ตอนที่ 555
ตอนที่ 555 ประกาศผลสอบ
October 31, 2026
ต้นเดือนสี่ ประกาศผลการสอบออกมา เฉิงสวี่ได้คะแนนลําดับที่ห้าอยู่ในกลุ่มผู้สอบผ่าน ชั้นสอง คะแนนดีกว่าเฉิงฉือในปีนั้นเสียอีก ฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ยินแล้วย่อมดีใจมากเป็นธรรมดา สั่งให้เจินจูไปเปิดหีบ หยิบแท่นฝน หมึกอย่างดี แท่งหมึกสองสามแท่ง และกระดาษคุณภาพเยี่ยมสองเตา 2961มาเป็นของขวัญแสดง ความยินดีให้เฉิงสวี่ โจวเสาจิ่นเห็นแล้วจึงเติมพู่กันจากหูโจวเข้าไปด้วยสองกล่อง ส่งไปให้พร้อมกัน หยวนซื่อกลับคล้ายถูกราดด้วยนํ้าเย็นจัดในวันที่อากาศหนาวเย็นที่สุดจนเหน็บหนาวไป ทั่วทั้งหัวใจก็ไม่ปาน สีหน้าซีดเผือด ลําดับที่ห้าอยู่ในกลุ่มผู้สอบผ่านชั้นสอง! เหตุใดถึงไม่พยายามอีกสักนิด สอบให้ได้ลําดับที่สูงขึ้นอีกสักหนึ่งลําดับ ก็จะได้เป็นฉวน หลู 2972แล้ว หรือไม่ก็พยายามอีกสักหน่อย สอบให้ได้คะแนนเป็นสามลําดับแรก… หยวนซื่อนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก หัวสมองว่างเปล่า ทุกคนที่ปรนนิบัติอยู่ภายในห้องต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น กลัวว่าอาจทําเสียงดังแม้เพียง เล็กน้อยแต่ทําให้หยวนซื่อโมโห และกลายเป็นที่ระบายความโกรธได้ 1 เตา ลักษณะนามบอกปริมาณกระดาษ หนึ่งเตาเท่ากับกระดาษหนึ่งร้อยแผ่น 2 ฉวนหลู คําเรียกคนที่สอบได้ลําดับที่หนึ่งในกลุ่มผู้สอบผ่านชั้นสอง (หรือก็คือผู้สอบได้คะแนนลําดับที่สี่นั่นเอง)5144 ยังคงเป็ นแม่นมของหยวนซื่อที่ก้าวออกมาอย่างสั่นกลัว กระซิบกล่าวว่า “ฮูหยิน เจ้าหน้าที่แจ้งข่าวดีผู้นั้นยังรออยู่ด้านนอก ท่านคิดว่าควรจะตกรางวัลให้เขาเป็นเงินสิบเหลี่ยง ตามระเบียบปฏิบัติที่เคยทํากันมาหรือไม่เจ้าคะ” การแจ้งข่าวดีเช่นนี้มีแบบแผนให้ทําตามอยู่ ตกรางวัลให้คนละห้าเหลี่ยงก็ได้แล้ว ตระกูล เฉิงนั้นใจกว้างเป็นพิเศษ ปกติล้วนให้รางวัลเป็นเงินสิบเหลี่ยง ทั้งดูไม่ขัดสนข้นแค้นและไม่หรูหรา ฟุ่ มเฟื อยเกินไปด้วย หยวนซื่อถึงได้รู้สึกว่าตัวเอง ‘มีชีวิต’ ขึ้นมาอีกครั้ง นํ้าตาไหลลงมาเป็นสาย แม่นมของนางได้แต่หันไปส่งสายให้สาวใช้ที่ปรนนิบัติอยู่ในห้อง เป็นสัญญาณบอกให้ พวกนางถอยออกไปเงียบๆ เอ่ยเกลี้ยกล่อมหยวนซื่อเสียงอบอุ่นว่า “ปีนี้คุณชายใหญ่เพิ่งจะยี่สิบ สามปีเท่านั้น เกรงว่าน่าจะเป็นหนึ่งในจิ้นซื่อที่อายุน้อยที่สุดของการสอบในครั้งนี้แล้ว นี่เป็นเรื่อง น่ายินดีที่ครอบครัวผู้อื่นไม่แม้แต่จะฝันถึงด้วยซํ้า วันนี้คุณชายใหญ่ช่วงชิงกลับมาให้ท่านได้อย่าง สบายๆ ท่านยังมีอะไรให้ไม่พอใจอีกหรือ ท่านลองมองคนที่ได้เป็นจ้วงหยวน ปั๋งเหยี่ยน และทั่นฮ วาในประวัติศาสตร์ มีสักกี่คนที่ได้เข้าสํานักราชเลขาธิการได้เป็นเจ้ากรมกัน? ชีวิตของคนเรานี้ยัง