ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 เรื่องเหลือเชื่อ
September 30, 2026
เด็กชายสองคนมองหน้าเฉียวลู่แล้วหันมองหน้ากันไปมาแล้วเดินไปหยิบหัวมันเทศมายื่นให้นาง เฉียวลู่มองมันเทศในมือเล็กแล้วรู้สึกท้อใจนางมาอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย เด็กสองคนถามอะไรก็เอาแต่พยักหน้ากับส่ายหัวแล้ววันนี้จะได้รู้เรื่องไหม เฉียวลู่รับมันเทศหัวนั้นมาแล้วมองอย่างจนใจ
“เอาเถอะเครียดไปก็เปล่าประโยชน์ เช่นนั้นพวกเรามาทำอะไรกินกันดีหรือไม่”
ประโยคสุดท้ายเฉียวลู่หันมาถามเด็กชายทั้งสอง หลังจากที่เฉียวลู่จัดการก่อไฟอย่างทุลักทุเลสภาพของนางแทบไม่ต่างจากตอนแรกที่ยังไม่ได้อาบน้ำ เนื้อตัวเต็มไปด้วยขี้เถ้าและฝุ่นผงเฉียวลู่หันมายิ้มแห้งๆ ให้เด็กชายทั้งสอง ไม่ใช่ว่านางเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนะแต่ต้องมาใช้หินจุดไฟแบบนี้มันยากไปสำหรับคนยุคใหม่ที่เป็นถึงนักแสดงแถวหน้าเช่นนาง
เด็กชายหนึ่งในสองที่เฉียวลู่ยังแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครเพราะพวกเขามีใบหน้าที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ทำท่าทางว่าเขาจะทำเอง เฉียวลู่ถอยออกมาดูห่างๆ ไม่นานเด็กชายก็จุดไฟได้สำเร็จมันดูง่ายดายเหมือนเป็นเรื่องที่เขาทำบ่อยจนชำนาญ ดูเหมือนหลังจากนี้มีหลายเรื่องที่เฉียวลู่ต้องรู้เกี่ยวกับเด็กทั้งสองคน
เฉียวลู่ปอกเปลือกมันเทศและหั่นเต๋าใส่ลงในหม้อจากนั้นใส่เกลือที่มีอยู่เพียงน้อยนิดลงไป และเติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วมเล็กน้อยแล้วปิดฝาหม้อที่ทำจากไม้เอาไว้ ช่วงเวลาที่เฉียวลู่กำลังทำอาหารในครัวเด็กชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เดินออกจากระท่อมไปโดยที่นางไม่รู้ตัว
ผ่านไปราวสิบห้านาทีเฉียวลู่เปิดฝาหม้อออกดู มันเทศสุกได้ที่นางจึงเทน้ำในหม้อที่เหลือเล็กน้อยออกและใช้ช้อนค่อยๆ บดให้มันเทศละเอียดจากนั้นจึงเติมน้ำและเคี่ยวอีกครั้ง มันเทศหนึ่งหัวจึงดูเยอะขึ้นหลังจากเติมน้ำและเกลือหยิบสุดท้ายลงไป
กลิ่นหอมของโจ๊กมันเทศทำให้ท้องของเฉียวลู่ร้องประท้วงเสียงดัง ดูเหมือนว่าร่างกายนี้ก็คงไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาเป็นเวลานานดูจากที่แค่ได้กลิ่นโจ๊กมันเทศก็สามารถทำให้มีความอยากอาหารได้ถึงขนาดนี้
เฉียวลู่ตักโจ๊กมันเทศลงในชามสามชามแล้วยกกลับไปที่ห้องเดิมที่ตนเองได้ฟื้นขึ้นมาครั้งแรก ตอนนี้ยังสว่างอยู่แต่พระอาทิตย์ก็กำลังคล้อยต่ำลงไปเรื่อยๆ กระท่อมหลังนี้ดูเหมือนจะไม่มีเทียนด้วยเหมือนกัน เฉียวลู่หันมามองเด็กชายอีกคนที่เดินตามนางมา
“อีกคนเล่า ชื่ออะไรนะอวี้หลงหรืออวี้ชิง”
เฉียวลู่ถามเด็กชายที่กำลังยืนมองหน้านางอยู่
“อวี้ชิง”
เสียงเล็กๆ แต่แหบแห้งดังขึ้น เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ใช้เสียงมาเป็นเวลานาน
“เจ้าชื่ออวี้ชิงหรือ”
เด็กชายส่ายหน้าไปมา
“เช่นนั้นก็อวี้หลง”
อวี้หลงพยักหน้าขึ้นลง ดูเหมือนเด็กบ้านนี้จะไม่ชอบพูดเฉียวลู่มองใบหน้าเล็กที่ซูบตอบของเขา อวี้หลงมีไฝเม็ดเล็กๆ ที่ใต้ตาข้างขวา ทำให้ดวงตากลมโตดูโดดเด่นทั้งๆ ที่พวกเขาผอมมากขนาดนี้ เสียงเดินเบาๆ ด้านนอกทำให้เฉียวลู่ละความสนใจจากอวี้หลงแล้วหันไปมอง อวี้ชิงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน ในมือถือบางอย่างเอาไว้ทั้งสองข้างเมื่ออวี้ชิงหยุดยืนตรงหน้าเฉียวลู่เขายื่นบางอย่างมาที่หน้าของนาง