ตอนที่ 549
ตอนที่ 549 สลัดตัวหนี
October 31, 2026
เฉิงฉือยิ้มพลางพยักหน้า โจวเสาจิ่นพูดตะกุกตะกักไปหมดแล้ว กล่าวว่า “องค์ฮ่องเต้…ทรงทั้งพระราชทานยา…ทั้ง พระราชทานคนให้…นี่จะดีหรือเจ้าคะ…” เฉิงฉือกอดนางอย่างปลอบโยน กระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “เรื่องนี้ประเดี๋ยวข้าค่อยคุยกับ เจ้าอีกที เจ้าอย่าแพร่งพรายออกไปเชียว” ประเดี๋ยวเขายังต้องไปเฝ้าคนป่วยอีก โจวเสาจิ่นพยักหน้าหงึกอย่างเบื้อใบ้ พลางกล่าว “ข้าไม่บอกผู้ใดอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ…” สุดท้ายแล้วก็ยังเด็ก จึงรับเรื่องตระหนกตกใจไม่ค่อยไหว เฉิงฉือถอนหายใจยิ้มๆ กอดนางไว้ในอ้อมแขนหอมนางครั้งแล้วครั้งเล่า กล่าวคําพูด ปลอบโยนนางอีกมากมาย เห็นนางมีสีหน้าดีขึ้นมากแล้ว ถึงได้ไปหาเฉิงเซ่า โจวเสาจิ่นยิ้มขื่นอย่างช่วยไม่ได้ ในเมื่อท่านอารองกล้าทํา เฉิงฉือเองก็บอกว่าไม่เป็นอะไร นางก็อย่าสนใจเรื่องพวกนี้เลย ดีกว่า ท่านอารองมิได้ป่วย สุดท้ายแล้วถือเป็นเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่ง ตอนไปต้มยานางจึงมิได้ตั้งอกตั้งใจเหมือนก่อนหน้านี้อีก คิดว่ายานี้หากมิใช่เททิ้งก็ถูก ทําลายทิ้งอยู่ดี นางนั่งอยู่หน้าเตาคิดเรื่องในใจไปด้วยพลางโบกพัดไปด้วย ท่านอารองคงมิได้ร่วมมือกับหมอหลวงของสํานักหมอหลวงหรอกกระมัง5089 แล้วเขาปิดบังจากหมอหลวงเหล่านั้นได้อย่างไรกันนะ เหตุใดท่านอารองต้องแสร้งป่วยด้วย เพราะกลัวว่ารู้เรื่องอื้อฉาวของราชวงศ์มากเกินไปจึงพยายามหลีกเลี่ยงความ หวาดระแวงอย่างนั้นหรือ แต่พระบรมราชโองการเขาก็เขียนแล้ว คดีความเขาก็ตรวจสอบแล้ว หลีกเลี่ยงความ หวาดระแวงเวลานี้ ออกจะสายเกินไปแล้วกระมัง! ยังมีฉางกูกูผู้นั้นอีก เพียงเพราะองค์ฮ่องเต้ทรงเป็นห่วงท่านอารองถึงได้พระราชทานนางให้ท่านอารอง หรือ เพราะท่านอารองมีความผิดปกติอะไรทําให้องค์ฮ่องเต้ทรงสงสัย จึงทรงจัดให้ฉางกูกูผู้นี้มาอยู่ ข้างกายท่านอารอง เป็นที่ทราบว่ามาดูแลแต่จริงๆ แล้วมาจับตาดูท่านอารองกันนะ? คราวก่อนตอนที่นางกับเฉิงฉือคาดคะเนเรื่องในชาติก่อนกันนั้น นางก็สงสัยว่าเรื่องที่ ตระกูลเฉิงถูกกําจัดในชาติก่อนนั้นอาจเกี่ยวข้องกับท่านอารอง การมาถึงของฉางกูกู จะเป็นลาง บอกเหตุว่าเรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้นแล้วใช่หรือไม่กันนะ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้ว่าตระกูลเฉิงถูกตรวจสอบและยึดทรัพย์อย่างไรบ้าง และ ไม่รู้ว่าองค์ฮ่องเต้ได้พระราชทานกูกูให้ท่านอารองผู้หนึ่งหรือไม่…ช่างเป็นเรื่องน่าปวดศีรษะเสีย จริงๆ! มีเสียงร้องตกใจของชุนหว่านดังขึ้นที่ข้างหูของนาง “ฮูหยิน นี่ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ” โจวเสาจิ่นก้มหน้าลง ถึงได้ค้นพบว่ายาในหม้อต้มยาเดือดปุดปุดจนมีฟองผุดออกมา ยา เอ่อล้นออกมาหมดแล้ว5090 ชุนหว่านรีบยกฝาหม้อต้มยาขึ้น กล่าวว่า “ฮูหยิน ยานี้ต้องต้มด้วยไฟอ่อนๆ โชคดีที่ ค้นพบเสียก่อน ยังเหลือนํ้าอยู่อีกสองในสามส่วน” นางกล่าว แล้วก็กล่าวขึ้นอีกอย่างลังเลว่า “ฮู หยิน หรือว่าพวกเราต้มยาใหม่อีกชุดหนึ่งดีหรือไม่เจ้าคะ” รู้ว่าเฉิงเซ่าจะไม่ดื่มยานี้ นางยังจะต้มอะไรอีก! โจวเสาจิ่นคิดถึงความอลหม่านของทุกคนในวันนี้ อดรู้สึกกระดากใจไม่ได้ นางพึมพํากล่าวว่า “เปลี่ยนเป็นไฟอ่อนตอนนี้เสียก็ได้แล้ว ยาลดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นยาน้อยไปหนึ่งชุดก็ต้องไปเติมอีกหนึ่งชุด วุ่นวายเกินไปแล้ว”เช่นนี้จะเป็นการไม่ค่อยให้เกียรตินายท่านผู้เฒ่ารองหรือไม่ชุนหว่านสับสนมึนงงเล็กน้อย