ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ไม่นะฉันยังไม่แต่งงาน
September 30, 2026
“เช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนท่านหมอแล้ว”
เฉียวลู่จีบปากจีบคอพูดดึงเอาวิญญาณนักแสดงของเธอออกมา หลังจากที่ท่านหมอที่เฉียวลู่เข้าใจว่าเป็นนักแสดงนั้นจับชีพจรของเธอเสร็จเขาก็พยักหน้าให้กับตนเอง
“เมื่อวานตอนที่ข้ามารักษาเจ้าอาการของเจ้าหนักจนเกินเยียวยาข้านั้นไร้ทางช่วย ช่างน่าแปลกใจเหลือเกินที่ตอนนี้เจ้าแทบไม่เป็นอะไรเลยนอกจากบาดแผลภายนอกที่ขาของเจ้า”
นักแสดงชายคนนี้สวมวิญญาณหมอมืออาชีพได้ดีจริงๆ เธอจะน้อยหน้าเขาไม่ได้
“เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าหายดีแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านหมอ”
เฉียวลู่มองท่าทางของเขา หมอนักแสดงพยักหน้าให้เธอ
“ข้าจะสั่งยารักษาแผลที่ขาให้เจ้าแล้วกัน เดี๋ยวให้อวี้หลงอวี้ชิงตามไปเอายากับข้าที่เรือน ส่วนค่ารักษากับค่ายาข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีเอาไว้เจ้ามีเมื่อใดค่อยทยอยคืนข้าแล้วกัน”
เฉียวลู่พยักหน้า
“ขอบคุณท่านหมอที่เมตตาข้า”
หลังจากที่นักแสดงหมอออกจากกระท่อมไปเฉียวลู่ก็นั่งรอเพื่อให้ผู้กำกับสั่งคัทเพื่อที่เธอจะได้ไปหาหมอจริงๆ สักทีเพราะตอนนี้แผลที่ขาเริ่มปวดตุบๆ แล้ว นั่งอยู่นานเสียงคัทก็ยังไม่ดังขึ้นเฉียวลู่เริ่มหงุดหงิดในใจ
“พอที!!! ฉันไม่สนเรื่องรายการของพวกคุณแล้วถ้าไม่ยอมสั่งคัทฉันจะทำเอง แล้วพวกคุณจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันทั้งหมด”
เฉียวลู่ลุกจากเตียงเพื่อออกไปจากกระท่อมหลังนั้น เธอหวังว่าเมื่อเธอออกมาจะได้พบกับทีมงานและกองถ่ายเธอจะวีนพวกเขาให้หนักๆ แต่สิ่งที่เฉียวลู่เห็นหลังออกมาจากกระท่อมหลังน้อยคือ ภูเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนกระท่อมที่เธออยู่ อยู่สูงขึ้นมาตรงเชิงเขาด้านล่างที่ไกลออกไปราวสองสามร้อยเมตรมีบ้านเรือนที่ทำจากดินหรือบางหลังก็เป็นเพียงกระท่อมที่มุงด้วยหญ้าตั้งอยู่ประปราย ไม่มีกองถ่ายไม่มีทีมงานไม่มีใครเลย มีแต่เด็กชายตัวเล็กผอมแห้งสองคนที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมาที่เธอ
เฉียวลู่พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เธอกำลังประสบอยู่ ก่อนหน้านี้ที่เธอจำได้คือเธอกำลังเข้านอนที่บ้านของตัวเอง พอตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ที่กระท่อมหลังนี้ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หรือว่าเธอถูกลักพาตัวมาแล้วคนที่ลักตัวของเธอมาอยู่ที่ไหนพวกเขาเป็นใครทำไมถึงปล่อยให้เธออยู่กับเด็กแค่สองคนเท่านั้น หรือว่าเด็กสองคนนี้ก็ถูกลักพาตัวมาด้วยเหมือนกัน
“ไม่สิ”
เฉียวลู่พึมพำเบาๆ ดูจากสภาพภายนอกพวกเขาไม่น่าจะเป็นเด็กที่บ้านมีฐานะร่ำรวยเลยสักนิด แล้วการแต่งตัวที่ดูย้อนยุคนี่มันอะไรกันหมอกำมะลอคนนั้นอีกคงไม่ใช่ว่า.... เฉียวลู่นึกถึงเรื่องต่างๆ นานา ที่จะสามารถเป็นได้จนกระทั่งนึกถึงบางสิ่งที่น่าเหลือเชื่อขึ้นมา
“ไม่จริงน่า ไม่ใช่ว่าเราทะลุมิติย้อนเวลาบ้าบออะไรนั่นหรอกนะ นี่มันเรื่องเหลวไหลทั้งเพ”
เฉียวลู่ดึงทึ้งผมของตนเองเหมือนคนบ้า เด็กชายทั้งสองที่พึ่งเดินมาถึงกระท่อมน้อยมองเฉียวลู่ด้วยสายตาเป็นห่วง
หลังจากที่สงบสติอารมณ์ของตัวเองได้แล้วเฉียวลู่จึงรู้สึกได้ถึงสายตาของเด็กทั้งสองที่กำลังมองมาที่เธอ ทำให้เฉียวลู่นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“นี่เธอสองคนบอกพี่สาวได้ไหมจ๊ะว่าที่นี่คือที่ไหน”
เด็กชายสองคนมองเฉียวลู่ด้วยท่าทางมึนงง