ตอนที่ 548
ตอนที่ 548 อาการป่ วย
October 31, 2026
ฉางกูกูทําความเคารพโจวเสาจิ่นและคนอื่นๆ กลับอย่างนอบน้อมและสุขุมสงบเสงี่ยม ข้ารับใช้ส่วนพระองค์ที่ตามมาด้วยยื่นห่อผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดสีนํ้าเงินไพลินลายดอกไม้ให้ ห่อหนึ่ง นี่คือทรัพย์สมบัติทั้งหมดของฉางกูกูหรือ! โจวเสาจิ่นและชิวซื่อแลกเปลี่ยนสายตากันครั้งหนึ่ง ชิวซื่อกล่าว “ปกติเรื่องภายในบ้าน ล้วนเป็นเจิงหมัวมัวผู้ที่เคยปรนนิบัติรับใช้ท่านอาสะใภ้รองเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด พวกข้าเอง ก็เพิ่งมาถึง อีกทั้งท่านอารองก็ล้มป่ วย…ฉางกูกูตามพวกข้าไปนั่งที่โถงรับรองก่อนดีกว่า รอข้า เรียกเจิงหมัวมัวมาสอบถามให้ชัดเจนก็จะได้จัดเตรียมสถานที่พักให้ท่าน” ฉางกูกูจึงคํานับครั้งหนึ่ง พลางกล่าว “รบกวนฟูเหรินรองแล้ว” ภรรยาของขุนนางยศขั้นสามขึ้นไปถึงจะมีคุณสมบัติใช้คําว่า ‘ฟูเหริน’ ได้ แม้นนอกเมือง หลวงจะไม่พิถีพิถันเรื่องพวกนี้ แต่อยู่จิงเฉิง แผ่นกระดานจารึกตกลงมาหนึ่งแผ่นไม่แน่ว่าอาจมี รองเจ้ากรมหรือเจ้ากรมผู้หนึ่งก็เป็นได้ จึงค่อนข้างพิถีพิถันกับเรื่องลําดับอะไรต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง เฉิงเว่ยเพิ่งจะออกไปรับราชการนอกเมืองได้ไม่นาน เป็นเช่นเดียวกับโจวเสาจิ่น ตําแหน่ง ตราตั้งของชิวซื่อยังไม่มีประกาศลงมา นางรีบกล่าว “กูกูเกรงใจเกินไปแล้ว บ้านเดิมของข้าแซ่ชิว หากกูกูไม่รังเกียจ เรียกข้าว่าฮู หยินชิวก็พอแล้ว” ฉางกูกูยินดีทําตามคําแนะนํา เอ่ยเสียงหนึ่งว่า “ฮูหยินชิว” ในนํ้าเสียงเจือความยินดีใน แบบที่มีแต่คนที่เคยรับใช้อยู่ในวังหลวงมาก่อนเท่านั้นถึงจะเปล่งออกมาได้5080 ได้เป็นถึงนางข้าหลวงใหญ่ของตําหนักเฉียนชิง ยิ่งไปกว่านั้นอายุมากขนาดนี้แล้วยังไม่ ถูกปล่อยตัวออกไป ย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ถึงแม้นางจะสุภาพ ทว่าโจวเสาจิ่นและชิวซื่อกลับไม่กล้าดูแคลน ชิวซื่อไปที่โถงรับรอง เป็นเพื่อนฉางกูกู ส่วนโจวเสาจิ่นพาอาเป่ าและอาเหรินมุ่งหน้าเข้าไปในเรือนชั้นในพร้อมกับพวก เฉิงเซียว สถานที่พักของเฉิงเซ่าไม่ใหญ่โต ทว่าปลูกต้นไผ่หลากหลายชนิดเอาไว้ เมื่อมีลมพัดโชย มา เกิดเสียงซ่า พัดพาสายลมเย็นมาสายหนึ่ง ทุกคนต่างไม่มีกะจิตกะใจพูดคุยกัน เด็กน้อยทั้งสองคนยิ่งแล้วใหญ่จับมือของโจวเสาจิ่น เอาไว้แน่น