ตอนที่ 559
ตอนที่ 559 แจ้งให้ทราบ
October 31, 2026
เนื่องจากมีเรื่องที่ตําหนักองค์ชายสี่ส่งธูปมาให้ ถึงเมื่อวันสรงนํ้าพระพุทธเจ้า เฉิงลู่จึง ตัดสินใจไปจุดธูปพร้อมกับเฉินซื่อ เฉินซื่อดีใจเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่นางและเฉิงลู่ออกไปข้างนอกด้วยกันนับตั้งแต่ แต่งงานกันมา ด้วยเหตุนี้จึงปรึกษาเฉิงลู่ว่า “ท่านเจ้าอาวาสวัดต้าเซียงกั๋วเป็นสหายสนิทของท่าน พ่อ พวกเรามิสู้ไปวัดต้าเซียงกั๋วจะดีกว่า!” เฉิงลู่กลับกล่าวว่า “ถึงวันนั้นทุกคนต่างหลั่งไหลไปที่วัดต้าเซียงกั๋ว จะได้จุดธูปหรือได้ดู คนกันแน่? ตามความเห็นของข้าแล้วมิสู้ไปวัดหงหลัวที่นอกเมืองดีกว่า ได้ยินว่าที่นั่นเป็นสถานที่ ประกอบพิธีกรรมขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ขอบุตรศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง” เป็นถ้อยคําที่กล่าวจนเฉินซื่อหน้าแดงหูแดงไปหมด ยินดีขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รีบกล่าว ว่า “เช่นนั้นก็ไปวัดหงหลัวก็แล้วกัน ข้าเองก็เคยได้ยินมาเช่นกันว่าที่นั่นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้นับถือ เป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าอยู่ไกลไปเล็กน้อย จะไปครั้งหนึ่งไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก” เฉิงลู่ไม่เห็นด้วย กล่าวว่า “เช่นนั้นก็ค้างที่นั่นสักคืนก็แล้วกัน พวกเราเองก็นานๆ ทีจะได้ ออกจากบ้าน รอพวกเรากลับมาแล้ว ข้าก็ตั้งใจจะปิดประตูอ่านหนังสือ เตรียมตัวเข้าร่วมการสอบ ระดับภูมิภาคครั้งถัดไปแล้ว” นี่เป็นการพูดสื่อเป็นนัยว่าต่อให้เป็นเรื่องสําคัญอย่างเรื่องมีทายาทก็ต้องวางเอาไว้ก่อน แล้ว! เฉินซื่อรู้สึกร้อนใจ นางอายุมากแล้ว ระหว่างสามีภรรยาก็ถือได้ว่ารักใคร่กลมเกลียว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เรื่องทายาทช่างยากเย็นเหลือเกิน หากอีกสามปียังไม่ตั้งครรภ์ นางก็คงต้องช่วยรับอนุให้เฉิงลู่แล้ว5181 บุตรที่อนุคลอดออกมาจะมีความเกี่ยวพันอะไรกับตระกูลเฉินของนางเล่า? เช่นนี้การแต่งบุตรเขย เข้าบ้านยังจะมีความหมายอะไรอีก เฉินซื่อจึงตระเตรียมเรื่องการเดินทางไปข้างนอกอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่เพียงนําตั๋วเงิน ไปห้าร้อยเหลี่ยงเท่านั้น ยังละเว้นเนื้อสัตว์และของมึนเมาเตรียมตัวให้สะอาดก่อนล่วงหน้าหลาย วัน และคัดพระธรรมหลายม้วนไปถวายองค์พระโพธิสัตว์ที่วัดหงหลัวอีกด้วย ไม่คาดคิดว่าเมื่อถึงวัดหงหลัวแล้วพระผู้ให้การต้อนรับของทางวัดจะแจ้งว่า “…กลุ่มสตรี จากบ้านของขุนนางใหญ่หยวน