ตอนที่ 483
ตอนที่483 คารวะเยี่ ยมเยียน
October 31, 2026
ในบ้านที่ประตูเฉาหยางทางด้านโน้นกลับครึกครื้นยิ่งนัก ทุกคนกําลังนั่งล้อมโต๊ะกันกินโจ๊กล่าปา ยามกินไม่กล่าววาจายามนอนไม่เปล่งคํา เมื่อหยวนซื่อกินโจ๊กล่าปาเสร็จและวางช้อนลงแล้วถึงได้กล่าวชมไม่ขาดปาก กล่าวยิ้มๆ ว่า “ไม่แปลกที่ท่านแม่จะมีความสุขจนลืมกลับบ้าน โจ๊กล่าปาของน้องสะใภ้สี่นี้ช่างมีรสชาติดียิ่ง นัก ไม่เพียงทั้งหวานและเหนียวนุ่มเท่านั้น ทว่ายังหวานแต่ไม่เลี่ยนอีกด้วย ไม่รู้ว่าน้องสะใภ้สี่ทํา อย่างไร วันไหนช่วยชี้แนะป้ารับใช้ประจําครัวที่ซอยซิ่งหลินทางด้านโน้นบ้างเถิด” โจวเสาจิ่นเองก็วางถ้วยลงด้วยเช่นกัน กล่าวเสียงอบอุ่นว่า “นี่ก็มิใช่เรื่องยากอะไร พี่สะใภ้ใหญ่ให้ป้ารับใช้ผู้นั้นเข้ามาหาปี้อวี้ได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ปี้อวี้เป็นคนดูแลเรื่องในครัวเจ้าค่ะ!” นางมิใช่ป้ารับใช้ในครัวเสียหน่อย เหตุใดต้องข้องแวะกับป้ารับใช้ในครัวของซอยซิ่งหลิน ด้วย โจวเสาจิ่นตอกกลับไปอย่างไม่อ่อนและไม่แข็งกระด้างเกินไป แววตาของฮูหยินผู้เฒ่ากัวเป็นประกายเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวอะไร ชิวซื่อก้มหน้าลงไม่กล่าวคําใด หยวนซื่อลอบประหลาดใจ นางคิดไม่ถึงว่าโจวเสาจิ่นที่ดูอ่อนแอบอบบางนั้น กลับเป็นเข็มที่ซ่อนอยู่ในเบาะนั่งเล่ม หนึ่ง เดิมทีคิดจะกดข่มนางเอาไว้ สุดท้ายกลับถูกนางเอาคืนเสียได้ สุดท้ายแล้วเป็นเพราะเมื่อก่อนติดต่อข้องแวะด้วยน้อยไปสักหน่อย!หยวนซื่อครุ่นคิด เก็บความคิดสบประมาทนั้นเสีย รู้ว่าคําพูดและการกระทําในวันนี้ของ ตนตกที่นั่งลําบากแล้ว จึงกล่าวแก้สถานการณ์ยิ้มๆ ว่า “ช่างวิเศษยิ่ง ข้าจะให้ป้ารับใช้ประจําครัว ที่ซอยซิ่งหลินมาหาปี้อวี้ มาขโมยสูตรของพวกเจ้าสักหน่อย จะได้ทํากับข้าวที่ท่านแม่ชื่นชอบสัก สองสามอย่าง” ขณะที่กล่าว สายตาก็เคลื่อนไปตกอยู่บนร่างของฮูหยินผู้เฒ่ากัว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวยิ้มทว่าไม่ได้กล่าวคําใด นางรู้ว่าหยวนซื่อมาทําอะไร ใกล้จะปีใหม่แล้ว นางมารับตนกลับไปที่ซอยซิ่งหลิน ไม่อย่างนั้นถึงเวลาตอนที่ญาติสนิทมิตรสหายเหล่านั้นมาเยี่ยมเยียนในวันปีใหม่ นางจะ เอาหน้าไปไว้ที่ใด ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกินโจ๊กอีกคําหนึ่งอย่างไม่รีบร้อน ถึงได้กล่าวขึ้นว่า “อายุมากแล้วจึงไม่ อยากเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้ว อาหารที่ข้าชื่นชอบ ไปๆ มาๆ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง ไม่จําเป็นต้อง ลําบากถึงเพียงนี้” ความหมายโดยนัยก็คือ เจ้าเป็นสะใภ้ใหญ่ แต่งเข้าตระกูลเฉิงมานานหลายปีขนาดนี้ แล้ว แม่สามีชอบกินอะไรก็ยังไม่รู้แจ้งอีก เจ้าแสดงความกตัญ�ูต่อแม่สามีอย่างไรกัน ดวงหน้าของหยวนซื่อซีดเผือดลงเล็กน้อย ชิวซื่อเห็นแล้วทนไม่ได้ ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวแก้สถานการณ์ยิ้มๆ ว่า “ท่านแม่ โจ๊กล่าปาของอาเซิงยังไม่ส่งมาให้อีกหรือเจ้าคะ เจ้าเด็กคนนี้ ทําเป็นแต่เย้าแหย่หลอกล่อผู้คน วัน นั้นพูดว่าจะส่งโจ๊กล่าปาที่ทําด้วยตัวเองเข้ามาให้ ถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา…”โจวเสาจิ่นไม่ชอบหยวนซื่อ ทว่าไม่อยากให้ชิวซื่อที่ใจดีกับนางมาโดยตลอดตั้งแต่ต้น ลําบากใจ นางกล่าวรับคํายิ้มๆ ว่า “ข้าจะให้ชุนหว่านไปดูสักหน่อย ไม่แน่ว่าคนอาจมาถึงแล้ว เพียงแต่ยังอยู่ที่หน้าประตูเท่านั้น” คําพูดของนางยังไม่ทันจบลง ก็มีสาวใช้เด็กวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินสี่” ท่าทางนั่นของนาง ดูร้อนใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว “มีกง กงของวังหลวงมามอบพระบรมราชโองการ บอกว่าในวังหลวงจะพระราชทานโจ๊กล่าปามาให้ใน ไม่ช้า บอกว่าองค์ฮองเฮาเหนียงเหนียงมีรับสั่งมาว่าพระราชทานให้ฮูหยินผู้เฒ่า…” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นบ้านที่เพิ่งเปิดเข้ามาอยู่ใหม่ๆ มักจะเป็นเช่นนี้ ข้ารับใช้ต่างล้วนไม่เคยได้พบเห็นโลกกว้างมาก่อน เรื่องเพียงเล็กน้อยก็ตื่นตระหนกขึ้นมาได้แล้วโจวเสาจิ่นเองก็สัมผัสได้แล้วเช่นนั้นนางไม่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเอ่ยปากก็กล่าวเสียงเคร่งขึ้นก่อนว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าและข้าล้วนอยู่บ้าน พวกเจ้าจะตื่นตระหนกอะไรกัน ลุกขึ้นยืนดีๆ แล้วค่อยๆ พูด!”สาวใช้ผู้นั้นเห็นคนที่นั่งอยู่ภายในห้องต่างนิ่งสงบ หัวใจที่แขวนอยู่ถึงได้วางลงมาได้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้งด้วยนํ้าเสียงชัดเจนในใจของหยวนซื่อกระเพื่อมขึ้นลงเป็นคลื่นน่ากลัวทุกๆ เทศกาลล่าปา องค์ฮ่องเต้ล้วนทรงมอบหมายให้กงกงส่งโจ๊กล่าปามาให้ขุนนางใหญ่คนสําคัญในราชสํานักอยู่เสมอเฉิงจิงของตระกูลเฉิงเป็นขุนนางใหญ่อยู่ในสภา อาศัยอยู่ที่ซอยซิ่งหลิน ดังนั้นจึงส่งโจ๊กล่าปาไปที่ซอยซิ่งหลินทว่าตอนนี้กลับมีพระบรมราชโองการลงมาจากพระราชวังชั้นใน