อีกยาวไกล ต้องมองต่อไปเรื่อยๆ ท่านทราบได้อย่างไรว่าคุณชายใหญ่จะไม่ได้เป็นขุนนางใหญ่ เหมือนนายท่าน? เหตุใดท่านต้องปรารถนาให้คุณชายใหญ่ช่วงชิงสามลําดับแรกมาให้ได้ด้วยเจ้า คะ” “เจ้าจะรู้อะไร” หยวนซื่อถลึงตาใส่แม่นมอย่างดุดันครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ตระกูลหยวนและ ตระกูลหมิ่นล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์เก่งกาจทั้งนั้น หากเจียซ่านสอบเอาตําแหน่งจ้วงหยวนกลับมา ไม่ได้ คนของตระกูลหยวนและตระกูลหมิ่นจะเห็นเขาอยู่ในสายตาได้อย่างไร และจะส่งเสริมเจีย ซ่านบนเส้นทางราชสํานักได้อย่างไร”5145 แม่นมของนางได้ยินแล้วอดไม่ได้ถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ฮูหยิน ต่อให้ คุณชายใหญ่ดีกว่านี้ ก็แซ่เฉิง นอกเสียจากว่าตระกูลหยวนและตระกูลหมิ่นทั้งสองตระกูลล้วนไม่ มีคนเรียนหนังสือแล้วจริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่ช่วยเหลือบุตรชายหลานชายของตัวเองแต่ มาช่วยคนเป็นบุตรเขยหรือหลานตาผู้หนึ่งได้อย่างไร” คําพูดของแม่นมดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมาบนศีรษะของหยวนซื่อ นางกล่าวอย่างตื่น ตระหนกว่า “ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ หลานตาย่อมต้องสนิทชิดใกล้กว่าหลานชายมิใช่หรือ” ไม่เสมอไปกระมัง ลุงเสียชีวิตหลานชายยังต้องขึ้นไปเคารพหลุมศพ แต่ท่านตาเสียชีวิต มีเหตุผลให้หลาน ตาไปถวายเครื่องบูชาที่ไหนกัน!แม่นมไม่อาจพูดต่อไปมากกว่านี้ ลุกขึ้นพลางกล่าว “ฮูหยิน ข้าจะตักนํ้าร้อนเข้ามาสักอ่างหนึ่งปรนนิบัติท่านเช็ดหน้าเช็ดตา ประเดี๋ยวสะใภ้น้อยก็น่าจะเข้ามาแสดงความยินดีกับท่านแล้ว หากนางเห็นสภาพท่านเช่นนี้ แล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจให้คุณชายใหญ่จะทําอย่างไร”หมิ่นเจียมิใช่คนอ่อนโยนมาโดยตลอดหยวนซื่อคิดถึงตรงนี้แล้วก็โมโหขึ้นมาอีกระลอกหนึ่งแม่นมเห็นนางไม่กล่าวอะไร รีบบอกให้สาวใช้ตักนํ้าเข้ามา จัดการให้พ่อบ้านไปตกเงินรางวัลให้เจ้าหน้าที่ที่มาแจ้งข่าวดี สุดท้ายก็จัดการเรื่องนี้ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างละมุนละม่อมเฉิงเจิงติดตามกู้ซวี่ไปไท่หยวนแล้ว แต่เฉิงสวี่ลงสนามสอบ นางจึงเป็นกังวลเรื่องผลสอบของการสอบขุนนางช่วงวสันตฤดูนี้อยู่ตลอด เมื่อเฉิงสวี่สอบผ่านได้เป็นจิ้นซื่อแล้ว นางเองก็ยินดีตามไปด้วย ให้คนส่งของมาให้แม้แต่โจวเจิ้นทางด้านโน้น ก็ส่งของขวัญมาแสดงความยินดีด้วย5146ฮูหยินผู้เฒ่ากัวจึงบอกให้โจวเสาจิ่นจัดงานเลี้ยงสักสองสามโต๊ะ ถือโอกาสตอนวันหยุดเชิญเฉิงจิงและคนอื่นๆ มากินข้าวด้วยกันเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว บุรุษห้าคนในบ้าน เป็นจิ้นซื่อไปแล้วสี่คนฮูหยินผู้เฒ่ากัวมีความสุขยิ่ง ดื่มเพิ่มอีกหลายจอก กล่าวหยอกล้ออวิ้นเกอเอ๋อร์ว่า “ย่าก็หวังให้เจ้านําตําแหน่งตราตั้งกลับมาให้ข้าสักตําแหน่งหนึ่งแล้ว!”