ตอนที่ 557
ตอนที่ 557 ยืนกราน
October 31, 2026
หมิ่นเจียตัดสินใจจะยืนดูเฉยๆ ทว่าสาวใช้เด็กกลับเข้ามาหาอย่างลนลาน กล่าวว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินสี่มาเจ้าค่ะ” ตอนนี้อยากหลบก็หลบไม่พ้นแล้ว! หมิ่นเจียทําใจดีเข้าสู้ไปยืนต้อนรับฮูหยินผู้เฒ่าและโจวเสาจิ่นที่ประตูชั้นใน “นี่ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้น” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวปรายตามองหมิ่นเจียด้วยดวงตาคมปลาบครั้ง หนึ่ง เอ่ยว่า “เจ้าใหญ่เล่า เจียซ่านเล่า” ผู้ใดจะรู้ว่าหยวนซื่อที่ประคบประหงมบุตรชายดั่งแก้วตาดวงใจนั้นเมื่อเห็นเฉิงสวี่ไม่เชื่อ ฟังตัวเองแล้วจะถึงกับลงไม้ลงมือได้! หมิ่นเจียวิพากษ์อยู่ในใจอย่างอดไม่ได้ ทว่าไม่กล้าเผยความผิดปกติออกมาต่อหน้าฮู หยินผู้เฒ่ากัวแม้แต่นิดเดียว ก้มหน้าพลางกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ทางด้านพ่อสามีให้คนไปแจ้ง ข่าวแล้ว ยังไม่กลับมาเจ้าค่ะ ส่วนสามีและแม่สามีอยู่ที่ห้องหนังสือ…พวกข้าล้วนไม่กล้ากล่าว อะไร…” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพยักหน้า รู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย เนื่องด้วยแม่สามีกําลังโกรธ มีเรื่องขัดแย้งกับสามี เพื่อไม่ทําให้ใครขุ่นเคืองใจ อีกทั้งเป็น เรื่องสําคัญ ไม่อาจปล่อยให้ทั้งสองคนทะเลาะกันต่อไป จึงมายืนหลบกระแสลมอยู่ข้างนอกอย่าง คนกลัวปัญหาจะมาถึงตัว…ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการกระทําที่ฉลาดที่สุด แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวนึกถึงการ เข้าไปหาอย่างไม่ยั้งคิดของโจวเสาจิ่นทุกครั้งที่พานพบว่าเฉิงฉือมีปัญหาอะไรขึ้นมา พลันรู้สึกไม่ ค่อยชอบใจความฉลาดเช่นนี้เท่าไรนักขึ้นมา5163 แต่หมิ่นเจียนึกถึงบทสนทนาระหว่างแม่ลูกเมื่อครู่ รีบกล่าวขึ้นด้วยตัวเองอยู่หลังผ้าม่าน ว่า “ท่านย่ามาเจ้าค่ะ” แล้วเลิกผ้าม่านขึ้น โจวเสาจิ่นลังเลครู่หนึ่ง ไม่ได้เข้าไปด้วย หยวนซื่อโกรธจนไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว ทิ้งไม้บรรทัดลงบนพื้น นั่งดวงตาแดงกํ่าอยู่บน เก้าอี้มีเท้าแขนข้างๆ เพียงผู้เดียว เฉิงสวี่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าหยวนซื่อ ผมเผ้ารุงรังเล็กน้อย สีหน้าเฉยเมย สวมชุดจื๋อตัวผ้า ไหมหังโจวสีดํา ดูไม่ออกว่าได้รับบาดเจ็บอะไรหรือไม่ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวรีบไปประคองเฉิงสวี่อย่างเจ็บปวดใจ หันไปกล่าวกับหยวนซื่อว่า “เขาเอง ก็แต่งงานมีภรรยา เป็นคนมียศตําแหน่งแล้ว ต่อให้เจ้าอยากสั่งสอนเขา ก็ไม่อาจสั่งสอนเขาด้วย การตีเขาด้วยไม้เรียวอย่างเด็กไร้เดียงสาไม่รู้ความนี่นา! รีบลุกขึ้นมา เจ้าเป็นคนเรียนหนังสือมี ความรู้ เคารพฟ้าดินจักรพรรดิบิดามารดาและครูอาจารย์ มาทําให้มารดาของเจ้าโกรธได้อย่างไร มีเรื่องอะไรที่ไม่อาจพูดคุยกันดีๆ ได้อย่างนั้นหรือ! มีคุณธรรม ปกครองบ้าน ดูแลเมือง สร้างความ สงบสุขให้โลกหล้า ถึงจะเป็นสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย หากแม้แต่เรื่องในบ้านยังจัดการได้ไม่ดี นับประสาอะไรกับเรื่องใหญ่ของราชสํานัก? ตอนนี้เจ้าเองก็มิใช่เด็กแล้ว อะไรควรพูด อะไรไม่ควร พูด อะไรที่ควรพูดเวลานี้ อะไรที่ควรพูดเวลาอื่น เจ้าควรจะแยกแยะได้ถึงจะถูก…” หมิ่นเจียที่อยู่ข้างนอกมองโจวเสาจิ่นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะ มองสํารวจโจวเสาจิ่นอีกครั้งหนึ่งด้วย นางสวมชุดเพ่ยจื่อสีเขียวนํ้าทะเลไร้ลวดลาย มีเพียงขอบปกเสื้อและปากแขนเสื้อเท่านั้น มีลวดลาย ดวงหน้าอมชมพู ดวงตากระจ่างใส สุกใสงดงามยิ่งกว่าแสงแดดในฤดูวสันต์หลาย ส่วน5164 ถ้าหากนางรู้ว่าเพื่อนางเฉิงสวี่ถึงได้ละทิ้งโอกาสเข้าร่วมการสอบคัดเลือกบัณฑิตซู่จี๋ซื่อจะ มีสีหน้าอย่างไรนะ หมิ่นเจียคาดเดาโจวเสาจิ่นกลับถอยหลังออกมาสองสามก้าว กล่าวอธิบายกับนางเสียงเบาว่า “เกียรติของคุณชายใหญ่สําคัญกว่า ข้าไม่เข้าไปดีกว่า”ตามหลักแล้ว โจวเสาจิ่นเป็นอาสะใภ้ของนาง หากโจวเสาจิ่นไม่เข้าไป ก็ต้องมีคนอยู่เป็นเพื่อน พอดีกับที่หมิ่นเจียเองก็ไม่อยากเข้าไปเช่นกัน นางไม่อยากได้ยินเรื่องน่ารําคาญใจระหว่างเฉิงสวี่กับหยวนซื่อสองแม่ลูก ได้ยินเช่นนั้นจึงกดเสียงลงตํ่า กล่าวว่า “ท่านอาสะใภ้กล่าวได้มีเหตุผล ข้าไปดื่มชาเป็นเพื่อนท่านอาสะใภ้ที่ห้องนํ้าชาสักจอกดีหรือไม่”โจวเสาจิ่นพยักหน้าเรื่องที่เฉิงสวี่ไม่ไปสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อนั้นไม่ว่าจะเป็นเพราะเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วหรือเป็นเพราะพลั้งปากพูดด้วยความโกรธก็ตาม เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เฉิงจิงก็ดี เฉิงฉือก็ดี หรือแม้แต่เฉิงเซ่า ย่อมต้องมาเกลี้ยกล่อมเขาอยู่แล้ว นางไม่คิดจะเข้าไปร่วมวุ่นวายด้วยทั้งสองคนไปที่ห้องนํ้าชา หมิ่นเจียสั่งให้สาวใช้ไปหยิบชุดนํ้าชาออกมา