ตอนที่ 495
ตอนที่495 รู้
October 31, 2026
แน่นอนว่าโจวเสาจิ่นและอู๋เป่าจางจากกันด้วยไม่ดี เพียงแต่ว่าไม่นานโจวเสาจิ่นก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไปได้อย่างรวดเร็วแล้ว ทว่าอู๋เป่ าจางกลับ กระวนกระวายขึ้นมาเล็กน้อย นางตัดสินใจอยู่ฉลองปีใหม่ที่จิงเฉิง รอให้ผ่านพ้นปีใหม่ไปแล้ว ค่อยหาวิธีทําให้เฉิงเวิ่นผู้เป็นพ่อสามีอนุญาตให้นางกลับจิงหลิน นางทนทํางานจัดหาของจําเป็น ในชีวิตประจําวันอย่างพวกฟื น ข้าวสาร นํ้ามัน เกลือ นํ้าตาล นํ้าส้มสายชูหรือชาอยู่ในบ้านเช่า หลังเล็กนั่นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จะพูดอย่างไรบิดาของนางก็เป็นเจ้าเมืองยศขั้นสี่บนผู้หนึ่ง นาง แต่งเข้าตระกูลเฉิงมามิใช่เพื่อมาทําเรื่องของพ่อค้าเหล่านั้น ส่วนโจวเสาจิ่นนั้นช่วยจัดเก็บของให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปด้วย พลางเป็นห่วงไปด้วยว่าเหตุ ใดเฉิงฉือถึงยังไม่กลับมาเสียที ไม่ง่ายเลยกว่าจะรอจนถึงยามสอง เฉิงฉือกลับมาพร้อมด้วยหิมะปกคลุมไปทั้งร่าง โจวเสาจิ่นรีบออกไปต้อนรับ ช่วยเขาแก้เสื้อคลุมหนังสัตว์ไปด้วย กล่าวพร้อมกับมอง สํารวจสีหน้าของเขาไปด้วยว่า “ท่านรับมื้อเย็นมาหรือยัง ไปหาขุนนางใหญ่ซ่งราบรื่นดีหรือไม่เจ้า คะ” สีหน้าของเฉิงฉือดูค่อนข้างเคร่งเครียดเล็กน้อย ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าดูสงบลงเล็กน้อย แต่ ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสีหน้าเบิกบาน แต่พรูลมหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่ง กอดโจวเสาจิ่นโดยที่ ยังไม่ได้เปลี่ยนอาภรณ์ กล่าวขึ้นว่า “ข้าไม่เป็นไร! ท่านแม่หลับหรือยัง” ถ้ายังไม่หลับ ตามหลักแล้วเขาต้องไปคารวะสักหน่อย โจวเสาจิ่นกล่าว “ตอนที่ข้าจากมาท่านแม่นั่งเล่นหมากล้อมอยู่บนเตียงเตาหลังใหญ่ ข้างหน้าต่าง เกรงว่ากําลังรอท่านอยู่เจ้าค่ะ”4604 เฉิงฉือพยักหน้า พลางกล่าว “ข้าไปดูสักหน่อย!” โจวเสาจิ่นขานรับคําเสียงหนึ่ง ปรนนิบัติเฉิงฉือเปลี่ยนอาภรณ์ แล้วก็ไปคารวะฮูหยินผู้ เฒ่ากัวเป็นเพื่อนเขา ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเห็นเฉิงฉือก็ยิ้มออกมา ในดวงตาเจือความรักใคร่เอาไว้โดยไม่รู้ตัว ถาม เขายิ้มๆ ว่า “เหตุใดถึงเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ พวกพี่ใหญ่ของเจ้ารอเจ้าตั้งนาน เสาจิ่นเองก็เฝ้ารอ คอยเจ้าอยู่ตลอดเช่นกัน ให้คนไปดูที่ประตูเรือนอยู่เป็นพักๆ…” โจวเสาจิ่นไม่คาดคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวจะมองการกระทําของตนได้กระจ่างแจ้งเช่นนี้ หน้าแดงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา สายตาของเฉิงฉือที่ตกอยู่บนร่างของนางกลับอ่อนโยนยิ่ง “มีบางเรื่องประวิงเวลาจนล่าช้า” เขากล่าวยิ้มๆ “สองสามวันนี้อาจจะยุ่งๆ สักเล็กน้อย ต่อไปหากข้ากลับช้า เจ้าก็กินไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอข้า” โจวเสาจิ่นไม่รู้ว่าคําพูดนี้เขากล่าวกับตนหรือว่ากล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่ากัว ก็เลยไม่กล้า รับคํา กลับเป็นฮูหยินผู้เฒ่ากัวที่หัวเราะร่าขึ้นมา พลางกล่าว “พวกเจ้ารีบไปพักผ่อนเถิด! พรุ่งนี้ข้า จะย้ายไปที่ซอยซิ่งหลิน” “เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกข้าจะไปส่งท่านขอรับ!” เฉิงฉือยิ้มพลางคุยเป็นเพื่อนมารดาอีกสอง สามประโยค แล้วพาโจวเสาจิ่นออกมาจากลานทิงเซียง โจวเสาจิ่นมองร่างสูงสง่าตั้งตรงของเขาที่เดินอยู่เบื้องหน้า ในใจรู้สึกภาคภูมิ ภูมิใจ และ มีความรู้สึกเป็นเกียรติอย่างอธิบายไม่ถูก ฝีเท้าจึงเชื่องช้าลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้ใดจะรู้ว่าเฉิงฉือกลับยิ่งเดินก็ยิ่งเร็วขึ้น ไม่นานก็เว้นระยะห่างจากนางระยะหนึ่งแล้ว
4605
โจวเสาจิ่นตกตะลึง เมื่อก่อนยามนางเดินตามอยู่ด้านหลังของเฉิงฉือนั้นไม่เคยปรากฏเหตุการณ์เช่นนี้มา ก่อน เกิดเรื่องอะไรขึ้น โจวเสาจิ่นวิ่งเหยาะๆ ตามเฉิงฉือไป เฉิงฉือหันศีรษะกลับมา คล้ายกับเพิ่งสังเกตเห็นว่าเมื่อครู่ตนทิ้งโจวเสาจิ่นไว้ด้านหลัง เขาถอนหายใจครั้งหนึ่ง จับมือของโจวเสาจิ่นเอาไว้โจวเสาจิ่นยังคงต้องวิ่งเหยาะๆ ถึงจะตามฝีก้าวของเขาทันนางกล่าวขึ้นอย่างอดไม่อยู่ว่า “ซื่อหลาง ท่านอย่าโกรธไปเลย! ข้าไปเดินเล่นในสวนดอกไม้เป็นเพื่อนท่านดีหรือไม่”ถึงแม้บนท้องฟ้าอาจจะมีหิมะกระพือตกลงมาเป็นครั้งคราว และในสวนดอกไม้ก็หนาวเย็นยิ่ง แต่สําหรับคนที่อยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธผู้หนึ่งแล้ว บางทีความหนาวเย็นของอากาศอาจทําให้อารมณ์ของเขาเย็นลงมาได้ชาติก่อนยามนางพานพบกับเรื่องที่จัดการไม่ได้ก็จะไปเดินเล่นอยู่ข้างผืนนาโดยมีบ่าวรับใช้ไปเป็นเพื่อน บางครั้งอารมณ์ก็จะดีขึ้นเฉิงฉือหยุดฝีเท้าลงในทันใด กล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าดูออกหรือว่าข้าอารมณ์ไม่ดี”ยามเขากล่าวคําพูดนี้คิ้วของเขาย่นขึ้น ท่าทางไม่เชื่อเล็กน้อยโจวเสาจิ่นกล่าวขึ้นอย่างแปลกใจว่า “มิใช่ว่าชัดเจนมากหรอกหรือเจ้าคะ เวลาท่านโกรธการกระทําจะกระฉับกระเฉงกว่ายามปกติ หากท่านมีความสุข การกระทําจะอ่อนโยนกว่าเวลา4606
