ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 พวกท่านจับมันไปทำอะไร
September 30, 2026
วันต่อมาแม่เฒ่าหลี่และหลิวหงลูกสะใภ้ของนางมาหาเฉียวลู่ที่กระท่อมน้อยแต่เช้าเพราะเรื่องที่พวกเขาคุยกันเอาไว้เมื่อวานตอนเย็น
“อวี้หลงอวี้ชิงจ๊ะลูกทั้งสองช่วยอะไรแม่บางอย่างได้หรือไม่”
เด็กชายพยักหน้าพร้อมกันอย่างกระตือรือร้นแสดงท่าทางอยากช่วยเฉียวลู่อย่างเต็มที่
“ไปบ้านสกุลฉินที่แม่พาลูกทั้งสองไปเมื่อวานจำได้หรือไม่ เรียกพี่ชายจื่อเฉินมาที่นี่แม่มีเรื่องคุยกับเขาลูกสองคนทำได้ไหม”
เฉียวลู่พูดกับเด็กชายทั้งสองด้วยความอ่อนโยน อวี้หลงกับอวี้ชิงพยักหน้าให้นางอีกครั้งจากนั้นจึงวิ่งหายไปทางหมู่บ้าน เฉียวลู่หันมาสนใจแม่สามีลูกสะใภ้ทั้งสอง
“ท่านยายท่านน้าหลิวท่านทานกุ้งไปเมื่อวานนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างท่านคิดว่ามันอร่อยหรือไม่”
แม่สามีลูกสะใภ้ที่นั่งข้างกันพยักหน้ารัวๆ จะไม่อร่อยได้อย่างไร ตอนแรกพวกเขายังเกรงใจกันและกันที่จะกินอาหารที่เฉียวลู่นำมาส่งหลังจากที่กินคำแรกไปแล้วต่างคนต่างแย่งชิงไม่สนความเป็นผู้อาวุโสและผู้น้อยแล้ว เฉียวลู่พยักหน้าและยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างพอใจ
“เช่นนั้นพวกท่านคิดว่ามันจะสามารถนำไปขายได้หรือไม่ เท่าที่ข้าดูเหมือนว่าคนที่นี่ไม่นิยมกินพวกกุ้งเท่าไหร่นะเจ้าคะ มันถึงได้มีเยอะขนาดนั้น”
แม่เฒ่าหลี่พยักหน้า
“เป็นเรื่องจริงเพราะมันตัวไม่ใหญ่และมีเปลือกหนา เมื่อก่อนไม่มีอะไรกินก็มีคนไปจับมาทำอาหารบ้างแต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจที่จะกินมันเท่าใดนัก เคยมีคนในหมู่บ้านบางคนกินเข้าไปแล้วเกิดตุ่มผื่นขึ้นทำให้ทุกคนคิดว่าถ้ากินมากเกินไปจะทำให้เกิดอันตราย”
เฉียวลู่นิ่งคิดเล็กน้อยดูเหมือนว่าจะมีบางคนที่แพ้กุ้งเมื่อกินเข้าไปจึงทำให้เกิดผื่นแดงขึ้น
“ที่เขาเป็นเช่นนั้นเพราะเขามีอาการแพ้กุ้งเจ้าค่ะ”
เฉียวลู่อธิบายให้แม่เฒ่าหลี่กับหลิวหงเข้าใจ แต่ทั้งสองยังคงทำหน้าสงสัยเหมือนกับจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เฉียวลู่บอก นางจะยกตัวอย่างอะไรให้พวกเขาเข้าใจดีนะ อีกทั้งยุคโบราณยังมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้าหลังนางจะอธิบายยังไงให้เข้าใจได้ง่าย
“ที่นี่มีเด็กที่ทานนมวัวแล้วมีอาการถ่ายท้องหรือไม่เจ้าคะ”
แม่เฒ่าหลี่นิ่งคิดตามคำถามของเฉียวลู่
“ข้าเคยได้ยินว่าหลานชายคนเล็กของหัวหน้าหมู่บ้านต้องทานนมวัวเพราะแม่ของเขามีน้ำนมไม่พอหลังจากที่ทานเด็กคนนั้นก็อ้วกออกมาและมีอาการถ่ายท้อง ตอนนั้นคนในหมู่บ้านยังคิดว่าในนมวัวมีพิษทำให้เด็กคนนั้นป่วย แต่หลานชายบ้านพี่ชายของข้าก็ดื่มนมวัวแต่เขากลับไม่มีอาการอะไรยิ่งดื่มนับวันยิ่งอ้วนท้วนสมบูรณ์หมอชางบอกว่าหลานของหัวหน้าหมู่บ้านแพ้นมวัวแต่เขาสามารถดื่มนมแพะได้นะ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะนั่นเรียกว่าเป็นอาการแพ้ชนิดหนึ่ง คนที่ทานกุ้งไม่ได้ก็จะมีอาการแพ้เช่นกันเจ้าค่ะความรุนแรงขึ้นอยู่ที่อาการแพ้ของแต่ละคนว่ามากน้อยแค่ไหน บางคนแพ้นิดหน่อยอาจมีแค่อาการคันและมีผื่นขึ้นเล็กน้อย หยุดกินไปสักพักก็หายไปเอง บางคนมีอาการแพ้รุนแรงอาจถึงขั้นหายใจไม่ออกและเสียชีวิต”
หลังจากที่เฉียวลู่อธิบายสตรีทั้งสองก็มีแสดงอาการเครียดออกมาท่าทางคิดไม่ตกกับการที่ต้องขายอาหารพวกนี้ หากเกิดมีคนที่กินเข้าไปแล้วมีอาการแพ้แล้วตายขึ้นมาพวกเขามิต้องติดคุกหัวโตหรือ
“อาลู่เจ้าคิดว่ากุ้งนี่จะขายได้จริงหรือถ้าเกิดมีคนที่แพ้แล้วกินเข้าไปจะทำอย่างไร”
เฉียวลู่ยิ้มหวานให้แม่เฒ่าหลี่ นางเข้าใจความหมายที่หญิงชราพยายามจะสื่อ
“ท่านยายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นไปหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีทางแก้ไขเรื่องนี้”
เฉียวลู่พูดอย่างมั่นใจ ทำให้แม่เฒ่าหลี่และหลิวหงวางใจไปเปลาะหนึ่งแต่ก็ยังรู้สึกกลัวเรื่องอาการแพ้ของคนที่กินเข้าไปอยู่ดี ผ่านไปสักพักหัวเล็กๆ สามหัวก็ค่อยๆ โผล่เข้ามาในกระท่อมเฉียวลู่ได้ยินเสียงเดินของพวกเขาทั้งสามตั้งแต่ไกลๆ แล้วนับวันความสามารถในการรับรู้ของนางยิ่งเฉียบคม ทำเอาเฉียวลู่นึกแปลกใจแต่ก็เพียงแปลกใจเท่านั้นเพราะนี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับนาง
“เด็กๆ มาแล้วหรือจ๊ะ”
เฉียวลู่โอบกอดเด็กชายทั้งสองของนางจากนั้นจึงหันไปยิ้มให้ฉินจื่อเฉินอย่างใจดี ฉินจื่อเฉินคารวะสตรีทั้งสามอย่างมีมารยาทจากนั้นจึงยื่นหม้อดินเผาคืนให้เฉียวลู่
“ท่านแม่ฝากมาขอบคุณพี่เฉียวลู่ด้วยขอรับ”