ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 หนังสือประหลาด
September 30, 2026
เฉียวลู่กลับมาถึงบ้านของเธอก็มืดมากแล้วคุณพ่อคุณแม่ของเธอยืนกระสับกระส่ายรอที่หน้าบ้านด้วยความป็นห่วง
“ลู่ลู่ ไปไหนมามืดค่ำขนาดนี้แล้วทำไม่พึ่งกลับบ้าน โทรศัพท์ก็ไม่พกไปด้วยพ่อกับแม่เป็นห่วงรู้ไหม”
เฉียวลู่เดินเข้าไปกอดแม่ของเธออย่างออดอ้อนเพราะกลัวโดนดุ
“โธ่ แม่ขาหนูเที่ยวแถวนี้เองนะคะไม่ได้ไปไหนไกล นานๆ จะได้มีเวลาเที่ยวสักทีแม่อย่าดุหนูเลยนะ”
ท่าทางออดอ้อนเหมือนเด็กของเฉียวลู่ทำเอาพ่อกับแม่ของเธอรู้สึกอ่อนใจ
“อายุสามสิบกว่าแล้วยังมาออดอ้อนเป็นเด็ก ไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวเถอะเดี๋ยวแม่อุ่นกับข้าวรอ”
เฉียวลู่ยิ้มอย่างผู้มีชัย เพราะสุดท้ายแม่ของเธอก็ยังคงแพ้ลูกอ้อนที่เธอใช้เป็นประจำเมื่อทำผิดตอนเป็นเด็ก แล้วแม่ของเธอก็โกรธเธอไม่ลงสักทีเมื่อเจอไม้ตายนี้ ทั้งพ่อและแม่ของเฉียวลู่อดส่ายหัวให้กับท่าทางดี๊ด๊าเป็นเด็กของเธอไม่ได้
นางเอกแถวหน้าอะไรกันนี่มันเด็กกะโปโลชัดๆ
เฉียวลู่อาบน้ำทานข้าวเรียบร้อยแล้วเธอพูดเรื่องที่เธอไปเที่ยววันนี้ให้แม่กับพ่อฟังอย่างออกรสแต่กลับลืมเรื่องของคุณยายและหนังสือเก่าเล่มนั้นไปเลยจนกระทั่งเฉียวลู่กลับเข้าห้องนอนของเธอมา
“ลืมหนังสือเล่มนี้ไปเลย”
เฉียวลู่หยิบหนังสือเก่าเล่มนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือของเธอมาเปิดดู ข้างในว่างเปล่ามีเพียงตัวอักษรที่เขียนเอาไว้จางๆ ว่าเฉียวลู่
“ทำไม่มีชื่อของเราเขียนเอาไว้ในนี้นะ”
เฉียวลู่พลิกกระดาษหน้าถัดไปแต่กลับไม่มีอะไรเขียนเอาไว้เลยมีเพียงหน้ากระดาษสีขาวอมเหลืองเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเก่า เฉียวลู่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ช่างเถอะ ถือซะว่าช่วยอุดหนุนคุณยายแล้วกัน”
ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่เธอก็เลิกสนใจในหนังสือเก่าเล่มนั้นไป เฉียวลู่วางหนังสือเอาไว้ที่เดิมแล้วปิดไฟเข้านอนทันที คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดทั่วท้องฟ้ามีเพียงแสงดาวที่ทอประกายระยับเกลื่อนกลาดหนังสือเล่มเก่าที่เฉียวลู่วางเอาไว้บนโต๊ะค่อยๆ คลี่เปิดออกทีละหน้าเหมือนมีลมบางเบาพัดผ่านและค่อยๆ เร็วขึ้นแรงขึ้น แสงสว่างถูกสาดกระจายออกมาจากหนังสือเก่าเล่มนั้นและมันค่อยๆ ไหลมารวมกันเป็นจุดเดียวที่หน้าอกของเฉียวลู่และหายไปทันที
เฉียวลู่ถูกเขย่าอย่างแรงจนเธองัวเงียรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
“แม่คะปลุกหนูทำไมช่วงนี้หนูไม่มีงานถ่ายละครนะคะขอนอนต่ออีกหน่อยเถอะ”
เฉียวลู่นอนหันหลังให้แต่คนที่ปลุกเธอยังคงเขย่าอยู่อย่างนั้นจนเธอรู้สึกรำคาญ
“ก็ได้ๆ ค่ะแม่มีอะไรจะคุยกับหนูก็ว่ามาเลย”
เฉียวลู่พยายามถ่างตาที่ยังคงง่วงงุนของเธอมองผู้ที่กำลังเขย่าปลุกตน
“เอ๊ะ”
เฉียวลู่ถึงกับตกใจจนตาสว่างไร้ความง่วงอีกต่อไป คนที่เขย่าปลุกเธอคือเด็กผู้ชายสองคนที่ตัวเล็กและผอมจนแก้มตอบ ใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยน้ำมูกและดินโคลน เสื้อผ้าเก่าขาดที่เหมือนไม่ได้ซักมานานปี ใบหน้าน้อยๆ ที่มีน้ำตาไหลออกมาเป็นทางนั้นไร้ความน่ารักสำหรับเฉียวลู่ แต่เมื่อเธอเห็นพวกเขาทั้งสองร้องไห้แล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้
“หนูจ๊ะ เธอสองคนเป็นลูกบ้านไหนทำไมมาอยู่ในห้องของพี่สาว.....”
เฉียวลู่พูดยังไม่ทันจบเธอก็ต้องตกใจอีกรอบเพราะห้องที่เธอบอกว่าเป็นห้องของเธอมันคือกระท่อมที่มุงด้วยหญ้าที่ท่าทางกำลังจะพังลงมาอยู่รอมร่อ ถึงห้องจะค่อนข้างมืดสลัวแต่แสงสว่างเล็กน้อยที่ส่องลอดเข้ามาก็ทำให้เธอมองเห็นสภาพข้างในได้อย่างชัดเจน