ตอนที่ 496
ตอนที่496 ส่งกลับ
October 31, 2026
เฉิงฉือหัวเราะลั่น ลูบดวงหน้าดุจดอกไม้ของโจวเสาจิ่น พลางกล่าว “จะทิ้งเจ้าได้ อย่างไร!” โจวเสาจิ่นโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวลใจแล้ว ทั้งสองคนไปส่งฮูหยินผู้เฒ่ากัวออกเดินทาง ข้างมือของฮูหยินผู้เฒ่ากัวมีเสื้อคลุมผ้าทอเค่อซือสีม่วงดอกติงเซียงบุหนังกระรอกวาง เอาไว้ จับมือของโจวเสาจิ่นเอาไว้กล่าวกับเฉิงฉือด้วยท่าทางประหนึ่งกําลังจะออกไปท่องเที่ยวว่า “ถึงแม้การสังสรรค์กับสหายร่วมงานจะสําคัญ แต่หากว่าดื่มสุราจนเสียกิริยาก็ได้ไม่คุ้มเสีย ทางด้านของขุนนางใหญ่สองสามท่านนั้นก็ต้องไปมาหาสู่กันสักหน่อย อาจารย์และสหายร่วมปี การสอบของเจ้าก็อย่าลืมส่งของขวัญไปให้ด้วย วันที่สามสิบก็ไปเร็วสักหน่อย ไปอยู่คุยเป็นเพื่อน ท่านอารองของเจ้า วันที่สองบุตรเขยตระกูลกู้ บุตรเขยตระกูลหยวนและบุตรเขยตระกูลเผิงล้วน มาร่วมด้วย เจ้าเองก็ไปอยู่เป็นเพื่อนแขกด้วยอีกคน…” เฉิงฉือพยักหน้าพลางขานรับคํา “ขอรับ” อย่างนอบน้อม มีสาวใช้เด็กกล่าวรายงานมาจากนอกผ้าม่านว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ นายท่านรอง ฮู หยินและฮูหยินรองมาแล้วเจ้าค่ะ” ครั้งนี้เป็นเฉิงเว่ยที่มารับฮูหยินผู้เฒ่ากัว เฉิงฉือและโจวเสาจิ่นออกไปต้อนรับ
4614
พี่น้องมีเรื่องพูดคุยกันคํารบหนึ่งหลังจากไม่ได้พบกันนาน สะใภ้ทั้งสามคนก็ทักทายกัน อย่างมีมารยาท ทุกคนถึงได้ไปที่เรือนหลักของลานทิงเซียง หลังจากทําความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากัวเสร็จ รู้ว่าพวกเขาต่างรับมื้อเช้ามาเรียบร้อยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง พลางกล่าว “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ!” เฉิงฉือและคนอื่นๆ ล้อมฮูหยินผู้เฒ่ากัวออกจากประตูไป หยวนซื่อประคองฮูหยินผู้ เฒ่ากัวขึ้นรถม้า ชิวซื่อใช้โอกาสนี้หันไปส่งสายตาให้โจวเสาจิ่น กระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “เจ้าก็ไป กับพวกข้าด้วยเถิด!” โจวเสาจิ่นตกตะลึงเล็กน้อย เฉิงฉือรู้ว่านางมีปมในใจ จึงหาข้ออ้างหนึ่งคุยกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวเอาไว้แล้ว วันนี้เขาจะไป ส่งฮูหยินผู้เฒ่ากัว ส่วนนางจะรั้งรออยู่ที่บ้าน แต่นางเองก็รู้ดีว่าชิวซื่อดีกับนางมาโดยตลอด การที่ พูดออกมาเช่นนี้ แสดงว่าย่อมต้องมีเหตุผลเป็นแน่ นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง พยักหน้าน้อยๆ รีบสาวเท้าไปยืนข้างๆ เฉิงฉือ กระซิบบอกเรื่องนี้ให้ เฉิงฉือรับรู้ เฉิงฉือรีบกล่าวขึ้นว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ไปด้วยเถิด พวกเราส่งท่านแม่ถึงหน้าประตูก็พอ” หากเป็นเช่นนี้ มิเท่ากับว่าเฉิงฉือเองก็จะได้ส่งฮูหยินผู้เฒ่าถึงแค่หน้าประตูหรอกหรือ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเห็นแล้วต้องรู้สึกไม่ชอบใจเป็นแน่! โจวเสาจิ่นคิดถึงตรงนี้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าจะ อยู่คุยเป็นเพื่อนท่านแม่สักพักแล้วกลับมาพร้อมกับท่าน”4615