คนที่มาต้อนรับพวกเขาตรงหน้าประตูคือบ่าวเด็กอายุแปดถึงเก้าขวบสองคนของเฉิงเซ่า หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เสียงพูดสุกใสรื่นหู โค้งคํานับพวกเขา พลางกล่าว “นายท่านผู้เฒ่ารองบอก ว่า เพียงเพราะอายุมากเรี่ยวแรงไม่ค่อยดีแล้วเท่านั้น ให้ฮูหยินและกูไหน่ไนทุกท่านไม่ต้องเป็น ห่วง ด้วยกลัวว่าจะแพร่เชื้อให้ฮูหยินและกูไหน่ไนทุกท่าน จึงไม่ต้องเข้าไปคารวะแล้ว ให้ข้าพา คุณชายน้อยอาเป่าและคุณชายน้อยอาเหรินเข้าไปเยี่ยมสักครั้งก็พอขอรับ” เดิมทีสตรีก็ต้องรักษาระยะอยู่แล้ว มาเยี่ยมก็เพียงคารวะอยู่หลังฉากกั้นเท่านั้น ในเมื่อ เฉิงเซ่าสั่งการมาเช่นนี้ พวกนางย่อมไม่อาจละเมิดความประสงค์ของเฉิงเซ่าได้ จึงย่อเข่าทําความ เคารพอยู่หน้าประตู แล้วก็พากันไปที่ห้องขนาบข้างที่อยู่ข้างๆ บ่าวเด็กพาอาเป่ ากับอาเหรินเข้า ไปในห้องนอนของเฉิงเซ่า ไม่นาน เฉิงฉือที่ไปส่งข้ารับใช้ส่วนพระองค์ก็เข้ามา5081 หลังจากเฉิงเซียวและคนอื่นๆ ก้าวออกมาทําความเคารพแล้ว โจวเสาจิ่นสองสามีภรรยา จึงยืนคุยกันข้างๆ กอไผ่นางสนม 2921ในลานบ้าน “นี่องค์ฮ่องเต้ทรงหมายความว่าอย่างไร ท่านอา รองกําลังป่วยอยู่ พระองค์พระราชทานกูกูที่เคยรับใช้อยู่ในวังหลวงมาให้ท่านอารองผู้หนึ่ง นี่มิใช่ การสร้างปัญหาให้ซอยซวงอวี๋เพิ่มหรอกหรือ ท่านทราบพื้นเพของฉางกูกูท่านนี้หรือไม่เจ้าคะ” เฉิงฉือกลับไม่เห็นด้วย กล่าวขึ้นว่า “ไม่เป็นไร เดิมทีแล้วฉางกูกูท่านนี้เป็นนางกํานัลขององค์ฮ่องเต้ตั้งแต่ทรงยังไม่ครองราชย์ หลังจากองค์ฮ่องเต้เถลิงราชย์แล้ว นางก็ปรนนิบัติรับใช้เรื่องหมึกพู่กันอยู่ที่ตําหนักเฉียนชิงมาโดยตลอด เป็นคนรู้ความผู้หนึ่ง ครั้งนี้องค์ฮ่องเต้พระราชทานนางให้ท่านอารอง ข้าเองก็ประหลาดใจไม่น้อย ท่านอารองเดินหมากเป็นเพื่อนองค์ฮ่องเต้ที่ตําหนักเฉียนชิงอยู่บ่อยๆ ความจริงก็รู้จักอยู่แล้ว พวกเราเพียงดูแลคนให้ดีก็พอ ส่วนเรื่องอื่น รอท่านอารองหายป่วยแล้วค่อยว่ากันอีกที อย่างไรก็ต้องเข้าวังไปขอบพระทัยฝ่าบาท”“เป็นคนรู้ความผู้หนึ่งก็ดีแล้ว” โจวเสาจิ่นกล่าวอย่างยินดี “จะได้รู้ว่าเรื่องอะไรที่ทําได้และเรื่องอะไรที่ทําไม่ได้”เฉิงฉือพยักหน้า กล่าวยิ้มๆ ว่า “ต่อให้นางไม่รู้ความก็ไม่ต้องกังวล ตอนนี้พระราชทานให้ท่านอารอง ก็ถือว่าเป็นคนของท่านอารองแล้ว ย่อมมีคนสอนนาง”แต่หากทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขได้จะยิ่งดีมิใช่หรือ!