ตอนที่ 487
ตอนที่487 แยกทาง
October 31, 2026
ดวงหน้าของหยวนซื่อจึงเขียวครึ้มเล็กน้อย อดค่อนขอดอยู่ในใจไม่ได้ว่าชิวซื่อผู้นี้ ทุกครั้ง เวลาเจอเรื่องอะไรก็ทําเป็นแต่แสร้งหูหนวกตาบอด ไม่มีความรับผิดชอบเกินไปแล้ว ยังดีที่เป็นคน ขี้ขลาด ไม่อย่างนั้นชีวิตนี้คงไร้หนทางจะอยู่ต่อไปได้แล้ว แล้วก็นึกถึงเรื่องที่นางไปตระกูลหมิ่น สอบถามถึงเรื่องเกี่ยวดองระหว่างตระกูลหมิ่นจวนเจ็ดกับขุนนางใหญ่ชวีขึ้นมา ฮูหยินใหญ่ ตระกูลหมิ่นกล่าวด้วยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความลําบากใจอย่างไร้ทางเลือกทํานองว่าเนื่องจาก เรื่องราวไม่ประสบผลสําเร็จ จึงไม่กล้าบอกกล่าวไปทั่ว นางจึงกําหมัดแน่นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ สุดท้ายแล้วก็เป็นตระกูลเฉิงที่จํานวนคนน้อยเกินไป ต่อให้อยากจะเกี่ยวดองกับตระกูล ใหญ่โตมีชื่อเสียงก็ไม่มีคนอยู่ดี ถ้าตอนแรกน้องสี่แต่งกับฟางเซวียนก็คงจะดี นึกถึงตรงนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกปวดศีรษะ ได้ยินฮูหยินใหญ่หมิ่นบอกว่า ฟางเซวียนจะหมั้นหมายกับหมิ่นเจี้ยนเหยี่ยนน้องชายร่วม อุทรของหมิ่นเจี้ยนสิงในเร็วๆ นี้ และหมิ่นเจี้ยนเหยี่ยนนั้นก็เป็นน้องชายร่วมอุทรของคุณหนูใหญ่ ตระกูลหมิ่น นั่นก็หมายความว่า ฟางเซวียนจะกลายมาเป็นน้องสะใภ้ฝั่ งภรรยาของเฉิงสวี่ แต่ มารดาของฟางเซวียนหรือก็คือฮูหยินรองตระกูลฟางนั้นเอาเรื่องก่อนหน้านี้ทั้งหมดมาคิดบัญชีอยู่ บนศีรษะของนาง นางไปเยี่ยมที่บ้านหลายครั้งก็ล้วนแล้วแต่ปิดประตูไม่รับแขกทั้งสิ้น ญาติพี่น้องนี้จะคบหากันอย่างไรดี โจวเสาจิ่นกลับกําลังอ่านจดหมายของเฉิงฉืออย่างมีความสุข เรื่องที่เกิดขึ้นที่จี่หนิงนั้นเฉิงฉือมิได้ปิดบังนาง และใช้พื้นที่กระดาษเป็นจํานวนมากเล่า ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟัง เพียงแต่ว่าจากการบรรยายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
4528
ของเฉิงฉือในจดหมายนั้น โจวเสาจิ่นไม่เพียงมิหวาดกลัวหรือกังวลใจ ในทางตรงกันข้ามกลับ หัวเราะ คิกคัก ออกมาแทน ชุนหว่านกําลังยกนํ้าชาเข้ามา เห็นเช่นนั้นก็กล่าวหยอกเย้ายิ้มๆ ว่า “นายท่านสี่เขียนเล่า อะไรในจดหมายหรือเจ้าคะ ท่านอ่านแล้วถึงได้ดีใจมีความสุขขนาดนั้น!” โจวเสาจิ่นพับจดหมายอย่างทะนุถนอม ใส่ลงไปในกล่องไม้จันทน์สีแดงสลักลายดอกไม้ กล่องหนึ่งบนหัวเตียง กล่าวยิ้มๆ ว่า “นายท่านสี่บอกว่า ที่สํานักข้าหลวงฝ่ ายจัดการนํ้ามีเสมียน อยู่ผู้หนึ่ง ครั้งนี้รับผิดชอบจัดหาอาหารให้คนงาน แต่คนผู้นี้ชอบดื่มสุรา หลังจากที่นายท่านสี่รับ ช่วงต่องานของสํานักข้าหลวงฝ่ ายจัดการนํ้าแล้ว