ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 ประกาศเป็นทางการ
September 30, 2026
ในระหว่างนั้น โอฬารที่เล่นไพ่บนโทรศัพท์อยู่ก็เข้าร่วมวงสนทนาด้วยการเหลือบมองไปที่ทวีรัชต์แล้วพูดว่า “ให้ตายสิ ทวีรัชต์ ทำไมแกเห็นผู้หญิงทุกคนเป็นเอมิกาไปหมดวะ”
โอฬารพูดเหมือนกับตอนที่ทวีรัชต์เห็นนักเต้นคนนั้นท่ามกลางนักเต้นมากมายที่บาร์
ที่จริงแล้วโอฬารจะแสดงท่าทางรังเกียจออกมาทุกครั้งที่มีคนเอ่ยชื่อเอมิกา
จัตวาอารมณ์ไม่ดีอยู่แต่แรกแล้ว การพูดถึงเมียเก่าของทวีรัชต์และโอฬารอย่างไม่หยุดก็ไม่ได้ช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาเลย สุดท้ายแล้ว เขาก็ทนนั่งฟังทั้งสองคุยกันไม่ไหว ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องอาหารส่วนตัวนั้น
ในที่สุด การไลฟ์สตรีมความยาวหนึ่งชั่วโมงก็สิ้นสุดลง แต่ทว่าเอมิกากับเบญญาไม่หายตื่นเต้นกับการสตรีมที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งของพวกเธอ
หลังจากที่เบญญาถอดหน้ากากจิ้งจอกน้อยออกแล้ว เธอก็กระพริบตามองไปที่เอมิกา แล้วถามว่า “แม่คะ นี่เป็นครั้งแรกที่หนูเห็นแม่ยิ้มมีความสุขขนาดนี้เลยนะคะ แม่ยิ้มแล้วแม่สวยมากเลยค่ะ!”
พอได้ยินแบบนั้นแล้ว เอมิกานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หลังจากแต่งงานมาสี่ปี ฉันเกือบลืมไปแล้วว่าการยิ้มจากใจจริงมันเป็นยังไง
มือของเธอจิ้มหยอกเย้าไปที่แก้มของเบญญาแล้วพูดชมว่า “ลูกก็สุดยอดไปเลยเหมือนกันนะ แม่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกเต้นเก่งขนาดนี้”
เบญญาตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงของแม่ในวันนี้ เอมิกาก็ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงของเบญญาด้วยเหมือนกัน
เบญญาก้มหน้ามองลงต่ำแล้วพูดอย่างเขินอายว่า “ที่จริงแล้ว หนูชอบเต้นมากเลยนะคะ แต่หนูรู้ดีว่าคุณย่ากับ
ป้าจิตตราไม่ชอบ หนูกลัวว่าถ้าหนูเต้นแล้วพวกเขาจะรำคาญ แล้วพวกเขาจะไปหาเรื่องต่อว่าแม่...”
น้ำตาของเอมิกาเอ่อออกมาที่ขอบตายามเธอได้ยินคำตอบของเบญญา นั่นคือเหตุผลสินะ! หลังจากแต่งงาน ฉันอยู่กับแม่สามีและพี่สะใภ้ตลอด เราไม่เคยย้ายออกจากบ้านหลังนั้นเลย ฉันจำได้เสมอว่าเบญญาชอบขยับร่างกายไปตามเสียงเพลงตั้งแต่เธออายุแค่ไม่กี่เดือน พอเบญญาอายุขวบสองขวบแล้ว เธอก็เต้นอยู่บ่อยๆ และออกแบบท่าเต้นเองด้วย แต่อยู่ ๆ เธอก็เริ่มไม่ชอบเต้นเพราะอะไรก็ไม่รู้
ตอนแรกเอมิกาคิดว่าเบญญาไม่ชอบการเต้นแล้ว เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเบญญาไม่เต้นเพราะกลัวว่าจิตตรากับมาธิกาจะต่อว่าเธอ
ความรู้สึกผิดพลุ่งพล่านในใจเธอ เธอสวมกอดเบญญาแน่นอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงนะเบญญา จากนี้ไป ลูกเต้นได้ตามใจชอบเลย ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรอีกแล้วล่ะ มีอีกอย่างที่แม่อยากบอกลูกนะ เราจะไม่อยู่ที่บ้านคุณย่าอีกแล้ว แม่แยกทางกับพ่อแล้ว ลูกจะ... ทิ้งพวกเขามาอยู่กับแม่ไหม”
เธอไม่เคยได้คุยเรื่องการหย่ากับเบญญามาก่อนเลย เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากในตอนนี้
“หนูไม่ต้องไปอยู่บ้านคุณย่าแล้วจริง ๆ เหรอคะ” เบญญานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วสีหน้าเธอก็เต็มไปด้วยความร่าเริงยินดีทันที เธอร้องดีใจว่า “ไชโย!”
