ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 ปล้นเครื่องบิน ตอนที่ 2
October 22, 2026
ตอนที่ 2 ปล้นเครื่องบิน (2)
ตั้งแต่เย่เชียนเติบโตมา เขาปลิดชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน อาจจะมากถึงหนึ่งพันคนเลยทีเดียวที่ต้องตายลงด้วยน้ำมือของเขา เย่เชียนเป็นหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวหมาป่าซึ่งเป็นตํานานในหมู่ทหารรับจ้าง
กลุ่มเขี้ยวหมาป่านั้น แต่เดิมถูกพิจารณาไว้ว่าเป็นกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดและมีสมาชิกแค่เพียงสิบคน ทว่าตั้งแต่ ‘ราชาหมาป่า’ อย่างเย่เชียนก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพียงสามปีต่อมากลุ่มเขี้ยวหมาป่ากลับเติบโตขยายตัวจนกลายเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่
เขาปกครองทุกอย่างโดยใช้เวลาเพียงแค่ปีเศษ และหลังจากที่โค่นล้ม เซี่ยป้าว ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งกองกำลังทหารรับจ้างลงได้ ด้วยเหตุนี้จึงทําให้เย่เชียนอยู่เหนือจุดสูงสุดเสมือนกับราชันแห่งเหล่าทหารรับจ้างกองกำลังพิเศษนานาชาติ
……
กลับมา ณ เหตุการณ์ปัจจุบัน
หลังจากที่เย่เชียนจัดการกับผู้ก่อการร้ายสองคนได้สำเร็จ เขาก็กระโจนเข้าใส่ผู้ก่อการร้ายคนสุดท้ายที่ยังคงอยู่ในห้องผู้โดยสารก่อนจะพุ่งเข้าไปแย่งปืนแล้วเหนี่ยวไกทันที
ปัง!
ผู้ก่อการร้ายหันขวับไปหาจุดที่วิถีกระสุนพุ่งใส่อย่างทันควัน แต่ช้าไปเสียแล้ว ลูกกระสุนลูกนั้นมันฝังเข้าไปในหน้าผากของเขาอย่างจัง ขณะที่ผู้โดยสารโดยรอบร้องลั่นด้วยความตื่นตกใจกลัวทันทีที่ได้ยินเสียงปืน
เย่เชียนไม่ได้ใส่ใจต่อเสียงร้องเหล่านั้นมากนัก เขาเดินดุ่ม ๆ ไปที่ห้องนักบินซึ่งมีผู้ก่อการร้ายคนสุดท้ายที่ยังคงลอยนวลอยู่ข้างใน ถ้ามันรู้ว่าเพื่อนของมันตายไปหมดแล้ว ชะตากรรมของทุกคนคงจะจบไม่สวยเป็นแน่แท้ เพราะชายฉกรรจ์คนนี้ มันไม่เพียงแค่ถือ AK47 ไว้ในมือเท่านั้น ทว่ามันยังมีระเบิดติดไว้ที่เสื้ออีกลูก
ถ้ามันรู้ตัวทุกอย่างคงจบสิ้น!
“คุณครับ คุณช่วยปลอบใจผู้โดยสารพวกนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปข้างใน” เย่เชียนพูดกับแอร์โฮสเตสสาวแล้วจึงค่อย ๆ เดินย่องไปยังห้องนักบินพร้อมกับปืนในมือ ระหว่างทางเขาก็คว้ามีดจากอกของผู้ก่อการร้ายที่เป็นหัวหน้าโดยไม่แยแสแม้เลือดจะเปื้อนมือ
เมื่อเย่เชียนมาถึงประตูห้องนักบิน เขาก็แอบมองเข้าไปด้านในและเห็นผู้ก่อการร้ายร่างผอมเตี้ยนั่งสบาย ๆ จิบเครื่องดื่มโคล่าอย่างไม่รู้หนาวรู้ร้อนใด ๆ เลย ถัดไปใกล้ ๆ มีกัปตันชายวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มนักบินสีขาวนั่งอยู่ ผู้ก่อการร้ายร่างผอมเตี้ยไม่ได้รับรู้ถึงการมาเยือนของเย่เชียน เขาจึงยังคงนั่งจิบโคล่าอย่างสบายใจ
“ผมบอกแล้วไงว่าเราวนเครื่องกลับไปที่เดิมไม่ได้ เพราะน้ำมันที่เรามีมันเหลือไม่พอที่จะทำแบบนั้น…” กัปตันกล่าวขึ้นอย่างหมดหวัง
เห็นได้ชัดว่าผู้ก่อการร้ายร่างผอมเตี้ยไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่กัปตันพยายามจะอธิบายเลยแม้แต่น้อย เขารู้แค่ว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่มากหากปล่อยให้เครื่องบินลงจอดที่ประเทศจีน
“ถ้าบินย้อนกลับไปไม่ได้ งั้นทำไมแกไม่ไปลงจอดที่อื่นล่ะวะไอ้โง่! จะไปจอดที่ประเทศ T รึไม่ก็ประเทศ YN ก็ยังได้ แค่นี้ก็คิดไม่ได้ แกเป็นกัปตันประสาอะไรวะ!” ผู้ก่อการร้ายร่างผอมเตี้ยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงความคิดความเข้าใจ
“แต่ถ้าเราบินเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศที่ไม่ได้ติดต่อขออนุญาตไว้ก่อนล่ะก็ พวกเขาอาจเห็นว่าเราเป็นศัตรูและเราอาจโดนยิงจากทางภาคพื้น…” กัปตันเริ่มรู้สึกหมดหนทางที่จะอธิบาย มันค่อนข้างยากลำบากในการขอเข้าน่านฟ้าในประเทศอื่น ๆ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เครื่องบินแปลกหน้าอาจถูกขีปนาวุธสอยร่วงก็เป็นได้
ผู้ก่อการร้ายได้ยินเช่นนั้นก็เดือดดาลทันที “พล่ามอะไรนักหนาวะ ? ข้าไม่มีตัวเลือกให้แกมากนักนะโว้ย! ถ้าไม่อยากตายก็หยุดพล่ามไร้สาระซะแล้วทำตามคำสั่งของข้าเดี๋ยวนี้ ข้าชักจะมีน้ำโหแล้ว!”