ตอนที่ 558
ตอนที่ 558 ประหลาดใจ
October 31, 2026
ตอนที่เฉิงลู่ถูกขับชื่อออกไปนั้นหมิ่นเจียยังไม่ได้แต่งเข้ามา กระทั่งนางแต่งเข้ามา ซอย จิ่วหรูก็แยกตระกูลกันแล้ว บ่าวรับใช้ที่อยู่จิงเฉิงนี้หากมิใช่คนที่รับใช้กันมาหลายชั่วอายุคนก็เป็น คนที่ซื้อเข้ามาใหม่ บ่าวที่รู้กฎระเบียบดีย่อมไม่พูดเลื่อนเปื้อน อีกทั้งยังรู้สึกว่าคนที่ถูกตระกูลเฉิง ขับไล่ออกไปอย่างเฉิงลู่ก็ไม่มีอะไรควรค่าให้พูดถึงด้วยเช่นกัน ส่วนคนที่ซื้อเข้ามาใหม่ไม่รู้เรื่อง จึง เป็นธรรมดาที่หมิ่นเจียจะไม่รู้เรื่องของเฉิงลู่ แต่ว่าในเมื่อชื่อผู้ส่งแซ่ “เฉิง” ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคน ของตระกูลเฉิง มีชื่อแทนตัวแล้ว เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นคนมียศตําแหน่งผู้หนึ่ง หมิ่นเจียไม่ค่อยแน่ใจนักว่าคนที่มีนามว่าเฉิงเซียงชิงผู้นี้มาหาตนด้วยเรื่องอันใด เรื่องใน บ้านของตระกูลเฉิงมีหยวนซื่อเป็นคนตัดสินใจ เรื่องนอกบ้านมีเฉิงสวี่เป็นคนตัดสินใจ ไม่ว่าเฉิง เซียงชิงมาหานางเพื่ออะไรก็ตาม ดูเหมือนว่านางล้วนช่วยเหลืออะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นนาง ไม่เคยเจอเฉิงเซียงชิงมาก่อน สําหรับนางแล้วก็ถือว่าเป็นบุรุษอื่น จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะพบ หน้าหรือไม่พบหน้าแล้ว นางส่งจดหมายให้สาวใช้เด็ก กล่าวว่า “ให้คุณชายใหญ่เป็นคนไปจัดการก็แล้วกัน” สาวใช้เด็กรับคําแล้วออกไป แต่ไม่นานก็ย้อนกลับมา กล่าวด้วยอาการสั่นกลัวว่า “คุณชายใหญ่ไม่อยู่ในห้อง เห็นบอกว่าถูกนายท่านลงโทษให้ไปคุกเข่าที่หอบรรพชนเจ้าค่ะ” เฉิงสวี่กล่าววาจาเช่นนั้นออกมา เป็นใครก็ย่อมต้องไปคุกเข่าที่หอบรรพชน ตอนฮูหยินผู้เฒ่ากัวกลับไปแม่สามีของนางพูดอะไรไม่ออกแล้ว ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ดีขึ้นหรือ ยัง ตนที่เป็นบุตรสะใภ้นี้ควรจะไปปลอบโยนแม่สามีสักหน่อยหรือไม่ ด้วยนิสัยของแม่สามีของ นางแล้ว เกรงว่าต่อให้ถูกตีจนฟันร่วงเลือดกบปากก็ไม่ยอมให้นางเห็นสภาพยํ่าแย่ของตัวเอง หรอกกระมัง5172 หมิ่นเจียลังเล สุดท้ายยังคงเลือกไปหาหยวนซื่อ หยวนซื่อโกรธจนต้องเอนกายนอนอยู่บนเตียง เฉิงจิงกําลังนั่งปลอบโยนนางอยู่ที่นั่น ได้ ยินว่าบุตรสะใภ้มาหา หยวนซื่อรีบหันไปส่ายหน้าให้เฉิงจิง เฉิงจิงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ กล่าวว่า “ถ้าหากตอนแรกเจ้าสู่ขอสะใภ้จากครอบครัว ที่ตํ่ากว่านี้สักหน่อย เวลานี้คงมีสะใภ้มาพูดคุยเป็นเพื่อนอยู่ข้างกายสักคนหนึ่งแล้ว!” เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในบ้าน