ชงชาให้โจวเสาจิ่นด้วยตัวเอง “…ใบชาที่มาจากฝูเจี้ยนทางด้านโน้นของพวกข้าล้วนเป็นชาใบใหญ่ ใบชาขึ้นอยู่บนต้นสูง ไม่เหมือนใบชาของเจียงหนาน ที่ล้วนขึ้นอยู่บนต้นเตี้ยพุ่ม ดังนั้นชาที่มาจากทางด้านโน้นของพวกข้าล้วนเป็นชาดี มีชาที่ต้มได้เจ็ดถึงแปดครั้งเป็นจํานวนมาก นอกจากนี้รสชาติของชาที่ชงได้ในแต่ละครั้งล้วนไม่เหมือนกัน นานๆ ทีท่านอาสะใภ้จะได้มาที่ซอยซิ่งหลินสักครั้งหนึ่ง ไม่สู้ลองชิมชาที่ข้าชงดู”“ขอบใจมาก!” โจวเสาจิ่นยิ้มน้อยๆ พลางพูดคุยสนทนากับนาง5165ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าเดินพลุกพล่านและเสียงตะโกนรายงานของบ่าวรับใช้ดังขึ้นภายในห้องว่า “นายท่านใหญ่กลับมาแล้ว!”“นายท่านผู้เฒ่ารองมาถึงแล้ว!”“นายท่านสี่มาถึงแล้ว!”หมิ่นเจียยิ้มขื่น กล่าวขออภัยโจวเสาจิ่นว่า “เพื่อเรื่องของสามี ทําให้ทุกคนต้องมาเยี่ยมเยียนแล้ว!”โจวเสาจิ่นยิ้มไม่ได้กล่าวอะไรระหว่างนางและหมิ่นเจียนั้น อย่างมากที่สุดก็พูดคุยได้แค่เรื่องความเป็นอยู่ทั่วไปเท่านั้นหัวข้อสนทนาเช่นนี้ไม่เอ่ยถึงเป็นดีที่สุดเรื่องราววุ่นวายไปจนถึงเวลาจุดโคมไฟ เฉิงจิง เฉิงฉือ เฉิงเซ่าและฮูหยินผู้เฒ่ากัวต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา พูดหมดทุกอย่างแล้ว เฉิงสวี่ยังคงพูดเพียงว่าจะ “รับราชการต่างเมือง”ทุกคนต่างซ่อนความผิดหวังไว้ไม่มิดสุดท้ายเป็นเฉิงฉือที่กล่าวขึ้นว่า “อย่างไรเสียการสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อก็ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ช่วยลงชื่อสมัครให้เขาเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”ถ้าหากไม่อยากไปสอบจริงๆ ถึงเวลาค่อยหาเหตุผลสักเหตุผลหนึ่งก็ได้แล้วแต่ถ้าไม่ลงชื่อสมัครเสียตั้งแต่ตอนนี้ ถึงเวลารู้สึกเสียใจภายหลังก็ไม่ทันแล้วโชคดีที่ลุงหลานหรือพี่น้องตระกูลเฉิงล้วนเป็นจิ้นซื่อขั้นสองกันทั้งหมด ในราชสํานักหากมิใช่สหายรุ่นเดียวกันก็เป็นสหายร่วมชั้นกัน หรือไม่ก็สหายของสหายรุ่นเดียวกันและสหายร่วมชั้น5166ของสหายร่วมชั้นกันทั้งนั้น อย่างไรก็หาเส้นสายให้เดินเลี้ยวลดได้โดยที่เฉิงสวี่ไม่ต้องออกหน้าไปลงชื่อสมัครด้วยตัวเองก็ได้ผู้ใดจะรู้ว่าเฉิงสวี่ที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จามาโดยตลอดกลับหน้าเคร่งจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนขึ้นมาในพริบตา กล่าวด้วยดวงตาแดงกํ่าว่า “ข้าไม่อยากรั้งอยู่จิงเฉิง ไม่อยากรั้ง