“เบญญา ลูกไม่อยาก... อยู่ที่นั่นเหมือนกันเหรอ” เอมิกาถาม เธอประหลาดใจอยู่บ้างกับคำตอบของลูก
“หนูไม่ชอบอยู่ที่นั่นเลยค่ะ” เบญญาส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิด “คุณย่าและคุณป้าจิตตราไม่ชอบแม่ ไม่ชอบหนูด้วย หนูเลยไม่ชอบทั้งคู่เลย!”
ทว่าคำตอบของเบญญายิ่งทำให้เอมิการู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
เพราะว่าพ่อของเอมิกาเป็นแค่ช่างทำรองเท้า ตระกูลศิลาเกียรติเลยรู้สึกมาตลอดว่าภูมิหลังครอบครัวของเธอไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าพวกเขา พวกเขาเลยดูถูกเธอมาโดยตลอด และเป็นผลให้พวกเขามีอคติแง่ลบกับเบญญาด้วยเช่นกัน
ตอนนี้ เวลาได้ผ่านไปสามปีแล้วนับตั้งแต่เบญญาเกิด แต่ตัวตนของเธอยังเป็นความลับจากโลกภายนอกอยู่ ไม่แน่ว่าในสายตาของคนตระกูลศิลาเกียรติแล้ว การที่เอมิกาให้กำเนิดทายาทของตระกูลถือเป็นการหยามและลบหลู่เกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของตระกูลพวกเขาก็เป็นได้
เอมิกาอดคิดไม่ได้ ทุกอย่างจะต่างออกไปจากนี้ไหมถ้าฉันไม่ได้ตัดสินหุนหันพลันแล่นไปเมื่อตอนนั้น แต่เลือกที่จะคลอดและเลี้ยงดูเบญญาเงียบ ๆ ตอนที่รู้ว่าตั้งท้อง
หลังจากพวกเธอยุติการไลฟ์สตรีมแล้ว เขมิกาก็บอกเอมิกาว่าห้องอพาร์ทเม็นท์สตูดิโอที่เธอจะเข้าพักนั้นว่างอยู่ และพร้อมให้เธอย้ายเข้าแล้ว
ดังนั้นแล้ว เอมิกาจึงพาเบญญาไปที่อพาร์ทเม็นท์ที่เธอซื้อมาก่อนแต่งงาน
ถึงแม้เธอจะไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมีฐานะ แต่เธอก็หาเงินได้เยอะมากจากการไลฟ์สตรีม
เธอซื้ออพาร์ทเม็นท์ห้องนี้ด้วยเงินก้อนนั้น
“สวัสดีครับเจ้านาย ผมชื่อจัตตี้ ผมเป็นพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์และชาญฉลาดของคุณ ถ้ามีอะไรที่คุณต้องการให้ผมทำ คุณออกคำสั่งกับผมได้เลยครับ ผมจะขยันทำงานอย่างยิ่งเพื่อรับใช้คุณครับ” เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพและกระตือรือร้นดังขึ้นจากภายในห้องทันทีที่เธอเปิดประตู
เธออดหัวเราะไม่ได้ “เขมิกา บ้าหรือเปล่าเนี่ย ฉันออกจากบ้านนั้นมาเพื่อลืมผู้ชายคนนั้นไปซะ จะตั้งระบบบ้านอัจฉริยะให้มีชื่อกับเสียงเหมือนจัตวาทำไมล่ะ”
“คนบ้านนั้นทำร้ายเธอตอนอยู่บ้านนั้นไว้มากเลยนะ ในเมื่อเธอให้พวกนั้นชดใช้เป็นเงินไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้พวกนั้นชดใช้ให้เธอทางจิตใจเถอะ ฉันไม่ได้ตั้งโปรแกรมให้ใช้เสียงไอ้เลวนั่นคนเดียวนะ แต่ฉันยังใส่เสียงของแม่กับน้องสาวของมันไว้ด้วย เธอจะได้สลับกันออกคำสั่งกับพวกมันได้ตามใจเวลาที่เธอหงุดหงิดไง”
ไม่มีใครรู้ถึงความเจ็บปวดและความเศร้าโศกของเอมิกาตลอดช่วงสี่ปีที่ผ่านมาได้ดีกว่าเขมิกา เพราะแบบนั้น