หยวนซื่อที่ต้องการเกียรติยศหน้าตา อย่างไรก็ถือเป็นการเสีย หน้าต่อหน้าบุตรสะใภ้ที่เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลหมิ่น เช่นนั้นก็จําต้องปิดเอาไว้ ถ้าปิดไม่มิด ก็ต้อง ทําเป็นปิดหูขโมยระฆัง หยวนซื่อกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “สะใภ้ไร้ค่าเช่นนั้น จะต้องการไปทําไม ครอบครัวของ พวกเราจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นทุกวันหรืออย่างไร” “คนครอบครัวเดียวกันใช้ชีวิตด้วยกัน ฟันบนยังมีเวลาที่ต้องกระทบกับฟันล่างมิใช่หรือ” เฉิงจิงกล่าว “ข้าคิดว่าบางเรื่องเจ้าควรพูดกับหมิ่นซื่อให้ชัดเจนจะดีกว่า” หยวนซื่อไม่เปล่งคําใด ตอนนี้ความคิดของนางล้วนไม่อยู่ที่เรื่องนี้ นางเอาแต่คิดถึงคําพูดขอเฉิงสวี่ไม่หยุด “ข้าทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง เขามากล่าวโทษข้าเช่นนี้ได้อย่างไร” หยวนซื่อกล่าว หัวใจคล้าย กับถูกทิ่มแทงด้วยมีดก็ไม่ปาน นํ้าตาก็ร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เฉิงจิงขมวดคิ้ว พลางกล่าว “ต่อไปเรื่องของเจียซ่านเจ้าไม่ต้องยุ่งอีกต่อไปแล้ว เมื่อก่อน มอบลูกให้เจ้าดูแล ก็เพราะคิดว่าข้าอยู่เมืองหลวงมีธุระมาก ไม่มีเวลาดูแลเขา เขาอยู่เมืองหลวง แล้วจะไม่มีใครดูแล กลัวว่าเขาจะเลียนแบบหนุ่มเจ้าสําราญเหล่านั้นจนเสียคน ตอนนี้ในเมื่อทุก คนมาอยู่ร่วมกันที่จิงเฉิงแล้ว เจ้าดูแลเรื่องภายในบ้านก็พอ…”5173 หยวนซื่ออ้าปากค้าง กว่าครู่ใหญ่ถึงกล่าวขึ้นว่า “ท่าน ท่านเองก็กําลังโทษข้าอย่างนั้น หรือ” ไม่อาจปล่อยให้บุตรชายเติบโตมากับภรรยาจริงๆ เมื่อก่อนเฉิงจิงคิดว่าภรรยาของตัวเองเป็นบุตรหลานของขุนนางใหญ่ พวกเขาพี่น้องล้วนเติบโตมากับมารดา ต่อให้ภรรยาจะเทียบไม่ได้กับมารดาแต่ก็มีภาษีดีกว่าภรรยาทั่วๆ ไป เมื่อก่อนเห็นนางอบรมสั่งสอนเฉิงสวี่ก็กระทําอย่างเต็มที่จริงๆ เขาถึงได้ยกบุตรชายให้หยวนซื่อดูแล แต่คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะยังคงเลี้ยงบุตรชายให้บิดเบี้ยวไปจนได้บนโลกนี้ไม่มีสตรีคนใดเทียบได้กับมารดาของเขาแล้วเฉิงจิงคิดเช่นนี้ในใจ แต่ก็เผยออกมาให้เห็นทางสีหน้าหลายส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หยวนซื่อรู้สึกใจหนาวเหน็บ ร้องไห้พลางกล่าว “ท่านคิดเช่นนี้ได้อย่างไร หลายปีที่ผ่านมาข้าอยู่บ้านช่วยดูแลบ้านช่องให้ท่าน ดูแลแม่สามี เลี้ยงดูลูกๆ ระมัดระวังทุกอย่าง ไม่กล้าสะเพร่าเลยแม้แต่นิดเดียว วันนี้ลูกเป็นเช่นนี้ ข้าเสียใจยิ่งกว่าผู้ใด ท่านไม่ปลอบโยนข้า กลับกล่าวโทษข้า…”เฉิงจิงไม่อยากพูดอะไรแล้วจริงๆหลายปีที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะเขาระลึกเสมอว่าภรรยาลําบากไม่น้อย