ตอนที่ 550
ตอนที่ 550 พระทัยฮ่องเต้
October 31, 2026
เด็กน้อยนวดให้ตน…ความคิดนี้ดียิ่ง! เฉิงฉือมองโจวเสาจิ่นยิ้มๆ อย่างอธิบายไม่ได้ โจวเสาจิ่นรู้สึกว่าสายตาที่ตกกระทบอยู่บนหลังของตนพลัน เปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเหมือนกับทุกครั้งที่เฉิงฉือต้องการล่อลวงให้นางทําอะไร บางอย่าง นางไม่กล้ามองสํารวจสีหน้าของเฉิงฉืออย่างละเอียด และเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรู้สึก ขลาดกลัวเล็กน้อยว่า “ฮูหยินซ่งถามข้าว่าวันทําความรู้จักญาติวันนั้นจะยินดีไปร่วมดื่มสักจอก หรือไม่” นี่คือจะคบหากับพวกเขาเสมือนเป็นญาติพี่น้อง ถ้าหากซ่งจิ่งหรานเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง โจวเสาจิ่นย่อมตอบตกลงในทันที ไปแล้ว แต่ตอนนี้สถานการณ์ในราชสํานักเปลี่ยนแปลงมากมายและซับซ้อนเพียงนี้ นางไม่กล้า ตัดสินใจด้วยตัวเองจริงๆ เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าเป็นคนที่ใต้เท้าซ่งแนะนํามา จะก้าวหรือถอยย่อมต้องร่วมไปกับ ใต้เท้าซ่งอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าวันที่สะใภ้ใหญ่ของตระกูลซ่งทําความรู้จักญาติพี่น้องวัน นั้นพวกเราจะไปร่วมดื่มชาหรือไม่ ผู้อื่นก็มองว่าข้าเป็นคนของใต้เท้าซ่งอยู่เช่นเดิม แทนที่จะเป็น เช่นนั้น พวกเรามิสู้ไปมาหาสู่กับตระกูลซ่งอย่างเปิดเผยเป็นปกติ คนที่อยากใช้สมองขบคิด เหล่านั้นก็ต้องครุ่นคิดพิจารณากันสักหน่อย” เหตุผลข้อนี้โจวเสาจิ่นเข้าใจดี5098 นางพยักหน้ายิ้มๆ กล่าวถึงเรื่องงานแต่งของเฉิงรั่งขึ้นมา “ของขวัญพบหน้าเป็น เครื่องประดับศีรษะเงินฝังอัญมณีชุดหนึ่ง จากนั้นข้ายังบรรจุปลาทองเล็กๆ กล่องหนึ่งเตรียมมอบ ให้เซี่ยซื่อเป็นการส่วนตัวอีกด้วยเจ้าค่ะ” สะใภ้คนใหม่เข้าบ้าน ของขวัญพบหน้าล้วนต้องได้รับเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคนมอบ ของขวัญจะทําให้ผู้อื่นขุ่นเคืองใจได้ง่าย และทําให้สะใภ้คนใหม่ทําตัวยากด้วยเช่นกัน เฉิงฉือเห็นว่ายิ่งอยู่โจวเสาจิ่นกระทําอะไรก็ยิ่งมีแนวทางของตัวเองแล้ว จึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “เรื่องพวกนี้เจ้าตัดสินใจเองก็ได้แล้ว” แต่โจวเสาจิ่นชอบพูดคุยเรื่องพวกนี้กับเฉิงฉือ นางอดยู่ปากไม่ได้ กล่าวว่า “ท่านไม่ชอบฟังข้าพูดเรื่องพวกนี้กับท่านหรือเจ้าคะ” “ไม่ชอบ!” เฉิงฉือกล่าวอย่างตรงไปตรงมายิ่ง