ตอนที่ 521
ตอนที่ 521 แต่งตั้งหน้าที่นอกเมืองหลวง
October 31, 2026
เป็นไปตามที่คาด ตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ยินว่าเป็นเพราะเฉิงฉือไม่อยากมีความสัมพันธ์ ใกล้ชิดกับขุนนางใหญ่ซ่งมากเกินไปถึงได้ไม่ยอมไปช่วยจางฮุ่ยที่เมืองไคเฟิ ง มิใช่เพราะเป็นห่วง มารดาชราและภรรยาอันเป็นที่รักที่บ้านถึงไม่ยอมไปนั้น สีหน้าก็ดูอบอุ่นขึ้นมากตามคาด กล่าว ขึ้นว่า “การระแวดระวังของเจ้าก็มีเหตุผลยิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย วันนี้เจ้าก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เรื่องนี้ข้าไม่ยุ่งก็แล้วกัน พวกเจ้าตัดสินใจกันเอาเองเถิด!” โจวเสาจิ่นเผยอปาก กําลังจะแสดงความเห็นของตัวเอง ก็เห็นเฉิงฉือปรายสายตามาให้ ครั้งหนึ่ง นางรีบกลืนคําพูดลงไปทันที เฉิงฉือถึงได้กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าตั้งใจว่าจะไปอยู่แล้วขอรับ เพียงแต่ว่ามีบางเรื่องที่ยังต้อง ต่อรองกับขุนนางใหญ่ซ่งสักหน่อยถึงจะดี คิดไม่ถึงว่าเขาจะนั่งไม่ติดจนมาหาก่อนแล้ว ในเมื่อ เป็นเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่อาจยื้อต่อไปแล้ว พรุ่งนี้หลังเลิกงานจะไปหาเขาสักครั้งหนึ่งก็แล้วกัน” เวลานี้ไม่เพียงฮูหยินผู้เฒ่ากัว แม้แต่โจวเสาจิ่นเองก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวขึ้นว่า “นาย ท่านสี่ท่านวางใจเถิด มีท่านแม่นั่งเป็นองค์ประธาน ในบ้านย่อมไม่มีเรื่องอะไรแน่นอนเจ้าค่ะ” เฉิงฉือยิ้มน้อยๆ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้ามิใช่องค์พระโพธิสัตว์คุ้มครองเมืององค์นั้นสักหน่อย” โจวเสาจิ่นตั้งใจจะประจบเอาใจฮูหยินผู้เฒ่ากัว กล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านเก่งกาจยิ่งกว่าองค์ พระโพธิสัตว์คุ้มครองเมืองอีกเจ้าค่ะ หากมิใช่เพราะที่ประตูเฉาหยางนี้มีท่านอยู่ด้วย ไหนเลยจะ เรียบร้อยไร้ที่ติเช่นนี้ได้” คําพูดนี้กลับไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย4842 เพราะมีฮูหยินผู้เฒ่ากัวคอยแนะนําอยู่ที่ประตูเฉาหยาง ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ บ่าวไพร่ก็ ปฏิบัติตัวได้อย่างมีระเบียบแบบแผน มีวิถีปฏิบัติของตระกูลใหญ่ที่สืบทอดต่อกันมาแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวยิ้มน้อยๆ โจวเสาจิ่นจึงเอนกายเข้าไปหา พลางกล่าว “ท่านสั่งจองดอกไม้อะไรจากเฟิงไถแล้วบ้าง จะส่งมาให้เมื่อใด รอให้ดอกไม้มาถึงแล้ว ข้าอยากจะประดับตกแต่งพร้อมกับท่านแม่ด้วยเจ้าค่ะ” “ได้ๆๆ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวคิดว่าหากเฉิงฉือไปเมืองไคเฟิง ปีใหม่ของปีนี้คงกลับมาไม่ได้แล้ว โจวเสาจิ่นก็กําลังตั้งครรภ์อยู่ เป็นช่วงเวลาที่ต้องการคนอยู่เป็นเพื่อนด้วยพอดี อย่างไรตนก็ต้อง อยู่เป็นเพื่อนเด็กคนนี้ดีๆ สักหน่อย อดไม่ได้กล่าวขึ้นอย่างเอาอกเอาใจว่า “วันนี้ซื้อดอกล่าเหมย และดอกซานฉาที่เจ้าชื่นชอบมาเป็นจํานวนมาก ยังมีดอกดารารัตน์และดอกกล้วยไม้ฮุ่ยหลานกับ ดอกกล้วยไม้เจี้ยนหลานด้วย รอให้ดอกไม้ส่งมาถึงแล้วข้ากับเจ้าไปตกแต่งบ้านด้วยกัน” โจวเสาจิ่นพยักหน้ายิ้มๆ อย่างเบิกบาน เฉิงฉือรู้สึกเบาใจลง เสาจิ่นมีเรื่องให้ทําแล้วจะได้ไม่ต้องเอาแต่คิดถึงเขาทั้งวัน แต่เมื่อคิดเช่นนี้ ก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เสาจิ่นไม่คิดถึงเขาแล้ว เขากลับคิดถึงนาง! เป็นเช่นนี้จนถึงปลายเดือนสิบ คําสั่งย้ายของเฉิงฉือก็ออกมา จางฮุ่ยรั้งอยู่ที่จิงเฉิงรับผิดชอบเรื่องการติดต่อกับกรมการคลังและกรมโยธาก็มาเยี่ยม เยียนเฉิงฉือในคืนวันนั้นเลย คล้ายปรารถนาจะให้เฉิงฉือออกเดินทางเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น4843 โจวเสาจิ่นนั่งทํางานเย็บปักกับพวกสาวใช้อยู่ในเรือนทิงเซียงที่จุดท่อทําความร้อนเอาไว้ เรียบร้อยแล้ว พลางสนทนาเป็นเพื่อนฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปด้วย ได้ยินเช่นนั้นอดรู้สึกประหลาดใจ ไม่ได้ เอ่ยขึ้นว่า “ทางด้านโน้นขาดคนมากหรือเจ้าคะ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวยิ้มๆ ว่า “เกรงว่าจะมิใช่ขาดคน แต่เป็นเพราะจื่อชวนฟ้องร้องขุน นางใหญ่ชวีจนล้มลงได้ อีกทั้งใช้กฎหมายยกเว้นภาษีส่วนหนึ่งให้บรรดาแรงงานทหารเกณฑ์ที่แม่นํ้าเหล่านั้น จึงค่อนข้างมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ใต้เท้าจางอยากให้จื่อชวนเดินทางไปเร็วสักหน่อย จะได้ช่วยให้งานขุดลอกดําเนินไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นก็เท่านั้น”โจวเสาจิ่นยังอยากจะถามอีกสักหน่อยว่าจะไม่เป็นผลดีต่อเฉิงฉือหรือไม่ แต่เมื่อหวนนึกถึงความเก่งกาจของเฉิงฉือแล้ว ก็ยิ้มพร้อมกับกักคําพูดนั้นเก็บไว้ในใจ เริ่มช่วยเฉิงฉือจัดเก็บหีบสัมภาระสําหรับเดินทางไปเมืองไคเฟิง เห็นว่าเสื้อบุขนสัตว์และเสื้อคลุมหลายตัวของเขาล้วนเป็นตัวที่ทําขึ้นมาก่อนที่นางจะแต่งเข้ามาทั้งสิ้น จึงคิดจะหาผ้าขนสัตว์ดีๆ มาให้เฉิงฉือสักสองสามผืนทําเสื้อบุขนสัตว์และเสื้อคลุมให้เขาเพิ่มสักสองสามตัวนางเปิดหีบของตัวเองค้นหาไปครึ่งค่อนวัน ค้นหาขนหมาไม้คุณภาพดีมาได้สองสามผืนทว่าไม่เพียงพอสําหรับตัดเสื้อบุขนสัตว์ อีกทั้งเป็นของต้องห้าม ทําได้เพียงสวมใส่อยู่ด้านในเท่านั้น จึงนําขนสัตว์ผืนหนึ่งไปให้พ่อบ้านเซี่ยง ให้เขาหาวิธีไปหาขนสัตว์เช่นเดียวกันนี้ในจิงเฉิงกลับมาสักสามผืน นอกจากทําเสื้อบุขนสัตว์ให้เฉิงฉือสําหรับช่วงปีใหม่แล้ว