ตอนที่ 560
ตอนที่ 560 วาจาเลื่อนเปื้อน
October 31, 2026
เฉิงลู่กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “นี่เป็นเรื่องดีหรือ ข้าเกลียดที่บนร่างกายตัวเองยังสกปรกไม่ พออย่างนั้นหรือ ก็เลยหลอกเจ้าอย่างนั้นหรือ!” หมิ่นเจียสูดหายใจเอาลมเย็นเข้าไปครั้งหนึ่ง ถึงแม้นางจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าหยวนซื่อจะถึงกับหลอกลวงเฉิงสวี่และ หลอกลวงตระกูลหมิ่นเช่นนี้! ในใจของหมิ่นเจียราวกับมีไฟกองหนึ่งกําลังแผดเผาอยู่ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นไม่น่าดูขึ้นมาเป็นอย่างยิ่ง เฉิงลู่บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ดวงหน้ามีรอยยิ้มสายหนึ่งวาบผ่าน หันไปค้อมตัวให้ หมิ่นเจียอีกครั้ง “เวลาไม่เช้าแล้ว คาดว่าคนของตระกูลเฉิงคงตามหาเจ้าแล้ว ข้าขอตัวไปก่อน!” ดวงตาของหมิ่นเจียฉายแววสับสน กล่าวว่า “เจ้ามาหาข้าก็เพื่อบอกเรื่องนี้กับข้าอย่าง นั้น” ทําเช่นนี้จะมีความหมายอะไร เฉิงลู่หัวเราะฮ่า สีหน้าอํามหิต เจือความเกลียดชังที่ล้มผืนฟ้าเผาผลาญผืนดินได้ พลาง กล่าว “ขอเพียงทําให้เฉิงสวี่เป็นทุกข์ได้ ข้าก็รู้สึกมีความสุขแล้ว!” หมิ่นเจียตะลึงงัน ทว่าก็ต้องยอมรับว่า คํากล่าวของเฉิงลู่นั้นมีเหตุผล เฉิงลู่เดินจากไป ผู้คุ้มกันตะโกนเรียก “สะใภ้ใหญ่” เสียงหนึ่ง เป็นสัญญาณถามนางว่าควรทําอย่างไรดี5190 หมิ่นเจียในเวลานี้กลับจิตใจสับสนวุ่นวาย จึงไม่รู้ว่าควรจะทําอย่างไรดี เห็นผู้คุ้มกันส่ง สัญญาณถามนาง ความคิดแรกที่แวบขึ้นมาในสมองก็คือรีบปล่อยให้เฉิงลู่ผู้นี้จากไปโดยเร็ว เผื่อ เขาเป็นบ้าขึ้นมาแล้วตะโกนโหวกเหวกต่อหน้าคนของตระกูลหยวน ตระกูลเหอและตระกูลอื่นๆ ขึ้นมา เช่นนั้นคงยุ่งยากมากเป็นแน่ นางหันไปโบกมือให้ผู้คุ้มกันอย่างไร้ทางเลือก ผู้คุ้มกันถอยออกไป หมิ่นเจียรู้สึกหวาดกลัว ถ้าหากถ้อยคําของเฉิงลู่เป็นเรื่องจริง นางควรจะทําอย่างไรดี นางแต่งงานกับเฉิงสวี่แล้ว ตระกูลหมิ่นไม่เคยมีหญิงสาวที่แต่งงานใหม่อีกครั้งมาก่อน ไม่ ว่าอย่างไรนางก็ต้องอยู่ร่วมกับเฉิงสวี่ต่อไป แต่ดูจากความบ้าคลั่งของเฉิงลู่นี้แล้ว วันนี้เขามาพูด ให้ตนฟัง ผู้ใดจะรู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะไปพูดให้ใครฟังอีกบ้าง หยวนซื่อและเฉิงฉือล้วนตกเป็นผู้ต้องหา หลัก จะหาใครมาหยุดยั้งเฉิงลู่ดีนะ บ้านเดิมนั้นไม่อาจพูดด้วยเป็นอันขาด แต่งงานออกเรือนมาแล้ว นางก็คือคนของตระกูล เฉิง เอาเรื่องอื้อฉาวของตระกูลเฉิงไปเล่าให้คนบ้านเดิมฟัง