ถึงได้เคารพให้เกียรตินางเช่นนี้ ถึงได้ไม่มีคนอุ่นเตียงเลยแม้แต่คนเดียวแม้จะเป็นขุนนางอยู่จิงเฉิงมานานหลายปีขนาดนี้…เขาลุกขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง กล่าวว่า “เจ้าพักผ่อนให้ดีเถอะ! ข้าไปดูท่านแม่สักหน่อยและหารือเรื่องของเจียซ่านกับท่านอารองด้วย” กล่าวจบ ไม่รอให้หยวนซื่อกล่าวอะไรก็ตรงออกจากห้องชั้นในไป5174หยวนซื่อทั้งร้อนใจและกรุ่นโกรธ รู้สึกแน่นหน้าอก เหงื่อเย็นผุดออกมาเต็มหน้าผากล้มลงไปบนเตียงภายในห้องพลันโกลาหลขึ้นมาครั้นแม่นมของหยวนซื่อไล่ตามออกมา ก็ไม่เห็นเงาของเฉิงจิงแล้วภายในห้องหนังสือของเรือนชั้นนอกที่บ้านของเฉินลี่ ณ ประตูฟู่ เฉิง เฉิงลู่กําลังฟังบ่าวชายเด็กกลับมารายงานด้วยจิตใจที่ไม่สงบนัก “…บอกว่านางเป็นสตรีในห้องหอผู้หนึ่ง ไม่อาจพบบุรุษจากข้างนอกได้ มีธุระอะไรให้ท่านไปหาคุณชายใหญ่ของพวกเขาขอรับ”ด้านหนึ่งบ่าวชายกล่าวอย่างระมัดระวังไปด้วย อีกด้านหนึ่งก็สํารวจสีหน้าของเฉิงลู่ไปด้วยสีหน้าของเฉิงลู่ยิ่งไม่น่าดูมากขึ้นแล้วคิดไม่ถึงว่าเฉิงสวี่จะสอบผ่านจิ้นซื่อไปได้อย่างราบรื่นในคราวเดียว หลังจากนี้เขาจะสอบบัณฑิตซู่จี๋ซื่อและเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ที่สํานักฮั่นหลินหรือไม่นะเขามองชุดหลานซานที่มีแต่คนเรียนหนังสือถึงจะสวมใส่ได้ที่อยู่บนร่างของตัวเอง สีหน้ายิ่งไม่น่าดูมากยิ่งขึ้นไม่ง่ายเลยกว่าเฉินลี่จะช่วยเอายศซิ่วไฉของตนกลับมาได้ เขาไม่ต้องเปลี่ยนชื่อแซ่เพื่อสอบใหม่อีกครั้ง แต่เพราะเช่นนี้ เวลาที่เขาเสียไปหลายปีนั้นก็เอากลับมาไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนเขากับเฉิงสวี่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าตอนนี้ผู้หนึ่งอยู่บนฟ้าอีกผู้หนึ่งอยู่ใต้พิภพที่เขามีวันนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นตระกูลเฉิงที่ทําลายมันไป!5175มือของเฉิงลู่กําเป็นหมัดแน่นบ่าวชายเด็กตกใจกลัวจนขาทั้งสองข้างอ่อนยวบโชคดีที่มีเสียงของบ่าวชายเด็กที่เฝ้าเวรยามอยู่ดังเข้ามาจากหน้าประตู “ท่านบุตรเขยพ่อบ้านของตําหนักองค์ชายสี่มาขอรับ บอกว่าใกล้ถึงวันสรงนํ้าพระพุทธเจ้าแล้ว ข้าราชบริพารถวายธูปเทียนให้องค์ชายสี่จํานวนหนึ่ง องค์ชายสี่ทรงเห็นว่าคุณภาพพอใช้ได้ จึงทรงรับสั่งให้พ่อบ้านที่ตําหนักส่งมาให้เล็กน้อย แต่นายท่านไม่อยู่บ้าน ท่านดู นี่คือรายการของขวัญขอรับ”ตําหนักองค์ชายสี่?องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์แล้ว องค์ชายรอง องค์ชายห้าและองค์ชายเจ็ดบ้างก็ไม่มีแล้ว