เคยให้เขาไปรายงานปริมาณข้าวสารอาหารที่ เหลืออยู่ในคลังเก็บอาหารให้ฟัง เขาน่าจะเพิ่งดื่มสุรามา จึงรายงานตัวเลขตามใจชอบไปจํานวน หนึ่ง ผู้ใดจะรู้ว่านายท่านสี่จะให้ไหวซานคุมตัวเขาไปตรวจนับในทันที ผลปรากฏว่าเมื่อตรวจนับดู แล้ว ปริมาณข้าวสารอาหารที่เหลืออยู่มีน้อยกว่าจํานวนตัวเลขที่เขาบอกมาเกือบห้าตั้น270 1 คนผู้นั้น ตกใจจนวิญญาณแทบจะออกจากร่าง รีบล้วงเงินออกมาให้ไหวซานห้าเหลี่ยงในทันที ขอให้ไหว ซานเมตตาด้วย เขาจะรีบหาวิธีไปซื้อข้าวสารอาหารห้าตั้นมา ไหวซานอยากดูว่าเขาจะใช้เล่ห์ เหลี่ยมกลโกงอะไร จึงปล่อยเขาไปเตรียมอาหาร จากนั้นก็เอื้อมมือไปพลิกสมุดบัญชีของคลังเก็บ อาหารดู…” กล่าวถึงตรงนี้ โจวเสาจิ่นก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ถามชุนหว่านด้วยดวงตาเป็น ประกายวิบวับว่า “เจ้าลองทายดูว่าเป็นอย่างไร” ความสุขนั่นเปล่งประกายอยู่บนใบหน้า ชุนหว่านมิได้เป็นคนตาบอด! นางเม้มปากกลั้นยิ้ม ถามนางตามนํ้าไปว่า “เป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ”1 ตั้น มาตรตวงเมล็ดพันธ์พืช หนึ่งตั้นเท่ากับหนึ่งร้อยลิตรโดยประมาณ
4529
โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ ว่า “ความจริงแล้วคนผู้นั้นรายงานปริมาณข้าวสารอาหารมากไป ห้าตั้นเอง!”ชุนหว่านตกตะลึง จากนั้นก็หัวเราะฮ่าออกมา พลางถามว่า “แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ”“ต่อมาคนผู้นั้นก็รวบรวมข้าวสารอาหารมาได้ห้าตั้นจริงๆ ไหวซานเองก็ไม่กล่าวอะไร ดูว่าเขาจะทําอย่างไร ผู้ใดจะรู้ว่าจวบจนนายท่านสี่จัดการเรื่องที่จี่หนิงจนสงบลงมาแล้ว ข้าวสารอาหารห้าตั้นนั้นก็ยังคงอยู่ในคลังเก็บอาหาร” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ “ต่อมาไหวซานไปสืบดูถึงได้รู้ว่า ความจริงแล้วคนผู้นี้คือบุตรหลานของคหบดีที่จี่หนิง มีใจอยากรับราชการเป็นขุนนางแต่มิใช่คนเรียนหนังสือเก่ง จึงใช้เงินก้อนใหญ่หาตําแหน่งข้าราชการพลเรือนได้มาตําแหน่งหนึ่ง ปรากฏว่าก็ไม่ได้ตั้งใจทํางานให้ดี วันทั้งวันเอาแต่สวมชุดขุนนางเดินสะบัดไปมาอยู่บนท้องถนน ราวกับกลัวว่าผู้อื่นจะไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ใดอย่างไรอย่างนั้น งานที่อยู่ในมือกลับเละเทะยุ่งเหยิง แม้แต่บัญชีก็เป็นพ่อบ้านของครอบครัวคนผู้นั้นเป็นคนช่วยดูให้เขา เนื่องจากพ่อบ้านที่ช่วยดูบัญชีให้เขาล้มป่วย เขาถูกนายท่านสี่เรียกไปสอบถามอย่างกะทันหัน และไหวซานก็คุมตัวเขาตรงไปดูที่คลังเก็บอาหาร ความลับถึงได้ถูกเปิดเผยออกมา”ชุนหว่านยื่นผิงกั่วที่ปอกเสร็จและวางอยู่ในจานกระเบื้องหลากสีเรียบร้อยแล้วส่งให้โจวเสาจิ่น กล่าวยิ้มๆ ว่า “คนเช่นนี้ นายท่านสี่ต้องไล่เขาออกจากที่ว่าการไปถึงจะถูก!”