นางได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินขั้นหนึ่งบนแล้ว ต่อให้อวิ้นเกอเอ๋อร์ได้เป็นขุนนางใหญ่ขั้นหนึ่งอีก ก็ไม่อาจแต่งตั้งนางให้สูงไปกว่านี้แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ก็เพียงเพราะคาดหวังในตัวอวิ้นเกอเอ๋อร์ หวังว่าการสอบขุนนางของเขาจะราบรื่นก็เท่านั้นทุกคนพากันหัวเราะฮ่าอวิ้นเกอเอ๋อร์ไม่รู้ว่าทุกคนกําลังหัวเราะอะไรกันอยู่ แต่ก็ยิ้มกว้างตามไปด้วย เผยให้เห็นฟันขาวซี่เล็ก น่ารักน่าชังยิ่งนักชิวซื่อจึงหยอกล้อเขาอย่างอดไม่อยู่ว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์ อีกไม่กี่วันก็ถึงพิธีหยิบของเสี่ยงทายของเจ้าแล้ว เจ้าคิดหรือยังว่าอยากหยิบอะไรดี อยากให้ป้ารองวางปิ่นปักผมทองคําบนโต๊ะให้สักชิ้นหนึ่งหรือไม่”ระยะนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดอวิ้นเกอเอ๋อร์ถึงชื่นชอบเครื่องประดับทองคํานัก ปิ่นปักผมทองคําที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวประดับก็ดี ตุ้มหูระย้าของโจวเสาจิ่นก็ดี ต่างหูทองบนใบหูของพวกสาวใช้ก็ดี ขอเพียงเขาพบเห็น ก็จะยื่นมือเล็กออกไปดึง มีครั้งหนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเปิดหีบมาตรวจนับข้าวของ เจอกวางทําจากทองคําแท้ขนาดใหญ่เท่าฝ่ ามือตัวหนึ่ง เขากอดไว้ในมือไม่ยอมปล่อยสุดท้ายฮูหยินผู้เฒ่ากัวไม่รู้จะทําอย่างไร จําต้องให้เขาอุ้มกวางทองคําตัวนั้นกลับไปวางไว้ข้างๆ5147หมอน ยํ้ากําชับกับข้ารับใช้ข้างกายเขาว่า อย่าให้อวิ้นเกอเอ๋อร์กัดอะไรแม้แต่คําเดียวหรือว่าก็กลืนหูและกีบของกวางลงท้องเป็นอันขาดทองคําแท้นั้นอ่อน กัดให้ขาดได้ค่อนข้างง่ายข้ารับใช้ภายในห้องอวิ้นเกอเอ๋อร์ตกใจกลัวจนต้องผลัดเปลี่ยนเวรกันมาเฝ้าอยู่หน้าเตียงของอวิ้นเกอเอ๋อร์ ไม่กล้างีบแม้แต่ครั้งเดียวนี่จึงกลายมาเป็นเรื่องขบขันของทุกคนโจวเสาจิ่นเองก็หัวเราะไปด้วยนางชื่นชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดีเช่นนี้“ต้องวางเจ้าค่ะ แล้วก็ต้องวางกวางทองคําตัวนั้นบนโต๊ะด้วย” นางกล่าวยิ้มๆ “ถึงเวลาเขาต้องไปอุ้มกวางทองตัวนั้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่าอุ้มกวางทองคําตัวนี้แล้วจะหมายความว่าอะไร”“คนกล่าวคําชมเหล่านั้นล้วนเป็นคนฉลาด” ชิวซื่อกล่าวยิ้มๆ “ต่อให้วันนั้นอวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเจ้าหยิบหัวหอมหัวหนึ่ง คาดว่าคนผู้นั้นก็ยังคงกล่าวถึงอวิ้นเกอเอ๋อร์ในด้านที่ว่าเฉลียวฉลาดมีพรสวรรค์อยู่ดี”ทุกคนจึงหัวเราะออกมาอีกระลอกหนึ่ง