นํ้าตาของโจวเสาจิ่นเกือบจะไหลออกมาแล้ว ที่ผ่านมาเฉิงฉือปฏิบัติต่อนางอย่างอบอุ่นและเอาใจใส่มาโดยตลอด ไม่เคยใช้นํ้าเสียง เช่นนี้พูดกับนางมาก่อน นางรู้สึกปวดใจยิ่งนัก เฉิงฉือกลับงับใบหูนางจากด้านหลัง กล่าวเสียงตํ่าว่า “นานๆ ทีข้าจะได้กลับมาสักครั้ง หนึ่ง เจ้าไม่พูดคิดถึงข้า คะนึงหาข้า แต่พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้าพวกนี้แทน หากเจ้ามีเวลาว่าง มิสู้มาทําอย่างอื่นกับข้าดีกว่า…” ดวงหน้าของโจวเสาจิ่นพลันแดงกํ่าขึ้นมา เมื่อครู่ยังรู้สึกขมขื่นแต่เพียงพริบตาเดียวก็ เปลี่ยนเป็นหอมหวานประหนึ่งนํ้าผึ้งขึ้นมา5099 เฉิงฉือหัวเราะเบาๆ ครอบครองริมฝีปากอมชมพูดุจสาวแรกแย้มดังเดิมของนาง ส่วนมือ ก็สอดเข้าไปตามชายเสื้อของนาง ภายในห้องมีเสียงครวญครางที่ทําให้คนต้องหน้าแดงหูแดงดังขึ้นมา จวบจนวันรุ่งขึ้นตอนที่ทั้งสองคนไปทําความรู้จักญาติที่ตระกูลซ่ง โจวเสาจิ่นยังคงไม่ค่อย กล้ามองดวงตาเจือรอยยิ้มของเฉิงฉือสักเท่าไร กลับเป็นเฉิงฉือที่แสดงออกได้อย่างเป็นธรรมชาติกว่านางมากนัก ตอนลงจากเกี้ยวหมุนกายไปประคองนางเอาไว้ซ่งเซินที่ออกมาต้อนรับหันไปมองโจวเสาจิ่นไม่วางตา เปล่งเสียงเรียกเฉิงฉือเสียงหนึ่งอย่างไม่กระตือรือร้นไม่เย็นชาว่า “พี่เขย”เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “พี่ชายหลายๆ คนของเจ้าล้วนเรียกข้าว่าท่านอา เจ้ากลับเอาแต่เรียกข้าว่าพี่เขย โชคดีที่ตระกูลโจวไม่มีเด็กสาวที่อายุเหมาะสม ไม่อย่างนั้นผู้อื่นคงคิดว่าเจ้าเป็นบุตรเขยของตระกูลโจวเสียแล้ว!”ซ่งเซินร้อง “ชิ” เสียงหนึ่งอย่างไม่เห็นด้วย กล่าวว่า “หากมิใช่เพราะข้ารู้จักพี่สาวจะรู้จักท่านได้อย่างไร พวกท่านคบหาสมาคมของพวกท่านไป ข้าก็คบหาสมาคมของข้า เกี่ยวอะไรกันด้วย คงมิใช่เพราะท่านกลัวว่าพี่สาวจะดีกับข้ามากเกินไปหรอกกระมัง”เฉิงฉือยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร กล่าวกับโจวเสาจิ่นเสียงอบอุ่นว่า “มีเรื่องอะไรเจ้าก็เรียกซ่งเซินอย่างไรเสียเขาก็ว่างไม่มีอะไรทํา ลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่ง ก็ยังเข้าออกเรือนชั้นในได้อีกสองปี ไม่จําเป็นต้องเกรงใจเขา”ซ่งเซินยังเหมือนตอนเป็นเด็กไม่มีผิด ชอบเกาะเกี่ยวอยู่กับโจวเสาจิ่นเป็นอย่างยิ่ง โจวเสาจิ่นเองก็ไม่มีทางเลือก