉันจะไม่ตายเหรอ?”
จู่ๆเขาก็นั่งลงที่พื้น หยิบโต๊ะออกมา จากนั้นเริ่มต้มน้ำร้อนในกาน้ำชา กลิ่นหอมของใบชาก็ลอยมาทำให้หญิงสาวบนหลังเสือนั้นนิ่งไป แล้วถาม“ในเวลา่นนี้ยังมีอารมณ์จิบชาอีกเหรอ?”
อู๋เป่ยถอนหายใจเบาๆ:“ในเมื่อจะต้องตายอยู่แล้ว ทำไมฉันจะไม่ตายให้สบายซักหน่อยล่ะ?”
หลังจากพูดเสร็จเขาก็หัวเราะขึ้น:“แม่นาง มาดื่มกับฉันซักหน่อยดีมั๊ย?”
หญิงสาวย่นจมูกเล็กน้อย หลังจากที่ได้กลิ่นชาก็กล่าว:“ใบชาชนิดนี้ปกติแล้วมีเพียงคนจากราชวงศ์ถึงจะดื่มกัน คุณกลับหยิบออกมาได้ง่ายๆ บอกมาเถอะว่าคุณเป็นใครกันแน่?”อู๋เป่ย:“ฉันพูดไปแล้สไวว่าฉันก็แค่คนที่ผ่านทางมา ฉันไม่ใช่ผู้ฝึกตนจากทวีปรกร้าง บอกไปคุณก็คงจะไม่รู้หรอก”
หญิงสาวลังเลไปหลายวินาที จากนั้นกล่าว:“คุณนี่มันช่างน่าสนใจจริงๆ บนหลังเสือปลอดภัย สามารถช่วยชีวิตคุณได้”
อู๋เป่ยดีใจอย่างมาก:“ขอบคุณมาก!”
เขาย้ายโต๊ะแล้วก็ลุกขึ้นยืนเบาๆ แล้วก็ขึ้นไปบนหลังเสือ หลังเสือนั้นกว้างใหญ่มาก วางโต๊ะซักตัวยังได้ เขารินชาให้เธอหนึ่งจอก:“เชิญลองชิมดู”
หญิงสาวกลับไม่โกรธ เมื่อรับมาแล้วก็จิบไปหนึ่งอึก จากนั้นดวงตาอันงดงามก็เปล่งประกายออกมา ยิ่งเข้าใกล้อู๋เป่ยยิ่งพบว่าผู้หญิงคนนี้มีความงามระดับเดียวกับราชินีอั้นเยว่เลยทีเดียว แต่คนละสไตล์กัน
ทว่าตอนนี้เขามีลูกมีภรรยาแล้ว ไม่อาจจะมีความคิดเช่นนั้นกับเธอได้ นี่เป็นเพียงแค่ความชื่นชมเท่านั้น
เขาอดไม่ได้ที่จะพูด:“คุณช่างงดงามจริงๆ เกรงว่าสถานะคงจะไม่ธรรมดา ฉันขอแนะนำตัวซักนิด ฉันชื่ออู๋เป่ย มาจากทวีปคุนหลุน”
หญิงสาวหลับตาเพื่อลิ้มรสชาติชาแล้วพูด:“ชาดี”
จากนั้นลืมตาขึ้นแล้วพูด:“ฉันคือลูกสาวของจ้านหวังแห่งราชวงศ์เฮยสุ่ย องค์หญิงเอ๋าเยว่”
อู๋เป่ยแอบตกตะลึง เขาได้ยินคนพูดถึงราชวงศ์เฮยสุ่ยมาตั้งแต่ก่อนมาถึงทวีปรกร้าง นี่คือสี่ราชวงศ์ใหญ่แห่งทวีปรกร้าง
เขาพูด:“ที่แท้ก็คือองค์หญิงนี่เอง ยินดีที่ได้พบ”
องค์หญิงเอ๋าเยว่:“ชาของคุณรสชาติดีจริงๆ มันคือชาอะไรเหรอ?”อู๋เป่ย:“ชานี้มีชื่อว่าชิงลู่ มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก”
องค์หญิงเอ๋าเยว่:“ฉันได้ยินมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ทวีปคุนหลุนว่าตอนนี้ทวีปคุนหลุนได้เปิดพื้นที่ทับซ้อนแล้วเหรอ?”
อู๋เป่ยพยักหน้า:“ใช่แล้ว ทวีปคุนหลุนเปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนี้กลับมาสู่สภาพเดิมแล้ว”
เขาหยิบขวดบรรจุใบชาที่บ่มด้วยตัวเองออกมา หัวเราะแล้วพูด:“องค์หญิงนี่คือชาเซียนที่ฉันบ่มด้วยตัวเอง ไม่แพ้ชาชิงลู่แน่นอน”
องค์หญิงประหลาดใจมาก:“คุณยังบ่มชาเป็นด้วยเหรอ?”
เธอจึงต้มมาอีกกาหนึ่ง หลังจากลองชิมแล้ว ใบหน้าอันสวยงามก็ปรากฏความตกตะลึงออกมา:“เป็นชาที่ดีจริงๆ รสชาติแม้จะสู้ชาชิงลู่ไม่ได้ แต่ก็เหนือกว่าชาอื่นๆมากนัก”
ตาของอู๋เป่ยเป็นประกาย:“ดูแล้วองค์หญิงนั้นเป็นผู้เข้าใจในศาสตร์ของชาจริงๆ ชานี้ฉันใช้วิชาโอสถมาบ่ม ดังนั้นรสชาติจะบริสุทธิ์มาก เมื่อเทียบกับกลิ่นหอมอันซับซ้อนของชาชิงลู่แล้ว บางคนกลับชอบมันมากกว่า”
องค์หญิงพยักหน้า:“การที่ได้ดื่มชาเช่นนี้ก่อนตายก็ถือว่าคุ้มแล้ว”
อู๋เป่ยตกตะลึง:“องค์หญิงทำไมถึงพูดแบบนั้น?”