ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ขนาดในหนังยังไม่กล้าสร้างเรื่องแบบนี้เลย
September 30, 2026
“จะเป็นได้ยังไงกัน” เพื่อนอีกคนของจัตวาค้านขึ้นมา น้ำเสียงของเขาดูเหยียดอีกฝ่ายมาก “ถ้าเธอมีพรสวรรค์ขนาดนั้น เธอคงจะรั้งจัตวาจนหลงโงหัวไม่ขึ้นแล้ว อย่าเอาเธอไปเปรียบกับนักเต้นพวกนั้นสิ มันเป็นการไปดูถูกนักเต้น”
ระหว่างที่เพื่อนของจัตวากำลังคุยกันอยู่ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองบนเวทีและเห็นเงาร่างของผู้หญิงคนนั้นอย่างเลือนราง จัตวาคิดกับตัวเอง ผู้หญิงบนเวทีเหมือนเอมิกาเหลือเกิน แต่ไม่มีทางเป็นเอมิกาไปได้หรอก เพราะเอมิกาเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่ปากพูดได้แต่คำโกหก เธอจะมาเต้นยั่วแบบนี้ที่นี่ได้ยังไง เธอต้องรักษาภาพลักษณ์เอาไว้สิถึงจะได้เป็นคุณนายตระกูลศิลาเกียรติต่อ
ขณะที่จัตวาคิดแบบนั้น เขาก็อดนึกถึงปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไม่ได้ตอนที่พวกเขาเจอกันที่ร้านอาหาร จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินไปหามุมสงบด้านข้าง เขาโทรกลับไปที่บ้านแล้วถามว่า “คุณนายอยู่บ้านไหม”
แม่บ้านที่ปลายสายตอบกลับว่า “เอ่อ... คุณนายไม่ได้อยู่บ้านตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
พอจัตวาได้ยินคำตอบของแม่บ้าน สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที จากนั้นเขายิ้มเยาะออกมาที่มุมปากพลางครุ่นคิดกับตัวเอง นี่เธอกำลังเรียกคะแนนสงสารจากฉันอยู่ใช่ไหมเนี่ย ฉันไม่มีทางหลงกลเป็นครั้งที่สองแน่!
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว จัตวาเดินกลับไปที่บูธ นั่งลงอย่างสงบ
ในตอนนั้นเองที่เพื่อนคนหนึ่งของเขาหันมากระซิบว่า “แกไม่ควรคบกับเอมิกาตั้งแต่แรกแล้ว แกน่าจะให้เงินเธอไปซักก้อนให้มันจบ ๆ ไป ดูที่เธอทำกับแกสิ ถึงเธอจะบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญและเธอจะไม่ติดใจอะไรกับเรื่อง แต่เธอดันไปประกาศกับนักข่าวว่าแกกับเธอหมั้นกันแล้ว ขนาดหนังยังไม่กล้าสร้างฉากที่ไร้ยางอายแบบนี้เลย”
เมื่อจัตวาได้ยินคำพูดของเพื่อนตัวเอง เขาก็ย้อนนึกถึงความทรงจำอันไม่น่าพิสมัย และขมวดคิ้วพร้อมพลางแสยะยิ้มออกมา
“หยุดพูดเรื่องที่เกิดขึ้นดีกว่า” เพื่อนอีกคนกล่าวขัดขึ้น “ในฐานะผู้ชาย จัตวาทำอะไรไม่ได้เลยตอนที่มันเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาบังเอิญไปมีอะไรกัน ถ้าให้เงินไปสักก้อน จะไม่ถือเป็นการหยามเธอหรอกเหรอ”
“ทำไมไม่ถามจัตวาล่ะว่าบังเอิญไปมีอะไรด้วยกันจริง ๆ ไหม ฉันคิดว่าเธอจงใจจัดฉากขึ้นมาต่างหาก!”
“ต่อให้เธอทำแบบนั้น ถ้าไม่เกิดเรื่องหลังจากนั้น ก็คงจะไม่มี—” ก่อนที่เพื่อนคนนั้นจะพูดจบ เขาก็ชะงักค้างและเหลือบมองจัตวาด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
ถึงจัตวาจะไม่พูดอะไรออกมา ทำแค่ดื่มเงียบ ๆ แต่เขาแสยะยิ้มออกมา ในตอนนั้นเอง บรรยากาศของวงสนทนาก็กลายเป็นน่าอึดอัดทันที
จากนั้น เพื่อนคนหนึ่งของจัตวาก็ตบบ่าจัตวาและปลอบเขาว่า “แกแต่งงานกับเธอมาตั้งสี่ปีแล้วนะจัตวา แกคงลืมไปแล้วว่าเธอมีรูปร่างหน้าตายังไง ถ้างั้นทำไมไม่ทิ้งเธอไปเลยล่ะ ไปเสียเวลากับผู้หญิงแย่ ๆ แบบนั้นนะมันไม่คุ้มหรอกนะ”
“ฉันแน่ใจนะว่ามีแค่พวกผู้ชายขี้เหร่จน ๆ พวกนั้นต้องอยากได้เธอแน่ ๆ เธอเหมาะกับคนแบบนั้นเลยล่ะ”
ไม่นานทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความครื้นเครง
ภายนอกห้องนั้น เขมิการู้สึกโมโหอย่างมาก พวกเธอบังเอิญเดินผ่านมาตอนที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเพื่อน ๆ ของจัตวา พอเขมิกาได้ยินบทสนทนานั้น เธอก็กำหมัดแน่น พร้อมที่จะบุกเข้าไปจัดการผู้ชายในห้องนั้น แต่เอมิกาลากตัวเธอออกมาจากตรงนั้นเสียก่อน
พอออกมาข้างนอกแล้ว เขมิกาคำรามด้วยความโมโห “มาห้ามกันทำไม ฉันปล่อยให้ไอ้พวกจองหองพวกนั้นมันทำกับเธออย่างนี้ไม่ได้หรอกนะ!