พ่อแม่พี่น้องอาจสงสารเห็นใจนาง แต่ พี่สะใภ้และน้องสะใภ้กลับเป็นคนนอกที่แต่งเข้ามา มีแต่จะหัวเราะเยาะนาง ทําให้คนดูถูกดู แคลนนางเท่านั้น คนจากครอบครัวสามี…หมิ่นเจียพลันนึกถึงเฉิงเซ่าขึ้นมา เขาเป็นผู้ที่อาวุโสที่สุดของตระกูลเฉิงในเวลานี้ อีกทั้งยังเป็นท่านอาของเฉิงฉือและท่านปู่ ของเฉิงสวี่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะว่าใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล ให้เขาช่วยออกหน้าให้ เหมาะสมที่สุดแล้ว5191 นางตัดสินใจได้แล้ว ทว่าเงยหน้าขึ้นกลับเห็นซางมามาพาป้ารับใช้ร่างกํายําสองสามคน เร่งเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน หมิ่นเจียอดครวญเสียงเย็นอยู่ในใจไม่ได้ เฉิงฉือผู้นี้ มาได้รวดเร็วจริงๆ! นางยิ้มพลางหันไปพยักหน้าให้ซางมามา กล่าวยิ้มๆ ว่า “มามามาช้าไปเสียแล้ว เฉิงเซีย งชิงผู้นั้นจากไปแล้ว” ซางมามามองท่าทางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของนาง ใจเต้นตึกๆ ครั้งหนึ่งเฉิงลู่ผู้นี้ ขอเพียงปรากฏตัวออกมา ไม่เคยมีเรื่องดีๆ เลย!แต่อย่างไรก็ตาม เฉิงลู่ช่างอาจหาญเกินไปแล้วเดิมทีฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะไปวัดเจ้อถานกันทั้งครอบครัว ปรากฏว่าตระกูลอู๋มาชวนให้ไปวัดหงหลัวด้วยกัน ยังแจ้งเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเพื่อให้สะใภ้เล็กที่แต่งเข้ามาใหม่ไปขอบุตร ฮูหยินรองชิวซื่อได้ยินแล้วก็สนใจ ต่อมาได้ยินว่าตระกูลหยวนและตระกูลเหอก็มาจุดธูปที่วัดหงหลัวเช่นกัน จึงร่วมทางมาด้วยกันเรื่องที่ตัดสินใจอย่างกะทันหัน ผู้ใดจะคิดว่าจะได้พบกับเฉิงลู่ดูทีแล้วคงเป็นพวกเขาที่ประมาทเกินไปแล้วโชคดีที่คนที่เขามาหาคือสะใภ้ใหญ่สวี่ หากว่าสัมผัสโดนตัวโจวเสาจิ่นล่ะก็…ซางมามาไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อนางรีบกล่าวกับหมิ่นเจียยิ้มๆ ว่า “ทําให้สะใภ้ใหญ่ตกใจกลัวแล้ว!”5192หมิ่นเจียกล่าวคล้ายกับมีความหมายแฝงว่า “เขาเห็นข้ามีคนห้อมล้อมอยู่จํานวนมากพูดกับข้าไม่กี่ประโยคก็วิ่งหนีไปแล้ว”ซางมามารีบถามนางอย่างเป็นห่วงว่าตกใจกลัวหรือไม่ ต้องการให้เชิญท่านหมอมาหรือไม่หมิ่นเจียบอกปัดซางมามาอย่างลวกๆ ว่า “ประเดี๋ยวสะใภ้เล็กที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ของตระกูลอู๋จะมาแล้ว มีอะไรค่อยกลับไปคุยกันอีกทีก็แล้วกัน”สุดท้ายแล้วก็มิใช่คนครอบครัวเดียวกันซางมามาถอยออกไปยิ้มๆ ไม่ชอบใจนางเท่าไรนักถ้าสะใภ้ใหญ่สวี่เชื่อที่เฉิงลู่พูดจริงๆ ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว อยากโวยวายอย่างไรก็โวยวายอย่างนั้นไปก็แล้วกัน ขอเพียงไม่มาโวยวายต่อหน้าโจวเสาจิ่นก็พอยังคงเป็นนายท่านสี่ที่เก่งกาจ แยกตระกูลตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นหากต้องอยู่ร่วมกับหยวนซื่อและคนอื่นๆ วันนี้คนนี้พูดอย่างนี้ พรุ่งนี้คนนั้นพูดอย่างนั้น ต่อให้โจวเสาจิ่นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนมากกว่านี้ เกรงว่าก็คงรับไม่ไหวเหมือนกันตอนนางได้พบเฉิงฉือนางอดเสนอขึ้นมาไม่ได้ว่า “หาโอกาสหนึ่งล่อเขาไปที่หอโคมเขียวแล้วตีให้ปางตายสักครั้งหนึ่งดีหรือไม่เจ้าคะ”เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องที่ว่าเขากระโจนออกมาเช่นนี้แล้วเห็นว่าไม่มีคนจัดการเขา ก็เลยคิดว่าตระกูลเฉิงไม่มีปัญญาจัดการเขา!“ไม่ต้อง” สีหน้าของเฉิงฉือเย็นชาเล็กน้อย กล่าวว่า “ตอนนี้เขาทําอะไรตระกูลเฉิงไม่ได้เห็นเจียซ่านสอบผ่านจิ้นซื่อ จึงทั้งริษยาและโกรธเกลียดก็เท่านั้น ในเมื่อเขาไปหาเจียซ่าน ก็ให้เจียซ่านไปจัดการก็แล้วกัน มิใช่ว่าเขาต้องการไปรับราชการต่างเมืองหรอกหรือ หากเรื่องแค่นี้ยัง5193จัดการได้ไม่ดี ข้าว่ามิสู้รั้งอยู่ในเมืองหลวงจะดีกว่า อยู่จิงเฉิงหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นพวกเรายังช่วยจัดการความวุ่นวายให้เขาได้ ไปอยู่ต่างเมืองแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง”นอกจากนี้ ถ้าหากเขาคาดเดาไม่ผิด เกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในชาติก่อนเหล่านั้นเฉินลี่ขันทีใหญ่ประจําตําหนักเฉียนชิงเองก็คงมิได้สะอาดนัก ตอนแรกที่เขาให้เฉิงลู่แต่งเข้าตระกูลเฉินอย่างราบรื่นนั้น ก็มิใช่เพราะถูกใจความสามารถในการกวนเรื่องให้ขุ่นของเฉิงลู่หรอกหรือ ตอนนี้เขาสานสัมพันธ์กับตําหนักขององค์ชายสี่ได้แล้ว เช่นนั้นก็ให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสนิทสนมใกล้ชิดกันอีกสักหน่อยก็แล้วกันเฉิงฉือสั่งการซางมามายิ้มๆ ว่า “ข่มขู่จะตีจะฆ่าก็พอ แต่อย่าทําร้ายคนจนบาดเจ็บจริงๆเป็นอันขาด”ซางมามายิ้มพลางขานรับ “เจ้าค่ะ” อย่างเข้าใจความหมายเฉินลี่เจ้าเล่ห์ประหนึ่งสุนัขจิ้งจอก ครั้งนี้เกรงว่าคงได้ล่มสลายอยู่ในเงื้อมมือของเฉิงลู่เสียแล้วนึกถึงตรงนี้เฉิงฉือรู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง ถามซางมามาว่า “ฮูหยินอยู่ที่ไหน”