ตอนที่ 556
ตอนที่ 556 รับราชการต่างเมือง
October 31, 2026
ซอยซิ่งหลินมิได้วุ่นวายโกลาหลเหมือนอย่างที่ทุกคนคิด ลานชั้นนอกนอกจากบ่าวชายเฝ้าเวรยามอยู่หน้าประตูใหญ่แล้วก็ไม่เห็นร่องรอยของผู้ใด สาวใช้และป้ารับใช้ที่เฝ้าเวรยามอยู่ในเรือนชั้นในต่างไปหลบซ่อนอยู่ตามมุมกําแพง แต่ภายใน ห้องหนังสือของเรือนชั้นใน เฉิงสวี่และหยวนซื่อยืนเผชิญหน้ากัน ผู้หนึ่งดวงหน้าเต็มไปด้วยความ เฉยเมย อีกผู้หนึ่งดูเย็นชา ราวกับปกคลุมไปด้วยหมอกเมฆดํา บรรยากาศกดดันยิ่ง ลานด้านนอกมีลมโชยพัดผ่าน ดอกอวี้หลาน 3011สีขาวที่ปลูกไว้ตรงปากประตูส่งเสียงดังซู่ กลีบดอกไม้เรืองรองระยิบระยับโยกไหวไปตามแรงลม เต็มไปด้วยบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิ หยวนซื่อทิ้งไม้บรรทัดในมือลงเสียงดัง ปัง หยดนํ้าตาร่วงหล่นลงมาเป็นสาย “นี่ข้าทําผิด บาปอะไรมา! อุ้มท้องกว่าสิบเดือนกว่าจะคลอดเจ้าออกมา เลี้ยงดูเจ้าให้เติบใหญ่มาอย่าง ยากลําบาก ไม่ง่ายเลยกว่าจะเรียนจนได้เป็นอั้นโส่ว เจี้ยหยวนมาตลอดทาง พอมาถึงก้าวที่ สําคัญที่สุด เจ้ากลับสอบเอากลับมาได้แค่จิ้นซื่อเฉยๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นี่มิใช่ว่าเจ้า ต้องการชีวิตของข้าหรอกหรือ แต่เจ้าเป็นบุตรชาย ข้าจะทําอะไรได้ ก็ได้ ข้ายอมอดทน แต่เจ้าไม่ คิดจะตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านดีๆ สอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อกลับมาให้ข้า ถึงกับมาบอกข้าว่าจะไม่เข้า ร่วมการสอบคัดเลือกบัณฑิตซู่จี๋ซื่อ? เจ้าไม่ละอายต่อข้า? เจ้าไม่ละอายใจต่อการทุ่มเทบ่มเพราะ ของตระกูลเฉิง? ไม่ละอายใจต่อท่านย่าของเจ้าที่มีความหวังในตัวเจ้า? ไม่ละอายใจต่อบิดาของ เจ้าที่คาดหวังในตัวเจ้าหรือ ต่อให้ข้าเลี้ยงแมวตัวหนึ่ง ยามข้ารู้สึกไม่สบายแมวยังรู้จักมาส่งเสียง ร้องอยู่ตรงหัวเตียงข้าสองสามครั้ง แล้วเจ้าเล่า? เติบโตมาขนาดนี้ นอกจากประชันขันแข่งกับข้า นอกจากทําให้ข้าโกรธแล้ว เจ้าทําอะไรบ้าง หากรู้เช่นนี้เสียแต่เนิ่นๆ ข้าจะไปขอหยูกขอยาอะไร 1 ดอกอวี้หลาน ดอกแมกโนเลีย5154 ทําไมกัน มิสู้ข้าบีบเจ้าให้ตายไปเสียตั้งแต่แรกจะดีกว่า! วันนี้จะได้ไม่ทําให้ข้าต้องเสียเกียรติ ไม่มี หน้าออกไปไหน!” เฉิงสวี่ไม่ตอบอะไรสักอย่าง ค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้าหยวนซื่อช้าๆ กล่าวเสียงเบาว่า “ท่านแม่ เป็นข้าที่ผิดต่อท่าน