ตอนที่ 185
ตอนที่ 185 ผู่ถัว
October 31, 2026
สองพี่น้องตระกูลโจวปิดประตูคุยกับหม่าฟู่ซาน
หม่าฟู่ซานนั่งอยู่บนเก้าอี้มีเท้าแขนเพียงครึ่งตัว กล่าวเสียงเบาว่า “มีขบวนส่งตัวนักโทษจากเจียงหนิงและเมืองอื่นๆ เข้ามาพอดีในช่วงนั้น รวมถึงมีคนในครอบครัวของนักโทษที่ร่วมทางมาด้วย ทั้งมีการติดสินบนผู้คุม ทั้งการเลี้ยงข้าวและให้ของขวัญต่างๆ ช่วงนั้นภายในคุกจึงค่อนข้างวุ่นวาย พยายามตรวจสอบมาหลายวันแล้วก็ยังไม่พบเบาะแสอะไรเลยสักอย่าง กลับเป็นคำชี้นำของคุณหนูรอง…ที่ให้พวกข้าสืบจากตัวจ้าวต้าไห่ ทำให้สืบพบบางอย่างที่น่าแปลกประหลาดยิ่งนักขอรับ”
“เสาจิ่นน่ะหรือ!” โจวชูจิ่นมองไปที่น้องสาวอย่างสับสน ถามขึ้นว่า “เจ้าให้คำชี้นำอะไรไปอย่างนั้นหรือ”
โจวเสาจิ่นได้เตรียมคำตอบเอาไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เป็นเพราะตอนนั้นข้าสงสัยในตัวเฉิงลู่ หากหลานทิงกับซินหลานถูกคนลอบฆ่าจริงๆ นอกจากเฉิงลู่แล้ว ข้าก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะมีผู้ใดทำเรื่องเช่นนี้ได้ ก็เลยย้ำเตือนให้หม่าฟู่ซานไปสืบเรื่องของจ้าวต้าไห่บ่าวข้างกายของเฉิงลู่ดู…พวกเราลองทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ซึ่งบอกไม่ได้ว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่ดูทีแล้วแผนนี้ของข้าประสบผลสำเร็จแล้ว!” ประโยคสุดท้ายนั้น นางพูดกับหม่าฟู่ซาน
หม่าฟู่ซานหัวเราะออกมา พลางกล่าว “แผนของคุณหนูรองประสบผลสำเร็จแล้วจริงๆ ขอรับ พวกข้าตรวจสอบตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่จนถึงตอนนี้ พบว่าจ้าวต้าไห่ได้เดินทางกลับมาจากเมืองฉางชาถึงเมืองจินหลิงเป็นจำนวนถึงสามครั้งแล้ว และครั้งสุดท้ายก็คือสามวันก่อนที่หลานทิงกับซินหลานจะเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน นอกจากนี้เขายังเคยไปกินข้าวกับหนึ่งในผู้คุมที่ชื่อว่าเฉินซานมาก่อนด้วย แต่ตอนที่พวกข้าตามหาเฉินซานจนพบนั้น เฉินซานได้เสียชีวิตอยู่ภายในห้องเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพกล่าวว่า เขาเสียชีวิตเนื่องจากดื่มสุราเกินขนาด แต่คนใกล้ชิดของเฉินซานกลับบอกว่า เฉินซานผู้นี้เป็นคนที่ไม่ค่อยดื่มสุรา…”
โจวเสาจิ่นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
เฉิงลู่…เดินมาถึงจุดนี้แล้วจริงๆ หรือ
หรือว่าเป็นนางเองที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเฉิงลู่ได้เดินมาถึงจุดนี้ตั้งนานแล้ว!
