ตอนที่ 517
บทที่ 518 ผู้ฝึกวิชาปีศาจพรรคฟ้าทมิฬ
October 21, 2026
หลังจากนั้น เขาก็มาที่ลานบ้านเพื่อฝึกฝนวิชากำลังกาย
วิชากำลังกายกลุ่มที่ห้านั้นยากมาก ท่าแรกที่เขาฝึกก่อนหน้านี้ เขาสามารถฝึกสำเร็จได้ในครั้งเดียว ฝึกไปถึงท่าที่สองและท่าที่สามได้อย่างรวดเร็ว การเลื่อนขั้นของร่างกาย มีส่วนช่วยได้มากกับวิชากำลังกายของเขา ทำให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว!
ก่อนที่ฟ้าจะสว่าง อู๋เป่ยกลับมาพักผ่อนบนเตียง นอนหลับจนถึงก่อนเวลาอาหารเช้า หลังจากที่เลื่อนระดับพันธุ์กรรม จำเป็นต้องนอนหลับให้เพียงพอ เพราะฉะนั้นตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จนถึงช่วงก่อนที่พันธุ์กรรมจะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ เขาจะต้องนอนหลับให้เพียงพอทุกวัน
หลังจากที่ตื่นขึ้นมา เขาพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับ พอดูชื่อ ก็เห็นว่าเป็นเซี่ยหลานที่โทรมา
เซี่ยหลาน หญิงสาวที่ถูกเขาช่วยชีวิตจากรถโม่ปูนที่เมืองหมิงหยาง เธอก็พักอยู่ที่เมืองลี่สุ่ยเช่นกัน และเป็นเพื่อนบ้านของเขา
เธอโทรมามีธุระอะไร?
คิดสักพัก เขาก็โทรกลับไป รอสายอยู่ประมาณเจ็ดวินาทีปลายสายก็กดรับ หลังจากนั้นก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้น:“แกเป็นใคร?” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่มีมารยาทอย่างมาก
อู๋เป่ย:“ฉันโทรหาเซี่ยหลาน นายสิเป็นใคร?”
อีกฝ่ายยิ้มเยาะ:“โทรหาเซี่ยหลาน? พวกแกรู้จักกัน?”
อู๋เป่ย:“พวกเราเป็นเพื่อนกัน ฉันพักอยู่ข้างบ้านเธอ”
“แกพักอยู่ข้างบ้านเธอ?” อีกฝ่ายหัวเราะ “ตอนนี้เซี่ยหลานอยู่กับฉัน พวกเราอยู่ที่บ้าน ถ้าแกมีธุระก็มาหาเธอสิ!”
พูดจบ อีกฝ่ายก็วางสายไป อู๋เป่ยโทรไปอีกครั้ง อีกฝ่ายนั้นไม่รับสายแล้ว
เขาขมวดคิ้ว หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเซี่ยหลาน?