อื่นๆ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ท่านโมโหมากๆ รอยยิ้มจะอบอุ่นเป็นอย่างมาก ทว่าดวงตากลับเย็นยะเยือก…”นางยังพูดไม่จบ เฉิงฉือก็หัวเราะออกมาดังลั่นเขากอดโจวเสาจิ่น หอมจอนหูของนาง พลางกล่าว “เหตุใดเจ้าถึงได้น่ารักขนาดนี้!”เฉิงฉือคิดว่าตนเป็นคนไม่แสดงความรู้สึกนึกคิดผ่านทางสีหน้าแล้ว แต่ความเป็นจริงในสายตาของคนที่ใส่ใจเขาทุกอย่างด้วยหัวใจทั้งหมดที่มีนั้น ทุกๆ การกระทําของเขาล้วนชัดเจนแจ่มแจ้งราวกับแสงสว่างในยามกลางวันโจวเสาจิ่นเหม่อลอย ไม่รู้ว่าคําพูดนี้ของเฉิงฉือมาจากที่ใดเฉิงฉือจึงยิ่งหัวเราะอย่างเบิกบานมากขึ้น แม้แต่บ่าวไพร่ที่เดินตามอยู่ด้านหลังของพวกเขายังแอบเงยหน้าขึ้นมามองสํารวจพวกเขาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อกลับถึงห้อง โจวเสาจิ่นตักนํ้ามาให้เฉิงฉือล้างเท้าเฉิงฉือชี้เก้าอี้สี่เหลี่ยมข้างๆ ให้นางนั่งลง แช่เท้าไปด้วยกล่าวกับนางไปด้วยว่า “วันนี้ข้าไปบ้านของใต้เท้าหยางมา…อยู่ที่ตรอกซุ่ยอี้ทางทิศเหนือของเมือง เป็นบ้านครึ่งลาน ไม่มีอะไรสักอย่าง ในบ้านโล่งมีแต่กําแพง มื้อเที่ยงเป็นโจ๊กกับผักดองที่ทําเองสองจานเล็ก…”โจวเสาจิ่นเบิกดวงตาโตตรอกซุ่ยอี้ทางทิศเหนือของเมืองนั้นได้ชื่อว่าเป็นย่านยากจนหยางโซ่วซาน เขาเป็นจิ้นซื่อขั้นสอง เป็นข้าหลวงฝ่ายจัดการนํ้านี่นา!4607
เฉิงฉือพยักหน้า “เขามาจากครอบครัวยากจน เติบโตขึ้นมาจากการกินอาหารบริจาคแต่งงานกับคนรักสมัยเด็กจากหมู่บ้านเดียวกัน เดิมทีเบี้ยรายเดือนก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว ยังต้องปันอีกครึ่งหนึ่งไปช่วยเหลือคนยากจนที่หมู่บ้านอีก บุตรสาวแต่งงานออกไปสองคนแล้ว ยังมีบุตรชายและบุตรสาวอีกอย่างละหนึ่งคนอยู่บ้าน…ตอนที่ฮูหยินหยางออกมารับแขกนั้น สวมเพ่ยจื่อผ้าไหมหังโจวสีนํ้าเงินไพลินกลางเก่ากลางใหม่ตัวหนึ่งและปักปิ่นปักผมทําจากไม้ท้อชิ้นหนึ่งเท่านั้น”โจวเสาจิ่นเติมนํ้าร้อนลงไปในอ่างแช่เท้าอีกเล็กน้อย กล่าวขึ้นว่า “หรือว่า ท่านช่วยเหลือพวกเขาสักหน่อยดีหรือไม่!”เฉิงฉือยิ้มขื่น พลางกล่าว “ข้าโน้มน้าวอยู่นาน ฮูหยินหยางถึงได้รับเงินห้าสิบเหลี่ยงเอาไว้นี่ยังเป็นเพราะเห็นว่าใต้เท้าหยางถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง จําเป็นต้องใช้เงินติดสินบนบ้าง”แต่นี่ก็ไม่น่าจะถึงกับทําให้เฉิงฉือต้องโมโหนี่นา!โจวเสาจิ่นครุ่นคิด พลางกล่าว “เป็นเพราะว่ายังมีอะไรที่ไม่ถูกต้องอีกใช่หรือไม่เจ้าคะ”เฉิงฉือมองโจวเสาจิ่นครั้งหนึ่ง นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ กล่าวขึ้นว่า “ความจริงแล้วข้าคิดมาตลอดว่าใต้เท้าหยางผู้นี้เป็นคนหัวโบราณหยาบกระด้าง หัวแข็งและไม่ชอบประจบประแจงผู้อื่นเรื่องขุดลอกแม่นํ้าเหลืองนั้น ข้าและขุนนางใหญ่ซ่งล้วนรู้สึกว่ามิใช่โอกาสที่ดีที่สุด แต่เขากลับยืนกรานจะทํา เวลานั้นขุนนางใหญ่ซ่งจึงกล่าวกับข้าอย่างขุ่นเคืองว่า นี่เขาต้องการแต่ความสําเร็จในหน้าที่การงานโดยไม่สนใจความลําบากของปวงประชา ข้าเองก็เห็นด้วยเป็ นอย่างยิ่ง