พระราชทานโจ๊กล่าปามาให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเป็นการเฉพาะ…กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้รับเกียรติเป็นของตัวเองนั่นเองแต่ฮูหยินผู้เฒ่าไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮาเหนียงเหนียงมาตั้งแต่เมื่อใดหลายปีก่อนโน้นตอนที่นางแต่งเข้ามานั้นนอกจากงานเลี้ยงใหญ่ในวันที่หนึ่งแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่เคยเข้าวังหลวงเลย ต่อให้เข้าวังหลวง ก็รีบไปรีบกลับ ไม่เคยแวะที่พระราชวังชั้นในเลยเหตุใดตอนนี้… ไม่ได้เข้าเมืองหลวงมาสิบกว่าปี เข้าเมืองหลวงมาเพียงไม่กี่เดือนก็ทําให้องค์ฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงจดจําได้แล้ว…สิ่งที่น่าเป็นกังวลที่สุดก็คือ นางเป็นกังวลใจว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวจะยิ่งใจร้ายกับนางเหตุเพราะได้รับเกียรติสูงสุดนี้ กระทั่งอาจจะมีอิทธิพลต่อเฉิงจิงและมีอิทธิพลต่อตําแหน่งของนางที่อยู่ในใจของเฉิงจิงด้วย!หยวนซื่อรู้สึกตื่นตระหนกและกระวนกระวายอยู่ในใจ ทว่ายืนขึ้นมาโดยที่ไม่แสดงออกทางสีหน้าแม้แต่นิดเดียว ยิ้มพลางสั่งการสื่อมามาที่ปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ว่า “รีบไปเตรียมโต๊ะบูชาและซองแดงรับพระบรมราชโองการเถิด”โต๊ะบูชาใช้ตอนรับพระบรมราชโองการ ส่วนซองแดงสําหรับมอบเป็นรางวัลให้บรรดากงกงที่มาส่งโจ๊กล่าปาแต่ภายในห้องกลับไม่มีใครขยับเขยื้อนเลยสักคนฮูหยินผู้เฒ่ากัวก้มหน้าก้มตาลงพวกสาวใช้มองไปที่โจวเสาจิ่นชิวซื่อดึงแขนเสื้อของหยวนซื่ออย่างร้อนใจที่นี่คือประตูเฉาหยาง มิใช่ซอยซิ่งหลินหยวนซื่อเพิ่งจะเข้าใจจากนั้นก็ถูกทําให้จมดิ่งเข้าสู่กระแสนํ้าแห่งความโกรธเกรี้ยวนางเป็นสะใภ้ใหญ่ของครอบครัวนี้ เป็นสะใภ้เอกของตระกูลเฉิง แม้แต่เรื่องเช่นนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะกล่าวอะไรเลยอย่างนั้นหรือโจวเสาจิ่นผู้นั้นจะรู้เรื่องอะไรนี่นางกําลังช่วยโจวเสาจิ่นอยู่นะ!แม่สามีจะหาว่านางทําเกินอํานาจหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร!ยิ่งคิดหยวนซื่อก็ยิ่งโมโห ปลายนิ้วมือเริ่มสั่นระริกโจวเสาจิ่นไม่แม้แต่จะมองนางเลยสักครั้งชาติก่อนนางก็รู้แล้วว่าหยวนซื่อยกตนข่มท่านและไร้เหตุผลมากแค่ไหน เรื่องอื่นนางยอมให้นางได้ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งซึ่งก็คือบ้านที่เป็นของตัวเอง ทว่าเป็นความใฝ่ฝันทั้งสองชาติภพของนางนั้น จะไม่อนุญาตให้มีคนมาทําลายมันไปได้