ตอนที่ 1428
บทที่ 1432 ตระกูลเรืองอำนาจแห่งหลิงฉวน
October 21, 2026
เมื่อได้รับจดหมายมอบหมายตำแหน่งแล้ว อู๋เป่ยก็ยังได้รับเสื้อผ้าสองสามชุด ก่อนจะยืนขึ้นและออกมา ตอนนี้เขาได้กลั่นกู่ตานอีกสองเม็ด หยิบออกมาแล้วแบ่งให้จางไป๋อีหนึ่งเม็ด
เขาออกจากป่าและเหาะไปทางหลิงฉวน
ทางทิศตะวันตกของป่าเป็นเทือกเขาที่สูงมาก มันแบ่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกออกเป็นสองส่วน ทิศตะวันออกเป็นป่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด และทางทิศตะวันตกเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่เรียกว่าหลิงฉวน
ว่ากันว่าหลิงฉวนมีพื้นที่แปดล้านลี้ แม้ว่าพื้นที่จริงจะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ไม่ได้แตกต่างมากเท่าไหร่ เนื่องจากหลิงฉวนถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูง จึงมีแม่น้ำสายใหญ่หลายสายและ ทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์และด้วยเหตุนั้นทำให้เกิดอารยธรรมทางการเกษตรที่พัฒนาแล้วที่นี่!
ตอนที่อู๋เป่ยเหาะอยู่บนอากาศ เขาก็มองเห็นแม่น้ำหลิงฉวนที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ในใจเขารู้สึกตะลึงมาก พื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้หล่อเลี้ยงผู้คนนับหมื่นล้านคนมานับไม่ถ้วน นี่ช่างเป็นของขวัญจากพระเจ้าจริงๆ!
เขาติดต่อกับหลี่ชิงตี้ทันที ทั้งสองตัดสินใจที่จะพบกันที่หยางจิง เมืองหลวงของประเทศเหลียง
ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหยางจิง อู๋เป่ยได้พบกับหลี่ชิงตี้แล้ว หลี่ชิงตี้ได้สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในหลิงฉวนและไปรายงานกับอู๋เป่ย
ประเทศเหลียงเป็นหนึ่งในประเทศสามมหาอำนาจในหลิงฉวน พวกเขาขัดแย้งกับอีกสองประเทศและมีสงครามตลอดทั้งปี ซึ่งสถานการณ์นี้มีมาเป็นหลายร้อยปีแล้ว
หลิงฉวนมีขนาดใหญ่มากจนเกิดประเทศที่มีอำนาจมากมายในประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น เมื่อสามพันปีก่อนประเทศอู๋ซ่งตี้ซ่ได้ปกครองดินแดนในหลิงฉวนเกือบเก้าในสิบส่วน
แต่ถึงอย่างนั้นประเทศอู๋ซ่งตี้ก็ดำรงอยู่ได้เพียงแปดสิบปีก่อนที่มันจะล่มสลาย ตอนที่ประเทศยังอยู่มีกองกำลังจำนวนมากได้ก่อตัวขึ้น หลังจากการต่อสู้มานับพันปี ในที่สุดก็มีประเทศหลักสามประเทศก่อสร้างขึ้น
นอกจากประเทศเหลียงแล้ว ยังมีประเทศฉีและประเทศเฉินด้วย ประเทศเหลียงและสำนักเทียนเจี้ยนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทกัน โดยโดยมีฝ่ายสำนักเทียนเจี้ยนคอยสนับสนุนประเทศเหลียง เบื้องหลังของประเทศเฉินคือสำนักเทียนจี สำนักนี้เองก็เป็นกองกำลังที่ทรงพลังมากเช่นกัน สถานการณ์ของประเทศเฉินค่อนข้างพิเศษ แม้ว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุน แต่ญาติของฮ่องเต้หลายคนก็เป็นศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักเทียนกู่ อีกทั้งสำนักเทียนกู่ก็มีอิทธิพลอย่างมากในสามประเทศ
อันที่จริงพื้นที่รวมของทั้งสามประเทศนั้นน้อยกว่าหนึ่งใน 10 ของหลิงฉวน แต่มันกลับเป็นกองกำลังที่ใหญ่ที่สุด
นอดจากทั้งสามประเทศนี้ยังมีกองกำลังเล็กใหญ่อยู่อีกมากมาย แต่ไม่มีกองกำลังใหนเทียบได้กับทั้งสามประเทศได้เลย
หลี่ชิงตี้ยังรวบรวมสืบหาหนังสือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจำนวนมากในหลิงฉวนและมอบให้อู๋เป่ย ทันทีที่อู๋เป่ยดู เขาก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ในหลิงฉวนนั้นซับซ้อนมาก
หลี่ชิงตี้: "อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหลิงฉวนจริงๆ แล้วคือกลุ่มของตระกูลขุนนาง อันได้แก่ตระกูลหลี่ ตระกูลอู๋ ตระกูลฉินและตระกูลเฉิน แต่ละตระกูลล้วนมีกองกำลังที่ทรงพลังมาก ตระกูลเหล่านี้ปกครองพื้นที่มากกว่าแปดในสิบส่วนของดินแดนหลิงฉวน ทั้งสามประเทศหลักและสำนักที่ทรงอำนาจหลายที่ต่างก็มีตระกูลที่มีอำนาจราชศักดิ์เป็นศูนย์กลาง
อู๋เป่ย: “ ตระกูลที่มีมีอำนาจราชศักดิ์มีทรงพลังมากจริง ๆ"
หลี่ชิงตี้: "มีลำดับขั้นที่เข้มงวดภายในตระกูลเรืองอำนาจ ตัวอย่างเช่น มีลำดับขั้นภายในตระกูลหลี่ ลำดับต่ำสุดเรียกว่าเบี้ย ลำดับด้านสูงเรียกว่าคนเหลียง ลำดับที่อยู่เหนือคนเหลียงเรียกว่าขุนนาง คนเหนือกว่าขุนนางเรียกว่าผู้ดี ผู้อาวุโสและท่านประมุข โดยปกติแล้วคนเหลียงที่ดินขนาดใหญ่ ส่วนขุนนางก็จะเยอะขึ้นไปอีก ถ้าหากเป็นชนชั้นสูงก็จะเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ ที่ดินในมือมีอย่างน้อยหลายสิบล้านเฮกตาร์ หากมีมากก็อาจจะมีมากถึงหลายร้อยล้านเฮกตาร์!”
อู๋เป่ย: "จุดแข็งที่สุดของหลิงฉวนก็คือตระกูลคือเจ้าของที่ดินรายใหญ่และรายย่อยที่อยู่ด้านล่าง"
หลี่ชิงตี้: "ใช่ ดังนั้นหากจะควบคุมหลิงฉวน เราจะต้องควบคุมตระกูลเรืองอำนาจก่อน ประมุข แม้เราจะไม่ได้มีใจที่จะควบคุมหลิงฉวน แต่ผมคิดว่าทำไมไม่ลองใช้โอกาสนี้ควบคุมตระกูลหลี่ในหลิงฉวนล่ะ? "
อู๋เป่ยยิ้ม: "นายมีความเห็นยังไง?"