นางอดไม่ได้ที่จะแลกเปลี่ยนสายตากับพี่สาวครั้งหนึ่ง
โจวชูจิ่นกล่าว “แล้วตรวจสอบได้หรือไม่ว่าหลานทิงกับซินหลานเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร”
“ตรวจสอบได้แล้วขอรับ” หม่าฟู่ซานกล่าว “เสียชีวิตจากพิษของสารหนูขอรับ ท่านเจ้าเมืองอู๋ได้ให้คนไปแอบตรวจสอบอย่างเงียบๆ แล้ว ดูว่าจะสืบมาได้หรือไม่ว่าเป็นสารหนูที่ขายออกมาจากร้านขายยาร้านใด อย่างไรก็ตาม จ้าวต้าไห่กลับมาจากเมืองฉางชา ถ้าหากสารหนูนี้เป็นของที่เขานำกลับมาจากเมืองอื่น เช่นนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วขอรับ”
สารหนูใช้ทำเป็นยาได้ แต่ปริมาณที่ใช้ทำเป็นยาล้วนเป็นปริมาณที่น้อยมาก ไม่เพียงพอให้ฆ่าคนตายได้ คนที่ซื้อในปริมาณมากมีน้อยคนมาก ปกติแล้วร้านขายยามักจะจดจำผู้ซื้อได้
โจวเสาจิ่นคิดว่าจ้าวต้าไห่ไม่ได้ซื้อสารหนูมาจากร้านในเมืองจินหลิงอย่างแน่นอน
เพราะมันง่ายต่อการถูกตรวจสอบ
หากเขาไม่ได้นำเข้ามาจากที่อื่น ก็เป็นการซื้อมาจากทางที่เขาผ่านแห่งละนิดแห่งละหน่อย จากนั้นรวบรวมจนได้ในปริมาณที่มาก
นางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็ต้องตรวจสอบให้ละเอียด ต่อให้สุดท้ายจะไม่อาจสาวถึงตัวจ้าวต้าไห่ได้ พวกเราก็ต้องทำให้แน่ใจว่าเฉิงลู่เป็นผู้สั่งการจริงๆ หรือไม่ ถึงแม้ข้าจะสงสัยเขา แต่ก็ไม่อาจปรักปรำเขาได้”
หม่าฟู่ซานขานรับอย่างนอบน้อมว่า “ขอรับ”
โจวเสาจิ่นสองพี่น้องส่งเขาออกจากประตูไปด้วยตัวเอง
มองเงาร่างของหม่าฟู่ซานที่ค่อยๆ ลับหายเข้าไปตรงมุมทางเดินแล้ว โจวชูจิ่นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่ง กล่าวกับน้องสาวว่า “เจ้าว่าเฉิงลู่ผู้นี้คิดอะไรอยู่กันแน่ หลังฤดูใบไม้ร่วงหลานทิงกับซินหลานก็จะถูกตัดหัวอยู่แล้ว เหตุใดเขายังจะกระทำเรื่องที่ไม่จำเป็นอยู่อีกเล่า”
โจวเสาจิ่นกล่าวเสียงเคร่งว่า “ท่านพี่ หากเฉิงลู่ผู้นั้นไม่เคยเชื่อว่าบิดาของเขาทำเรื่องเลวทรามพรรค์นั้นเล่า หากเขาคิดว่าที่พวกเราปล่อยหลานทิงกับซินหลานเอาไว้ก็เพื่อใส่ร้ายบิดาของเขาเล่า”
โจวชูจิ่นตะลึงงัน
โจวเสาจิ่นกล่าว “นอกจากเหตุผลนี้แล้ว ข้าก็คิดไม่ตกแล้วจริงๆ ว่าเหตุใดเขาถึงอยากทำร้ายหลานทิงกับซินหลาน!”
นอกจากเหตุผลนี้แล้ว นางก็คิดไม่ตกเช่นกันว่าเหตุใดชาติก่อนเขาถึงอยากทำร้ายนาง!