เห็นโจวเสาจิ่นเริ่มเหม่ออีกครั้ง จึงไม่กล้าถามอะไรอีก ปิดฝาหม้อไว้ครึ่งหนึ่ง ค่อยๆ ต้มยาไปหมิ่นเจียเดินเข้ามานางกล่าว “ท่านอาสะใภ้เล็ก ท่านไปพักผ่อนเถิด! ตรงนี้ให้ข้าดูแลก็ได้แล้วเจ้าค่ะ”“ไม่ต้องหรอก” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ “มีบ่าวรับใช้คอยดูแลอยู่ข้างๆ ข้าเองก็เพียงนั่งโบกพัดอยู่ตรงนี้ก็เท่านั้น พวกเจ้ารับช่วงต่อตอนหลังเที่ยงคืน ตอนนี้อากาศค่อยๆ เย็นลงแล้ว ไม่นอนทั้งคืนคนจะเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด! อาการป่วยของท่านอารองนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหายดีเมื่อใด เกรงว่าคงมิใช่เรื่องภายในหนึ่งวันสองวัน หากตอนนี้เจ้าไม่พักผ่อนให้ดี ต่อไปจะทําอย่างไร”หมิ่นเจียมองดวงหน้านิ่งสงบไร้คลื่นใดๆ ของนางแล้ว สีหน้าดูซับซ้อนเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้ขานรับ “อื้อ” เบาๆ เสียงหนึ่ง และกลับห้องไป5091โจวเสาจิ่นโบกพัดพัดยาต่อหมิ่นเจียเองก็เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ต้องเชื่อฟังบิดามารดา แต่งงานตามคําของพ่อสื่อแม่สื่อ ซึ่งนางไม่ได้มีความผิดอะไร หากจะกล่าวว่าใครผิด คงได้แต่กล่าวว่าเป็นโชคชะตาที่กลั่นแกล้งคนเท่านั้นแล้วนางทอดถอนใจอยู่ในใจเที่ยงคืนเฉิงฉือถึงกลับมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีเฉิงฉืออยู่ด้วย โจวเสาจิ่นจึงนอนไม่หลับนางหาหนังสือมาเล่มหนึ่ง อ่านหนังสือไปด้วย พลางรอเขาไปด้วยได้ยินเสียงเคลื่อนไหว นางเอาเสื้อมาคลุมแล้วออกไปต้อนรับเห็นโจวเสาจิ่นรอเขาอยู่ตลอด เฉิงฉือรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ปล่อยให้โจวเสาจิ่นปรนนิบัติเขาล้างหน้าล้างตาครั้งหนึ่ง ทั้งสองคนขึ้นเตียง ดับตะเกียง แล้วแอบกระซิบกระซาบคุยกันอยู่ในผ้าห่มเหมือนหลายวันที่ผ่านมา “ท่านอารองบอกข้าว่า องค์ฮ่องเต้ทรงสืบหาที่มาของธูปปลุกกําหนัดดอกนั้นอยู่ตลอด เนื่องจากท่านอารองต้องช่วยกรมพิธีการจัดการดูแลเรื่องพิธีฝังพระศพ ทว่าหานติงแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ อยู่ตลอด สองวันก่อนหานติงแอบมาหาท่านอารอง บอกว่าหากสืบเรื่องนี้ต่อไป จะต้องเกี่ยวโยงไปถึงองค์ชายห้าเป็นแน่แล้ว เขาตกใจกลัวเป็นอย่างยิ่ง ขอร้องให้ท่านอารองช่วยเสนอความคิดเห็นให้เขาสักข้อหนึ่ง ท่านอารองให้เขาสืบต่อไปให้ถึงต้นตอ ไม่ว่าเผชิญกับเรื่องอะไรล้วนมีองค์ฮ่องเต้เป็นผู้ตัดสินให้อยู่ หานติงจากไปด้วยความซาบซึ้ง ทว่าท่านอารองกลับเป็นกังวลว่าสุดท้ายแล้วองค์ฮ่องเต้จะมอบหมายเรื่องนี้มาให้เขา จึงแสร้งว่าล้มป่ วยขึ้นมา…บางเรื่องรู้แล้วก็มิใช่เรื่องดีนัก!”5092โจวเสาจิ่นฟังแล้วใจเต้นตึกๆ เอามือทาบหน้าอกไว้อย่างห้ามไม่อยู่ กล่าวอย่างเป็นกังวลว่า “ฉางกูกูจะระแคะระคายจนมองออกหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่หรอก!” เฉิงฉือกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เสียงหนึ่ง กล่าวอีกว่า “หลังมื้อเย็นฉางกูกูก็ปรนนิบัติอยู่ในห้องของท่านอารอง เพียงท่านอารองขยับสีหน้านางก็รู้แล้วว่าท่านอารองต้องการอะไร แม้แต่ท่านอารองยังประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ข้าดูท่าทางนั้นแล้ว ไม่เหมือนคนที่เพิ่งเคยพบท่านอารองมาเพียงไม่กี่ครั้งเลยแม้แต่นิดเดียว”โจวเสาจิ่นพลันรู้สึกสนใจขึ้นมา กล่าวว่า “ท่านว่า ท่านอารองจะเก็บฉางกูกูเอาไว้หรือไม่เจ้าคะ”“นั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “ไม่ว่าท่านอารองจะคิดอย่างไร เขาแก่ตัว