ทุกครั้งที่มาตระกูลซ่งส่วนมากจะเลือกช่วงเวลาที่ซ่งเซินไปเรียนหนังสือ5100โชคดีที่เฉิงฉือเป็นคนใจกว้าง ไม่ว่าซ่งเซินจะกล่าวอะไรล้วนปฏิบัติต่อเขาอย่างใจดีประหนึ่งเป็นเด็กไร้เดียงสา นี่จึงยิ่งทําให้โจวเสาจิ่นเห็นใจสงสารเฉิงฉือที่ต้องลําบาก“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ!” นางขานรับเสียงนุ่ม กําชับเฉิงฉือว่า “ประเดี๋ยวยังต้องไปหาท่านอารองอีก ท่านอย่าดื่มมากนะเจ้าคะ”บุรุษเข้าสังคมอยู่นอกบ้าน ไม่อาจไม่ดื่มสุราได้ แต่เฉิงฉือมีขอบเขตที่เหมาะสมมาโดยตลอด หากไม่ดื่มได้ก็จะไม่ดื่ม เพียงแต่ว่าวันนี้เป็นโอกาสพิเศษ จางฮุ่ยและคนอื่นๆ ล้วนอยู่กันหมด อย่างไรเขาก็ต้องดื่มสักสองสามจอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“เจ้าวางใจเถิด” เฉิงฉือยิ้มพร้อมกับโน้มตัวลงมากล่าวที่ข้างหูของนางว่า “ข้าย่อมไม่อยากเสียกิริยาต่อหน้าผู้บังคับบัญชา”โจวเสาจิ่นเชื่อเขา พยักหน้ายิ้มๆ อย่างอบอุ่นอ่อนโยนเฉิงฉือไปห้องโถงทางตะวันออกซ่งเซินถามโจวเสาจิ่นอย่างร้อนใจว่า “ใต้เท้าเฉิงพูดอะไรกับท่านหรือ”ถ้อยคําระหว่างสามีภรรยาประเภทนี้นางจะบอกซ่งเซินได้อย่างไร“ไม่มีอะไร ก็แค่ให้ข้าระมัดระวังสักหน่อย” โจวเสาจิ่นกล่าวอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเห็นฮูหยินของจางฮุ่ยมาถึงแล้ว กําลังนั่งอยู่บนเก้าอี้มีเท้าแขนข้างหน้าต่างหันมากวักมือเรียกนางนางทิ้งซ่งเซินไว้เดินเข้าไป “วันนี้เป็นวันน่ายินดีของพี่ชายเจ้า เจ้ามีธุระอะไรเจ้าก็ไปทําเถิด!”ซ่งเซินอยากพูดอะไรบางอย่าง โจวเสาจิ่นก็ย่อเข่าทําความเคารพฮูหยินของจางฮุ่ยอย่างยิ้มแย้มไปก่อนแล้ว5101เขาได้แต่จากไปอย่างสลดหดหู่ฮูหยินของจางฮุ่ยรีบให้นางลุกขึ้น ดึงนางไปนั่งข้างๆ ตัวเอง ถามถึงเฉิงเซ่าขึ้นมา “นายท่านผู้เฒ่าเป็นอย่างไรแล้ว หลายวันก่อนได้ยินว่าลุกจากเตียงได้แล้ว เป็นเรื่องจริงหรือไม่”โจวเสาจิ่นขานตอบ “เจ้าค่ะ” กล่าวต่อว่า “เนื่องจากอายุมากแล้ว เดิมทีก็แค่ไข้หวัดธรรมดาๆ เท่านั้น ผู้ใดจะรู้ว่ากลับลากยาวไปสองสามเดือนก็ไม่เห็นดีขึ้น ก่อนหน้านี้นายท่านของพวกข้ายังเป็นกังวลว่านายท่านผู้เฒ่าจะกลายเป็นวัณโรค โชคดีที่ตอนนี้ลุกจากเตียงได้แล้ว ต้องชื่นชมที่ฉางกูกูดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่อาจนั่งอ่านหนังสือนานๆ ได้ไม่เช่นนั้นจะหน้ามืดตาลาย หัวหน้าหมอหลวงเฉาบอกว่ายังต้องพักฟื้นให้ดีอีกสักระยะหนึ่งเจ้าค่ะ”