ตอนที่ 184
ตอนที่ 184 เสียชีวิตกะทันหัน
October 31, 2026
ภายในเรือนเจียซู่ ฮูหยินใหญ่เหมี่ยนกำลังสนทนาอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่ากวน “…ตอนที่นายท่านเดินออกมานั้นสวนทางกับนายท่านใหญ่เวิ่นของจวนห้าพอดี นายท่านใหญ่เวิ่นหัวเราะร่า ถามเขาว่าไปทำอะไร เขามองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่กล่าวอะไร นายท่านคาดเดาว่า เขาน่าจะไปคุยเรื่องหุ้นส่วนเช่นเดียวกัน กลับเป็นจวนสามที่ยังคงเงียบกริบ ไม่ได้ไปหาจวนหลัก และก็ไม่ไปติดต่อจวนรองด้วยเช่นเดียวกัน ทำเสมือนกับว่าไม่ทราบเรื่องนี้อย่างไรอย่างนั้น นายท่านให้คนจับตาดูเอาไว้แล้ว หากทางนั้นมีข่าวคราวอะไรพวกเราก็จะได้ทราบได้ในทันทีเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกล่าว “กลัวแต่ว่าครั้งนี้จวนสามจะตัดสินใจยืนอยู่ข้างเดียวกับจวนรอง”
ที่ผ่านมาบทบาทของจวนสี่กับจวนห้าเสื่อมคลายลงมาโดยตลอด หากจวนสามร่วมมือกับจวนรองแล้ว จวนหลักคิดจะทำอะไรตามอำเภอใจ เกรงว่าคงจะไม่ง่ายเพียงนั้นอีกแล้ว
ภายในห้องจมอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกล่าว “ไม่ว่าอย่างไร การเป็นคนต้องตั้งมั่นอยู่บนฐานของความจริงใจ พวกเราไม่อาจอกตัญญูคุณคนได้”
ฮูหยินใหญ่เหมี่ยนพยักหน้า
มีสาวใช้เด็กเลิกผ้าม่านขึ้นกล่าวรายงานว่าโจวเสาจิ่นกลับมาแล้ว
ทั้งสองคนต่างก็จบหัวข้อสนทนาลงอย่างพร้อมเพียงกัน ฮูหยินผู้เฒ่ากวนยิ่งแล้วใหญ่ หันไปส่งสายตาให้ฮูหยินใหญ่เหมี่ยนครั้งหนึ่ง พร้อมกับกระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “พวกเด็กๆ ยังเด็กกันนัก ให้รู้สถานการณ์เพียงคร่าวๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องบอกละเอียดมากนัก ระวังจะทำให้พวกนางตกอกตกใจเอาได้”
ฮูหยินใหญ่เหมี่ยนพยักหน้าหงึก ต้อนรับโจวเสาจิ่นเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
โจวเสาจิ่นรู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องแปลกเล็กน้อย คาดเดาว่าเมื่อครู่ท่านยายกับท่านป้าใหญ่คงคุยอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างตึงเครียดกันอยู่ กำลังลังเลว่าจะเล่าเรื่องไปเขาผู่ถัวให้ท่านยายฟังดีหรือไม่ เพราะอย่างไรพรุ่งนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็จะมาเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่ากวน ต่อให้นางไม่พูด ฮูหยินผู้เฒ่ากวนก็ต้องทราบอยู่ดี แต่ใครจะรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่ากวนกลับกล่าวยิ้มๆ ขึ้นมาก่อนว่า “เจ้าเข้ามาอย่างรีบร้อนเช่นนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ”
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศที่เคร่งเครียดก็ถูกทำให้เจือจางลง
โจวเสาจิ่นอดทนเก็บงำความยินดีเอาไว้ในใจไม่ได้อีกต่อไป ยิ้มพลางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกับฮูหยินใหญ่เหมี่ยนฟัง
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกับฮูหยินใหญ่เหมี่ยนต่างก็ดีใจไปกับนาง ฮูหยินใหญ่เหมี่ยนถึงกับดึงมือของนางเอาไว้พลางมองสำรวจนาง กล่าวขึ้นว่า “เช่นนั้นต้องเร่งตัดชุดใหม่สักสองสามชุดถึงจะถูก ยังมีคนที่ติดตามไปรับใช้อีก ไม่เพียงต้องเลือกคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่และซื่อสัตย์เท่านั้น ยังต้องเลือกคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่ายอีกด้วย ไปเขาผู่ถัวต้องผ่านเมืองหังโจว จากนั้นจากเมืองหังโจวไปถึงเมืองโจวซาน แล้วค่อยจากเมืองโจวซานไปขึ้นเกาะ ไปครั้งหนึ่งต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือน จึงไม่อาจประมาทได้”
“เสาจิ่นร่วมทางไปกับฮูหยินผู้เฒ่ากัว เรื่องต่างๆ ระหว่างทางย่อมมีผู้อาวุโสคอยดูแล” ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกล่าวตัดบทคำพูดของบุตรสะใภ้ กล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าเพียงช่วยนางจัดเตรียมพวกเงินเอาไว้สำหรับมอบเป็นสินน้ำใจ เลือกบ่าวรับใช้ติดตามไปด้วยสักสองสามคน แล้วก็เรียกคนเข้ามาตัดชุดใหม่ให้นางสักสองสามชุดก็พอ อย่ากล่าวเจ้ากี้เจ้าการไม่สิ้นสุดเลย”
ฮูหยินใหญ่เหมี่ยนกับโจวเสาจิ่นต่างก็หัวเราะออกมา