โจวชูจิ่นยิ้มอย่างขมขื่น พลางกล่าว “หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เกรงว่าต่อไปพวกเราอาจจะต้องเจอกับเรื่องวุ่นวายอีก”
โจวเสาจิ่นให้กำลังใจพี่สาว “ไม่กลัวเจ้าค่ะ! พวกเรารู้แล้วว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพียงระมัดระวังเขาเอาไว้ ย่อมไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสเข้ามาได้อีกแล้ว”
“แต่ความรู้สึกที่ว่ามีหนอนชอนไชอยู่ใกล้กระดูกเช่นนี้ก็ยากจะรับไหวจริงๆ!” โจวชูจิ่นกล่าว
“เช่นนั้นก็ต้องหาโอกาสจัดการเรื่องนี้ให้สิ้นซากเสียแล้วเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นเห็นด้วยกับคำพูดของพี่สาว นางมีเรื่องให้ต้องทำอีกมาก ไม่อาจเสียเวลาไปกับเรื่องของเฉิงลู่ได้
โจวชูจิ่นหัวเราะลั่น พลางกล่าว “เดี๋ยวนี้เจ้ากล้าหาญใหญ่แล้ว ทำอะไรก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ใจที่แขวนอยู่ของข้าสุดท้ายก็วางลงได้เสียที”
พี่สาวกลัวว่าหลังจากที่นางแต่งงานออกไปแล้วตนจะถูกผู้อื่นรังแกกระมัง
โจวเสาจิ่นรีบคล้องแขนของโจวชูจิ่นเอาไว้ พลางกล่าว “ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี รอให้ผ่านไปสักสองปี ข้าจะไปเยี่ยมท่าน ไม่แน่ว่าเวลานั้นพี่เขยอาจจะสอบเข้าไปอยู่ที่จิงเฉิงได้แล้ว และท่านเองก็ตามไปอยู่ที่จิงเฉิงด้วยแล้วก็เป็นได้ ถึงเวลานั้นพวกเราสองพี่น้องก็จะได้ไปเดินเล่นที่วัดต้าเซียงกั๋วด้วยกัน”
โจวชูจิ่นหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย
***
เฉิงฉือได้ยินข่าวที่ว่าหลานทิงกับซินหลานเสียชีวิตกะทันหันอยู่ในคุกแล้วก็ตกใจเล็กน้อย เขากล่าวกับไหวซานว่า “เรื่องนี้ต้องไม่ใช่แผนของตระกูลโจวอย่างแน่นอน แล้วก็ไม่น่าจะใช่พัศดีเป็นคนลงมือด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่รอให้ถึงหลังฤดูใบไม้ร่วงก่อนแล้วค่อยตัดหัวบ่าวหญิงสองคนนั้น…ดูแล้วเรื่องนี้น่าสนใจไม่น้อย เจ้าไปสืบมาสักหน่อยว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไรกันแน่!”
ไหวซานถอยออกไปจากห้องหนังสือ
เฉิงฉืออ่านหนังสือไปครู่หนึ่ง ขบคิดว่าเวลานี้มารดาน่าจะทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว จึงไปที่เรือนหลัก
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกับสื่อมามากำลังหารือเกี่ยวกับเรื่องเดินทางไปเขาผู่ถัวว่าจะพาบ่าวรับใช้คนใดไปด้วยบ้าง พอเห็นเฉิงฉือเดินเข้ามา ฮูหยินผู้เฒ่ากัวจึงส่งใบรายการให้บุตรชายดู กล่าวขึ้นว่า “เจ้าก็ช่วยออกความเห็นให้ข้าสักข้อหนึ่งเถิด”
เฉิงฉืออ่านคร่าวๆ ครั้งหนึ่ง แล้วกล่าวขึ้นว่า “ดีแล้วขอรับ ข้าดูแล้วไม่มีอะไรต้องเพิ่มหรือลดแล้วขอรับ”
ตอนนี้เขาคิดเพียงว่าจะพยายามเติมเต็มความต้องการของมารดาให้ได้มากที่สุด
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินแล้วไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวขึ้นว่า “เจ้าไม่ต้องมาเอาใจข้าพอเป็นพิธี! ข้ารู้สึกว่าดูเหมือนจำนวนสาวใช้ออกจะมากเกินไป ถึงได้ให้เจ้าช่วยข้าดูสักหน่อย”
เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “พวกเราไปเพื่อท่องเที่ยว หากมัวแต่กังวลเรื่องประหยัดค่าใช้จ่าย เช่นนั้นจะหาความสำราญได้อย่างไร! ท่านเพียงไปกับข้าอย่างสบายใจก็พอแล้วขอรับ”