จะทําผ้าโพกศีรษะสําหรับใช้ในฤดูหนาวให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวด้วยสักผืนหนึ่งพ่อบ้านเซี่ยงไปตามหาขนหมาไม้ ส่วนโจวเสาจิ่นไปหาหนานผิงพ่อบ้านใหญ่ฉินพาหลานรุ่นหลังกลับบ้านเดิมครั้งหนึ่ง งานแต่งของฉินจื่อผิงและจี๋อิ๋งจึงจัดกันที่บ้านเดิม แต่ฉินจื่อผิงและฉินจื่ออันล้วนมิได้รั้งอยู่ที่บ้านเดิม ฉินจื่อผิงยังคงไปดํารงตําแหน่งที่ประตูลิ่วปู่ดังเดิม ส่วนฉินจื่ออันไปที่ค่ายหุบเขาตะวันตก จี๋อิ๋งรั้งอยู่ที่บ้านเดิมปรนนิบัติ4844ดูแลพ่อบ้านใหญ่ฉิน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรโจวเสาจิ่นก็รู้สึกว่าไม่ปรกตินัก แอบถามเฉิงฉือถึงได้รู้ว่าความจริงแล้วที่จี๋อิ๋งรั้งอยู่บ้านเดิมนั้นมิใช่เพียงเพื่อปรนนิบัติดูแลผู้อาวุโสของตระกูลฉินเท่านั้นแต่จี๋อิ๋งเก่งเรื่องการใช้ดาบ ตระกูลฉินมีตําราดาบดีๆ เหลืออยู่หลายชุด พ่อบ้านใหญ่ฉินรั้งจี๋อิ๋งเอาไว้เพราะต้องการให้นางช่วยรวบรวมตําราดาบเหล่านี้ของตระกูลเฉิงให้เรียบร้อย และก็กลัวว่าพวกเขาสองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันจะอดใจไม่ไหวร่วมหอกัน จะเป็นอันตรายต่อการพักฟื้นของจี๋อิ๋งได้โจวเสาจิ่นได้ยินแล้วก็เบิกดวงตากว้างจี๋อิ๋งและฉินจื่อผิง…ยังมิได้ร่วมหอกัน!ยังเขียนจดหมายไปหาจี๋อิ๋งเป็นการเฉพาะด้วย ถามนางว่าอยากกลับมาที่จิงเฉิงหรือไม่ปรากฏจี๋อิ๋งกลับถามนางว่ากลับจิงเฉิงเพื่ออันใด จากนั้นก็พรั่งพรูเล่าเรื่องที่นางช่วยรวบรวมตําราดาบมาในจดหมาย ยังบอกด้วยว่าถ้าโจวเสาจิ่นคลอดบุตรชายแล้ว นางจะรับบุตรชายของโจวเสาจิ่นเป็นศิษย์น้อง รับประกันว่าจะทําให้บุตรชายของโจวเสาจิ่นกลายเป็นจอมยุทธ์ฝีมือสูงส่งอย่างแน่นอนไม่กล่าวถึงฉินจื่ออันเลยแม้แต่ประโยคเดียวตอนนั้นโจวเสาจิ่นไหล่ห่อเหี่ยวลงมาหมดแล้วส่วนหนานผิงกลับรั้งอยู่ที่ตระกูลเฉิงโดยตลอดแต่เฉิงฉือไม่ให้นางช่วยทํางานเย็บปักให้ตนอีก แต่สร้างเรือนเล็กๆ หลังหนึ่งทางด้านเรือนฝั่งตะวันออกขึ้นมาเป็นพิเศษ ให้หวังเหนียงจื่อของโรงเย็บปักซอยจิ่วหรูที่ติดตามมาด้วยจากจินหลิงอาศัยอยู่ด้วยกันกับนาง ยามว่างก็ช่วยกํากับดูแลพวกสาวใช้ในบ้านทํางานเย็บปัก4845เพียงแต่ว่าปีนี้หลังจากที่เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วหนานผิงก็จับไข้ โจวเสาจิ่นเองก็ตั้งครรภ์ จึงไม่ได้เจอหนานผิงมาระยะหนึ่งแล้วที่ผ่านมานางไม่เคยทําเสื้อบุขนสัตว์ให้บุรุษมาก่อน จึงอยากให้หนานผิงช่วยออกความเห็นให้สักหน่อยผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อนางเข้าเรือนมา หลังจากที่นั่งลงบนเตียงเตาตัวใหญ่ข้างหน้าต่างแล้ว หางตากลับเหลือบไปเห็นเสื้อบุรุษสําหรับสวมใส่ในฤดูใบไม้ผลิที่ทําไปแล้วครึ่งหนึ่งตัวหนึ่งยัดอยู่ในตะกร้าเข็มและด้ายใต้โต๊ะบนเตียงเตา