ขุนนางใหญ่เฉิง ใต้เท้าเหอสํานักสารบรรณกลาง ใต้เท้าอู๋สํานัก ฮั่นหลินและอีกหลายบ้านล้วนมาจุดธูปกันที่นี่ บ้านพักแขกหลายหลังล้วนให้คนมาทําความ สะอาดเอาไว้แล้ว” ความหมายก็คือ ไม่มีบ้านพักที่เหมาะสําหรับนางแล้ว เฉินซื่อตระหนกตกใจ หันกลับมามองพ่อบ้านของตัวเองด้วยสายตาคมปลาบ ดวงหน้าของพ่อบ้านผู้นั้นก็ปิดความประหลาดใจเอาไว้ไม่มิด กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้พระ ผู้ให้การต้อนรับของที่วัดก็กล่าวเช่นนี้ ข้ากลับไปรายงานท่านบุตรเขยแล้ว ท่านบุตรเขยบอกว่าไม่ ต้องเป็นห่วง เขาจะจัดการเรื่องนี้เองขอรับ” ขณะที่กําลังกล่าวนั้น เฉิงลู่ที่เมื่อครู่ไม่รู้ว่าขี่ม้าวิ่งไปที่ไหนแล้วนั้นจู่ๆ ก็กลับเข้ามาจาก ทางเดินขนาดเล็กที่อยู่ด้านข้างกล่าวขึ้นว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ” พ่อบ้านไม่กล้ากล่าวอะไร เฉิงลู่มองแล้วก็เข้าใจ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้นี่เอง” ถามพระผู้ให้การต้อนรับผู้ นั้นว่า “ในวัดของพวกท่านยังมีเรือนพักอื่นอีกหรือไม่”5182 “จะว่ามีก็มี” พระผู้ให้การต้อนรับผู้นั้นกล่าวอย่างลังเล “เพียงแต่ว่าไม่มีเรือนพักเดี่ยว เหลือแล้ว”“เช่นนั้นก็หาเรือนปีกให้พวกข้าสักสองสามห้องก็แล้วกัน” เฉิงลู่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก“เพียงแต่ว่าต้องช่วยเลือกเรือนปีกที่สะอาดสะอ้านให้พวกข้าสักสองสามห้องถึงจะดี” กล่าวจบส่งสายตาให้บ่าวชายเด็กที่อยู่ข้างกายครั้งหนึ่ง บ่าวชายเด็กรีบก้าวออกไปยัดถุงเงินให้พระผู้ให้การต้อนรับผู้นั้นพระผู้ให้การต้อนรับรับเอาไว้เงียบๆ หาเรือนปีกขนาดสามห้องที่หันหน้าเข้าหาทิศใต้ทั้งหมดตรงบริเวณมุมของเรือนปีกตะวันตกให้พวกเขา แต่อย่างไรก็เทียบไม่ได้กับเรือนพักเดี่ยวอยู่ดี เฉินซื่ออดพรํ่าบ่นไม่ได้ว่า “ท่านบุตรเขยก็จริงๆ เลย หากบอกข้าแต่เนิ่นๆ ข้าจะได้นําป้ายชื่อของท่านพ่อมาให้ทางวัดเก็บเรือนเล็กๆ เอาไว้ให้พวกเราสักหลังหนึ่ง”เฉิงลู่กล่าว “เนื่องจากเป็นการมาขอบุตร จึงต้องจริงใจสักหน่อย ตอนข้ามาถึงครอบครัวเหล่านั้นก็จองเรือนพักเอาไว้ก่อนแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าทําอะไรก็ต้องมีมาถึงก่อนมาถึงทีหลังครอบครัวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวบัณฑิตทั้งสิ้น ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ชอบใจเพียงดื่มสุราสักจอกก็ผ่านไปแล้ว เรื่องไม่ดีหนึ่งอย่าง หากทําให้ท่านพ่อถูกฟ้องร้อง นั่นไม่สู้ไม่มาจะดีกว่า