โจวเสาจิ่นใช้ส้อมเงินใบแปะก๊วยจิ้มผิงกั่วในจาน กล่าวยิ้มๆ ว่า “ด้วยเหตุนี้นายท่านสี่ถึงได้ยอดเยี่ยมอย่างไร เขาไม่เพียงไม่ไล่คนออกไป ยังให้เขาไปเป็นเจ้าหน้าที่ที่จุดพักม้า ครั้งนี้สํานักข้าหลวงฝ่ายจัดการนํ้าเกิดเรื่องขึ้น กรมโยธา กรมขุนนาง กรมการตรวจตรา ศาลต้าหลี่และกงกงของที่ว่าการอีกยี่สิบสองแห่ง… คลื่นหนึ่งมาคลื่นหนึ่งไปติดๆ กัน แม้แต่นายท่านสี่ยังยุ่งจนหัวหมุน ทว่าเสมียนผู้นั้นกลับราวกับปลาได้นํ้า ทํางานได้อย่างลื่นไหล ไม่เพียงดูแลแขกให้มีความ4530
สะดวกสบาย ยังจัดที่พักให้ขุนนางจากแต่ละที่ว่าการได้อย่างเหมาะสม ไม่มีคนไปร้องทุกข์อย่างไม่พอใจที่นายท่านสี่เลยสักคน”ชุนหว่านเบิกดวงตาโพลงจุดพักม้าก็ถือได้ว่าเป็นโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งของราชสํานัก การเข้าพักในโรงเตี๊ยมนั้น มักจะเป็นผู้ใดมาก่อนก็ได้เข้าพักก่อนกระมัง แม้นเจ้ามาถึงก่อน เข้าไปพักอยู่ในเรือนหลักที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหันหน้าเข้าหาทิศใต้แล้ว ส่วนข้าที่มาถึงทีหลัง จําต้องเข้าพักที่เรือนปีก แต่ข้ายศขั้นสี่บนเจ้าเป็นเพียงขุนนางตัวเล็กๆ ยศขั้นหกล่างผู้หนึ่งเท่านั้น ข้าที่เป็นขุนนางยศขั้นสี่บนมาถึงแล้ว เจ้าที่เป็นขุนนางยศขั้นหกล่างผู้นี้ยังไม่หลีกทางให้อีก…ขุนนางยศขั้นหกล่างก็มีความเห็นของตัวเองเช่นกัน ถึงแม้เจ้าจะเป็นขุนนางยศขั้นสี่บนผู้หนึ่ง แต่เจ้าเป็นเจ้าเมือง ส่วนข้าดํารงตําแหน่งอยู่ในศาลต้าหลี่ เจ้าจะมายุ่งกับข้าได้หรือ ข้ามาถึงก่อน ข้าก็ได้เข้าพักก่อน เหตุใดต้องย้ายที่ให้เจ้าด้วย!นี่จะไม่สร้างความวุ่นวายขึ้นแย่หรอกหรือไม่พูดถึงอย่างอื่น จัดวางความสัมพันธ์เหล่านี้อย่างเท่าเทียมได้ นั่นก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!โจวเสาจิ่นจึงหัวเราะออกมา พลางกล่าว “นายท่านสี่ยอดเยี่ยมหรือไม่!”ชุนหว่านพยักหน้าไม่หยุดรอยยิ้มของโจวเสาจิ่นยิ่งเด่นชัดมากขึ้น กล่าวขึ้นว่า “นายท่านสี่ยังบ่นมาในจดหมายด้วยบอกว่าหยางโซ่วซานนั้นตกเข้าไปอยู่ในหลุมเงินเสียแล้ว กล่าวว่าเพราะเขาเห็นว่าเสมียนผู้นั้นบ้านรวยมั่งคั่ง คิดถึงเงินมากมายที่เขาจ่ายไปเพื่อให้ได้ตําแหน่งเสมียนตําแหน่งหนึ่งนั้นแล้ว ก็เลยจัดให้เขาไปอยู่ที่คลังเก็บอาหาร ตั้งใจจะให้เขาค่อยๆ ชดใช้เงินที่ใช้ออกไปแล้วกลับเข้ามาให้4531
ผลปรากฏว่าผู้อื่นมิได้สนใจเงินจํานวนนี้ แต่อยากเป็นจุดสนใจมากกว่า ดังนั้นนายท่านสี่จึงจัดให้เขาไปอยู่ที่จุดพักม้า คนผู้นั้นซาบซึ้งใจยิ่งนัก ยังบอกด้วยว่านายท่านสี่เป็นป๋ อเล่อ271