เขากับเซี่ยหลานไม่นับว่าสนิทกันมาก แค่เคยช่วยชีวิตเธอครั้งหนึ่ง และก็เคยช่วยชีวิตลูกชายเธอ
คิดสักพัก เขาก็ตัดสินใจให้เพื่อนที่อยู่เมืองฉือไปดูสถานการณ์ ถ้าพวกเขาสามารถแก้ไขกันเองได้ เขาก็ไม่ต้องไปด้วยตัวเอง
เขาก็เลยแจ้งไปที่หลี่กวงหลง ให้เขาส่งคนไป
พอคุยโทรศัพท์เสร็จ เขาก็ช่วยถังปิงอวิ๋นฝึกยุทธ์ต่อ
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ฝั่งหลี่กวงหลงก็มีข้อมูลมาบอก:“เพื่อน เรื่องที่นายให้ฉันตรวจสอบ ฉันตรวจสอบแล้วนะ”
แล้วเขาก็พูดให้ฟังคร่าวๆหนึ่งรอบ ที่แท้ เซี่ยหลานคนนั้นทำธุรกิจบริษัทโฆษณาอยู่ ช่วงนี้ถูกบริษัทคู่แข่งเจตนาแก่งแย่ง ทำให้ธุรกิจของบริษัทเธอขาดทุนร่วงหล่นลงมา
ช่วงก่อนหน้านี้ เธอแบกไว้ไม่ไหว เลยขายบริษัทไป แต่ไม่ว่าบริษัทไหนจะตั้งใจรับซื้อไป ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เปลี่ยนใจ
สุดท้าย บริษัทเลยเซี่ยหลานเลยยิ่งขาดทุน ในที่สุดก็ล้มละลาย และเธอก็ติดหนี้สินอยู่จำนวนมาก แม้แต่คฤหาสน์ที่ถนนลี่สุ่ยก็ถูกตรวจสอบเพื่ออายัด
เซี่ยหลานไม่มีที่ไป เลยพาลูกออกมานอนค้างอยู่หน้าห้องประตูอู๋เป่ยหนึ่งคืน สายโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับนั้น คิดว่าคงจะเป็นตอนนั้นที่โทรไป
ต่อมา ห้องของเซี่ยหลานก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามา พวกเขาเรียกเซี่ยหลานเข้าไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ออกมา
หลี่กวงหลงส่งคนไปตรวจสอบ ผลสุดท้ายเกือบถูกคนด้านในห้องนั้นทำร้าย
อู๋เป่ยขมวดคิ้ว เขาถามหลี่กวงหลงว่าสามารถจัดการปัญหานี้ได้หรือไม่ หลี่กวงหลงกลับบอกว่าเขาทำไม่ได้ คนด้านในพลังยุทธ์สูงมาก เขาไม่กล้ายั่วโมโห
“นายบอกว่าที่นั่นมีคนที่ฝึกยุทธ์?” อู๋เป่ยถาม
หลี่กวงหลง:“มีแน่นอน คนที่ฉันส่งไปมีแต่ผู้มีฝีมือทั้งนั้น แต่ก็ถูกเจอตัวเพียงไม่นาน เพื่อน พลังยุทธ์นายสูง ถ้านายเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้น นายมาที่นี่ด้วยตัวเองดีกว่านะ”
อู๋เป่ย:“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”
พอวางสาย อู๋เป่ยก็ไตร่ตรองสักพัก แล้วพูดกับถังปิงอวิ๋น:“ถังปิงอวิ๋น ฉันจะไปที่เมืองฉือสักหน่อย ฉันจะรีบกลับมาก่อนคืนพระจันทร์เต็มดวง”
ถังปิงอวิ๋น:“ได้ ฉันจะให้คนไปส่งนาย”
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง อู๋เป่ยนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวสุดหรู บินไปเมืองฉือ
หลังจากผ่านไปสี่ชั่วโมง อู๋เป่ยก็ปรากฏตัวอยู่บนถนนลี่สุ่ย เขาตรงไปที่หน้าประตูบ้านของเซี่ยหลาน แล้วกดกริ่ง
ทิ้งระยะไม่ถึงหนึ่งวินาที ประตูก็เปิดออก ชายหนุ่มในชุดเสื้อโค้ทยาวเดินออกมา เขาสังเกตอู๋เป่ย แล้วถาม:“นายมาหาใคร?”
อู๋เป่ยมองผ่านประตูเข้าไปด้านใน ด้านในมีคนอยู่ไม่น้อย เขาตอบ:“ฉันเป็นเพื่อนบ้านของบ้านหลังนี้ ฉันมาหาเซี่ยหลาน”
ชายหนุ่มรีบเปิดประตูออก:“เข้ามา”
อู๋เป่ยเดินเข้าไป ชายหนุ่มคนนั้นรีบปิดประตูลง หลังจากนั้นก็ขวางทางไว้
ในห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีคนยืนอยู่เจ็ดคน มีหนึ่งคนนั่งอยู่ คนที่นั่งนั้นอายุยังน้อย ท่าทางยี่สิบเจ็ดเห็นจะได้ เขาเขียนขอบตา ไว้ผมยาว สังเกตอู๋เป่ยอย่างเยือกเย็น
“คนที่โทรมา คือแกใช่ไหม?” เขาถาม