โจวเสาจิ่นพึมพํากล่าวอยู่ในใจเฉิงฉือถามถึงอวิ้นเกอเอ๋อร์ขึ้นมา “เจ้ามาที่นี่ทิ้งเขาไว้ที่บ้านคนเดียว เขาร้องโวยวายหรือร้องไห้หรือไม่”1 ไผ่นางสนม ไผ่สายพันธุ์หนึ่ง ลําปล้องไผ่มีลายเป็นจุดๆ5082“มีกวนเกอและจงเกอเอ๋อร์เล่นเป็นเพื่อนเขาเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นนึกถึงตอนที่ตนจะออกจากบ้าน ไปหอมแก้มเล็กของบุตรชายเพื่อบอกลาเขา ทว่าเขากลับไม่สนใจตนเลยแม้แต่น้อย ตั้งหน้าตั้งตามองกวนเกอกับจงเกอเอ๋อร์อย่างเดียว มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นน้อยๆ กล่าวว่า “ตอนนี้ขอเพียงเขามีพวกพี่ชายมาเล่นด้วย ก็ไม่ต้องการข้าแล้ว”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “สองสามวันนี้เกรงว่าพวกเราสองคนคงต้องอยู่ปรนนิบัติคนป่ วยที่นี่ ส่วนอวิ้นเกอเอ๋อร์นั้นเกรงว่าคงต้องรบกวนให้ป้าของเขาช่วยดูแลสักสองสามวันแล้ว”“ตอนที่พวกข้าออกจากบ้านท่านพี่ก็บอกเอาไว้แล้วเช่นกัน” โจวเสาจิ่นกล่าว “หากว่าทางด้านนี้พวกเรายุ่งกันมาก นางจะช่วยดูแลอวิ้นเกอเอ๋อร์สักสองสามวัน”เฉิงฉือพยักหน้า ฮูหยินผู้เฒ่ากัว เฉิงจิง และหยวนซื่อก็มาถึงทั้งสองคนออกไปต้อนรับฮูหยินผู้เฒ่ากัวและหยวนซื่อล้วนแต่งกายเต็มยศ มาลาประดับประดาไปด้วยอัญมณีทุกแบบ สวมทับอยู่บนศีรษะอย่างหนักหน่วงมาทั้งวัน อีกทั้งต้องร้องไห้ไว้ทุกข์ ดวงหน้าจึงดูเหนื่อยล้าไปหมดสีหน้าของเฉิงจิงยังดีอยู่ แต่ก็ไม่ได้เกลี้ยงเกลาเหมือนยามปกติฮูหยินผู้เฒ่ากัวเอ่ยปากก็ถามถึงอวิ้นเกอเอ๋อร์ รู้ว่าโจวชูจิ่นดูแลเขาอยู่ที่บ้าน ถึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกครั้งหนึ่งส่วนเฉิงจิงถามเฉิงฉือด้วยสีหน้ากังวลว่า “เหตุใดจู่ๆ ท่านอารองถึงเป็นลมล้มลงไปได้ ไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ”5083บางครั้งเพื่อมิให้องค์ฮ่องเต้ทรงพระพิโรธแล้ว หมอหลวงของสํานักหมอหลวงก็อาจจะปิดบังอาการป่วยตาม ‘สมควร’ ได้เฉิงฉือกล่าว “ข้าได้จับชีพจรของท่านอารองแล้ว ไม่เป็นอะไรขอรับ”คนทั้งกลุ่มเดินไปที่เรือนหลักเฉิงฉือเล่าเรื่องที่องค์ฮ่องเต้พระราชทานกูกูที่ปรนนิบัติรับใช้อยู่ในตําหนักเฉียนชิงผู้หนึ่งมาดูแลเฉิงเซ่าให้พวกเขาฟังทั้งสามคนตะลึงปากอ้าตาค้างหยวนซื่อรีบกล่าวขึ้นว่า “คนอยู่ที่ใด” เห็นว่าไม่พบชิวซื่อ กล่าวอีกว่า “มีน้องสะใภ้รองอยู่เป็นเพื่อนด้วยใช่หรือไม่”