ทําให้ท่านต้องเสื่อมเสียเกียรติ ท่านทําเสมือนไม่เคยคลอดบุตรชาย เช่นข้าออกมาก็แล้วกัน! ข้าไปหารองเจ้ากรมหวังที่กรมขุนนางมาแล้ว เขารับปากว่าหลังเสร็จจาก การสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อแล้วจะช่วยหาตําแหน่งงานต่างเมืองให้ข้าสักตําแหน่งหนึ่ง…” “เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!” หยวนซื่อมองไปรอบด้าน คว้าไม้บรรทัดเล่มนั้นขึ้นมา แต่สุดท้ายยัง อยากให้เฉิงสวี่เปลี่ยนใจ จึงไม่ได้เอาแต่ตีอย่างไม่ยั้งเหมือนเมื่อครู่ “นี่เจ้าต้องการบีบบังคับให้ข้า ตายหรือ” เฉิงสวี่กลับคล้ายกับมองไม่เห็น ก้มหน้าลง กล่าวโดยไม่สนผู้อื่นว่า “ตอนนี้สุขภาพท่าน แม่ยังดีอยู่ ท่านพ่อก็กําลังอยู่ช่วงที่หน้าที่การงานรุ่งโรจน์ สองสามปีนี้พี่รองต้องมาอยู่เป็นเพื่อน พี่เขยรองเรียนหนังสือที่จิงเฉิงพอดี หลังจากข้าไปรับราชการต่างเมืองแล้ว ท่านแม่และท่านพ่อยัง มีคนดูแลอยู่ข้างกาย รออีกสองสามปี ข้าอายุมากขึ้น ท่านกับท่านพ่อก็ชราแล้ว ข้าค่อยมารับพวก ท่านทั้งสองไปอยู่กับข้า แสดงความกตัญ�ูรู้คุณต่อท่าน…” หยวนซื่อกระโดดตัวโหยงขึ้นมา แข็งไม่ได้ผล อ่อนก็ไม่ได้ผล! ตกลงเขาต้องการทําอะไรกันแน่ “เจ้ามันอกตัญ�ู! หากเจ้าไม่ไปสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อ ข้าจะไปฟ้องร้องว่าเจ้าอกตัญ�ูต่อ บิดามารดา!” หยวนซื่อกล่าวอย่างตื่นตระหนกกระวนกระวาย พูดจาไม่ระวังคําพูดเล็กน้อย5155 เฉิงสวี่ได้ยินแล้วนัยน์ตาฉายแววโศกเล็กน้อย กล่าวเสียงเบาว่า “ท่านแม่ ท่านมักจะเป็น เช่นนี้ ตั้งแต่เล็กจนโต ขอเพียงข้าไม่เชื่อฟังท่าน ท่านก็จะข่มขู่ข้าว่าจะไปฟ้องท่านพ่อ ให้ท่านพ่อมาสั่งสอนข้าบ้าง หลอกล่อข้าว่าจะซื้อชุดเครื่องเขียนหรือแม้กระทั่งว่าวและหมากรุกซวงลู่ที่ข้าอยากได้ให้ข้าบ้าง ท่านไม่เคยคิดจะฟังข้าพูดดีๆ ว่าข้าอยากทําอะไรบ้างเลยหรือ หรือไม่ก็ไม่ต้องข่มขู่และไม่ล่อหลอกข้า แต่คุยกับข้าดีๆ ไม่ได้หรือ”หยวนซื่อมองเฉิงสวี่อย่างตกตะลึงเฉิงสวี่ยิ่งกดเสียงตํ่าลง กล่าวว่า “ตอนท่านต้องการให้ข้าเรียนหนังสือเป็นเช่นนี้ ตอนต้องการให้ข้าสอบอั้นโส่ว สอบเจี้ยหยวนเป็นเช่นนี้ แม้แต่ตอนแต่งภรรยา…ก็เป็นเช่นนี้…ท่านเป็นมารดาของข้า มีบุตรชายที่ไหนไม่เชื่อฟังมารดาด้วยหรือ ท่านพูดคุยกับข้าดีๆ ไม่ได้หรือ ไม่ต้องเอาแต่ข่มขู่จะตีจะฆ่าไม่ได้หรือ”หยวนซื่อมองเฉิงสวี่อย่างตะลึงงัน