โจวเสาจิ่นถือโอกาสนี้ถามว่าพาพี่สาวไปด้วยได้หรือไม่
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกล่าวปฏิเสธข้อเสนอของโจวเสาจิ่นอย่างราบเรียบว่า “เจ้าช่วยคัดพระธรรมให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัว ได้รับความโปรดปรานจากฮูหยินผู้เฒ่ากัว ได้ติดตามฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปจุดธูปไหว้พระที่เขาผู่ถัว นั่นก็เป็นวาสนาของเจ้า พวกเราไม่อาจทำตัวได้คืบจะเอาศอก เอ่ยขอไปจุดธูปไหว้พระที่เขาผู่ถัวกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวด้วยได้”
โจวเสาจิ่นผิดหวังยิ่งนัก แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธเหตุผลของท่านยายได้
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนปลอบโยนนางว่า “เจ้าก็อย่าได้เสียน้ำตาไปเลย ข้ารู้ว่าเจ้ามีเจตนาดี รอให้พี่ชายเก้ากับพี่ชายอี้ของเจ้าต่างแต่งงานกันหมดแล้ว ข้าก็จะได้พักผ่อนได้อย่างหมดห่วง ถึงเวลานั้นข้ากับป้าใหญ่ของเจ้าจะไปจุดธูปไหว้พระที่เขาผู่ถัว แล้วทิ้งให้เจ้าอยู่ดูแลบ้าน”
โจวเสาจิ่นไม่เข้าใจนัยแฝงที่อยู่ในประโยคนี้ จึงหัวเราะร่าพร้อมกับกล่าวรับปากไม่หยุดว่า “เจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนจึงเร่งให้นางรีบคัดพระธรรมให้เสร็จ “ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว เมื่อใดที่เจ้าคัดพระธรรมเสร็จ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็จะออกเดินทางเมื่อนั้น หากเจ้าคัดไม่เสร็จ พวกนางก็ได้แต่ต้องรอเจ้าแล้ว”
ภาระความรับผิดชอบนี้ ออกจะหนักหนาอยู่บ้าง!
ชั่วขณะหนึ่งที่โจวเสาจิ่นรู้สึกราวกับว่าตนแบกภูเขาเอาไว้บนหลังลูกหนึ่งก็ไม่ปาน นางไม่กล้าคุยกับฮูหยินผู้เฒ่ากวนให้มากความ นางกลับไปที่ห้องพระอีกครั้ง แล้วตั้งอกตั้งใจคัดพระธรรม
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ยินแล้ว ตอนที่โจวเสาจิ่นมากล่าวอำลานาง นางมองโจวเสาจิ่นพร้อมกับหัวเราะไม่หยุด กล่าวขึ้นว่า “เด็กโง่ เจ้าเห็นใครเร่งออกเดินทางในช่วงที่อากาศร้อนอย่างช่วงซานฝู[1]นี้บ้าง เจ้าค่อยๆ คัดไปเถิด กว่าพวกเราจะออกเดินทาง ก็เกือบจะถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว”
แต่โจวเสาจิ่นก็ยังคงรู้สึกระอายใจ
หากไม่ใช่เพราะนางลดความเร็วในการคัดพระธรรมลง จะคัดไม่เสร็จจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร
นางรีบกล่าว “ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจคัดให้ดีอย่างแน่นอน นี่เป็นสิ่งที่ทำถวายแด่องค์พระโพธิสัตว์ เป็นความตั้งใจอันดีของพวกเรา”
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ให้ผลหม่อนเป็นรางวัลแก่นางหนึ่งตะกร้า
โจวเสาจิ่นนำกลับไปให้คนที่เรือนเจียซู่ได้ลองกินกัน
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนให้คนนำไปมอบให้เฉิงเก้าหนึ่งจาน มอบให้เรือนหานชิวหนึ่งจาน เก็บเอาไว้ให้ตัวเองหนึ่งจาน ที่เหลือทั้งหมดให้โจวเสาจิ่นนำกลับไปที่เรือนหว่านเซียง
โจวเสาจิ่นจึงส่งไปมอบให้เฉิงเจียกับจี๋อิ๋งคนละหนึ่งจาน
เมื่อถึงยามกลางคืน นางกินผลหม่อนที่นำไปแช่ในน้ำบ่อให้เย็นแล้วไปด้วย นั่งรับลมเย็นอยู่ในสวนกับพี่สาวไปด้วย
นางกล่าวกับพี่สาวอย่างรู้สึกขอลุแก่โทษว่า “เดิมทีอยากจะให้ท่านไปด้วย ปรากฏว่าท่านยายบอกว่าไม่เหมาะสม วันข้างหน้าพวกเราสองพี่น้องค่อยไปจุดธูปไหว้พระที่เขาผู่ถัวด้วยกันสองคนก็แล้วกันนะเจ้าคะ”
โจวชูจิ่นได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนแล้ว นางกล่าวอย่างเคืองๆ ว่า “ย่อมไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เจ้าไม่ควรแม้แต่จะเอ่ยขึ้นมาด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ของเจ้าดียิ่ง วันข้างหน้าพวกเราสองพี่น้องค่อยไปจุดธูปไหว้พระด้วยกันที่เขาผู่ถัว ครั้งนี้ก็ถือเสียว่าเจ้าล่วงหน้าไปดูที่ทางก่อน ครั้งต่อไปตอนที่พวกเราไปจะได้ไม่ต้องกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย”
โจวเสาจิ่นหัวเราะอย่างขัดเขิน ถามพี่สาวว่า “ท่านอยากให้ข้าเอาอะไรกลับมาฝากหรือไม่เจ้าคะ”
นางไม่เคยไปผู่ถัวมาก่อน จึงไม่รู้ว่ามีของพิเศษอะไรบ้าง