นอกจากนี้สตรีจากครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นก็มาขอบุตรเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าจุดธูปเทียนขอพรที่วัดแห่งนี้นั้นศักดิ์สิทธิ์จริงๆ”บางทีอาจเป็นเพราะยิ่งเป็นของที่ทุกคนแย่งชิงกันก็ยิ่งทําให้คนรู้สึกดีก็เป็นได้เฉินซื่อได้ยินแล้วก็ยินดีปรีดายิ่ง กล่าวขึ้นว่า “จริงหรือ สตรีจากหลายๆ ครอบครัวนั่นก็มาขอบุตรเช่นกันหรือ”“ข้าจะหลอกเจ้าไปทําไม” เฉิงลู่กล่าว “ประเดี๋ยวไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะได้พบสตรีจากหลายๆ ครอบครัวนั่นก็เป็นได้”5183เฉินซื่อพยักหน้า กล่าวอย่างลังเลว่า “ครอบครัวขุนนางใหญ่เฉิง มิใช่ว่าเป็นตระกูลของท่านหรอกหรือ”นางจําได้ว่าเฉิงลู่ถูกตระกูลเฉิงถอดชื่อออกจากตระกูลสีหน้าของเฉิงลู่ดูไม่ชอบใจ กล่าวขึ้นว่า “มีบางเรื่องที่เจ้าไม่รู้ ตอนนั้นข้าประสบความสําเร็จตั้งแต่อายุน้อย ตระกูลเฉิงกลัวว่าสายรองจะข่มสายตรง อีกทั้งกลัวว่าจะถูกคนที่เมืองจินหลิงประณามว่าไม่สนับสนุนข้า ข้าเองก็ไม่ค่อยพอใจด้วยเหตุนี้เหมือนกัน ถึงได้เป็นปรปักษ์กับตระกูลตัวเอง แต่สักวันข้าจะต้องกลับไป ไม่อาจหลบเลี่ยงพวกเขาด้วยเหตุนี้ได้”แต่งงานกันมาระยะหนึ่งแล้ว เฉิงลู่แสดงออกอย่างทระนงมาโดยตลอด อีกทั้งเฉินซื่อมีพื้นเพมาจากครอบครัวเล็กๆ จึงคิดเพียงว่าตระกูลบัณฑิตที่เจียงหนานเหล่านั้นก็คงล้วนแล้วแต่เหมือนกับเจ้าของที่ดินผู้รํ่ารวยที่หมู่บ้านของพวกเขา ที่มีผืนดินสักหนึ่งหมู่สามเฟินก็กลัวว่าจะถูกญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมาหาผลประโยชน์ นอกจากนี้เฉินลี่ช่วยให้เฉิงลู่ได้รับยศตําแหน่งกลับคืนมาอีกครั้ง อีกทั้งเฉิงลู่ก็เป็นสามีของนาง นางจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ล้างหน้าล้างตาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ล้างมือจุดธูป เรียกบ่าวชายเด็กมาให้ไปเชิญพระผู้ให้การต้องรับของวัด พาสาวใช้คนสนิทสองคนไปสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมที่วิหารใหญ่เฉิงลู่ยิ้ม ไปที่ภูเขาด้านหลัง จากทางเดินเล็กๆ ตรงเขาด้านหลังลอดไปโผล่ที่บ่อปล่อยปลาที่อยู่ใกล้ๆหมิ่นเจียกําลังปล่อยปลาโดยมีบ่าวรับใช้กลุ่มหนึ่งคอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ผู้คุ้มกันที่อยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นเฉิงลู่ ร้องเตือนเสียงดังว่า “ผู้ใดทําตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนั้น?ที่นี่มีสตรีอยู่ เชิญหลบออกไปเสีย!”เฉิงลู่เดินออกมาจากพงป่ายิ้มๆ5184รูปร่างสูงโปร่ง รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน แต่งกายแบบบัณฑิต อากัปกิริยาสบายๆ ทําให้