คล้ายกับว่าเพิ่งเคยเห็นเขาเป็นครั้งแรกก็ไม่ปานพึมพํากล่าวว่า “นี่เจ้ากําลังกล่าวโทษข้า! เจ้าสอบจ้วงหยวนไม่ได้ เจ้าจึงกล่าวโทษข้า…”“ท่านแม่!” เฉิงสวี่ไร้หนทางแล้วจริงๆ กล่าวว่า “ข้าไม่ได้กล่าวโทษท่าน! สอบจ้วงหยวนไม่ได้ นั่นเป็นข้าที่ไม่ดีเอง เกี่ยวอะไรกับท่านด้วย ข้าจะโทษท่านได้อย่างไร ข้าเพียงไม่อยากให้ท่านเอาแต่ใช้โน่นใช้นี่มาเป็นข้ออ้าง สุดท้ายแล้วก็เพียงเพราะอยากให้ข้าสอบสามหยวนเพื่อนําเกียรติมาให้ท่าน นี่ก็ไม่ใช่อะไร บุตรชายนําเกียรติมาให้มารดาได้ ก็เป็นเรื่องน่ายกย่องเรื่องหนึ่ง…”หยวนซื่อฟังไม่เข้าหูแล้ว ตะโกนขึ้นว่า “หากเจ้าไม่ได้โทษข้า เหตุใดถึงไม่ไปสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อ” กล่าวถึงตรงนี้ นางจับมือของเฉิงสวี่เอาไว้ กล่างอย่างอ่อนโยนว่า “เจียซ่าน เจ้าฟังแม่ครั้งนี้สักครั้งดีหรือไม่ ขอเพียงเจ้าสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อได้ แม่จะไม่ยุ่งเรื่องของเจ้าอีก ดีหรือไม่ แม่พูดได้ย่อมทําได้…”5156เฉิงสวี่หลับตาลงอย่างข่มขื่นยอมตกลงครั้งนี้แล้ว ก็ยังมีครั้งหน้าอีกทุกครั้งล้วนกล่าวเช่นนี้ความจริงแล้วตราบใดที่เขายังทําตามที่มารดาปรารถนาไม่ได้ เขาก็จะไม่มีวันได้หยุดพักเพียงแต่ว่าครั้งนี้ มารดาลงมือกับเขาเป็นเพราะรู้ว่าคําพูดใช้กับเขาไม่ได้ผลแล้วใช่หรือไม่ก็เหมือนกับที่ท่านอาสี่พูดเอาไว้ใช่หรือไม่ ที่ว่าเมื่อสอบได้จิ้นซื่อแล้ว จะทําเรื่องอะไรได้อีกมากมายเขาไม่อยากอยู่จิงเฉิงอีกต่อไปแล้วได้เห็นดวงหน้าที่เอิบอาบไปด้วยรอยยิ้มสดใสมีความสุขของโจวเสาจิ่นบ่อยๆคล้ายกับเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่กับเขาที่มักจะระแวดระวังตัวอยู่เสมอช่างทิ่มแทงหัวใจของเขาให้เจ็บปวดบาดลึกยิ่งนักทําให้เขารู้สึกว่าอากาศของจิงเฉิงล้วนหดหู่เหลือเกินเขาอยากไปจากที่นี่ ไม่อยากไปคิดถึงความรู้สึกรักหรือเกลียดชังเหล่านั้นอีกเหมือนบุรุษผู้หนึ่ง ด้านหนึ่งทําหน้าที่เป็นพ่อเมือง อีกด้านหนึ่งทําเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนบางที เขาอาจจะระบายความเจ็บปวดออกไปจากใจได้อย่างช้าๆ ก็เป็นได้เขาเองก็สงบลงมาด้วยเช่นกัน5157“ท่านแม่!” เฉิงสวี่กล่าวหยุดยั้งเอาไว้ “ท่านอย่าพูดอีกเลย ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมการสอบคัดเลือกบัณฑิตซู่จี๋ซื่อและจะออกไปรับราชการต่างเมือง ท่านฟังข้าครั้งนี้สักครั้งเถิด…”