เนื่องจากไปแล้ว เกรงว่าจะมิใช่อยู่พูดคุยด้วยครู่หนึ่งแล้วจะกลับได้เลย อย่างน้อยก็ต้อง อยู่รับมื้อเที่ยงที่นั่นด้วยสักมื้อหนึ่ง เฉิงฉือบอกความกังวลของตัวเองให้ฟัง โจวเสาจิ่นพลันรู้สึกว่าตนทําไม่ถูกต้องนัก เป็นหยวนซื่อที่ผิดต่อตน แล้วเหตุใดนางต้องหลบเลี่ยงด้วย ยังพาลทําให้เฉิงฉือเองก็ต้อง หลบซ่อนไปกับนางด้วยอีกคน โจวเสาจิ่นอดยืดหลังตั้งตรงอย่างช่วยไม่ได้ กล่าวขึ้นว่า “ซื่อหลาง เช่นนั้นพวกเราก็อยู่รับมื้อเที่ยงที่นั่นสักมื้อหนึ่งเถิด อาหารสูตรลับเฉพาะของซอยจิ่วหรูรสชาติดีนัก น่าเสียดายที่ตอนนั้นข้าเองก็เคยลิ้มลองแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เนื่องจากซอยซิ่งหลินเป็นบ้านหลังเก่าแก่ของซอยจิ่วหรูที่จิงเฉิง คนที่ไปมาหาสู่ด้วยล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลขุนนางทั้งสิ้น คาดว่าคนครัวก็น่าจะทําอาหารสูตรลับเฉพาะของซอยจิ่วหรูได้เช่นกัน ถึงเวลานั้นพวกเราก็จะได้ฝึกทําอาหารที่ชื่นชอบกลับมารับรองแขกด้วยสักสองสามอย่าง”เฉิงฉือมองสํารวจสีหน้าของโจวเสาจิ่น ถึงแม้สีหน้าของนางจะดูอ่อนหวานและนุ่มนวลทว่าแววตากลับเผยความเข้มแข็งออกมาหลายส่วน เขานึกถึงความเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้นอย่างเงียบสงบนั่นของนาง จึงหลุดยิ้มออกมา กล่าวเสียงเบาว่า “เช่นนั้นก็เชื่อฟังคําสั่งของภรรยา พวกเราไปรับมื้อเที่ยงที่ซอยซิ่งหลินกัน!”บางเรื่อง เสาจิ่นไม่อาจหลบหนีไปได้ตลอดเผชิญหน้าตรงๆ ถึงจะเป็นการลืมที่ดีที่สุดฮูหยินผู้เฒ่ากัวนั่งรถม้าคันเดียวกับหยวนซื่อ เฉิงฉือประคองโจวเสาจิ่นขึ้นรถม้าของชิวซื่อด้วยตัวเอง4616
ชิวซื่อยิ้มน้อยๆ ให้ป้ารับใช้ที่มาด้วยปล่อยม่านรถม้าลงโจวเสาจิ่นจึงกล่าวขึ้นว่า “พี่สะใภ้รอง ขอบคุณท่านที่เตือนสติข้า”ชิวซื่อเห็นนางฟังคําพูดของตนโดยปราศจากความลังเลเช่นนี้ รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง จึงรู้สึกสนิทชิดใกล้กับโจวเสาจิ่นมากยิ่งขึ้น นางกล่าวเสียงเบาว่า “หลายวันมานี้ยามเจอผู้ใดพี่สะใภ้ใหญ่ก็มักจะบอกว่าท่านแม่จะกลับซอยซิ่งหลินในวันนี้ ข้ากลัวว่าถึงเวลาจะมีคนบ้านใกล้เรือนเคียงมาคารวะทักทายท่านแม่ บรรดาสะใภ้มีเพียงเจ้าคนเดียวไม่ได้อยู่ด้วย ผู้อื่นเห็นแล้วจะจดจําไว้ในใจ ความประทับใจแรกพบนั้นสําคัญ อคติก็มาด้วยประการฉะนี้” กล่าวอีกว่า “เจ้าเองก็อย่าหาว่าข้าพูดมากเลย เจ้าอายุน้อยกว่าอาเซิงเสียอีก!”ความหมายก็คือด้วยอายุของนางแล้วให้กําเนินโจวเสาจิ่นออกมาได้ด้วยด้วยซํ้าโจวเสาจิ่นรู้สึกซาบซึ้งที่ชิวซื่อให้คําชี้แนะนางยิ่งนัก กอดแขนของชิวซื่อเอาไว้ พลางกล่าว“ข้าอายุน้อย อะไรก็ยังไม่เข้าใจ หากข้าทําอะไรไม่ถูกต้อง พี่สะใภ้รองต่อว่าข้าได้เลย หากมิใช่เพราะข้าโชคดีได้แต่งกับนายท่านสี่ ยังต้องเรียกอาเซิงว่าพี่สาวด้วยซํ้าไปเจ้าค่ะ”ชิวซื่อหัวเราะเบาๆ พลางตบที่มือของโจวเสาจิ่น ยอมรับคําพูดของนางโจวเสาจิ่นจึงถามถึงเรื่องย้ายบ้านของชิวซื่อขึ้นมา “กําหนดวันได้หรือยังเจ้าคะ ถึงเวลาพวกข้าเองก็ต้องเอาประทัดไปแสดงความยินดีกับพี่ชายรองและพี่สะใภ้รองสักหน่อยถึงจะถูก!”แม้ทุกคนจะแยกบ้านกันอยู่แล้ว แต่ต่างคนต่างยังไปมาหาสู่กันอย่างสนิทชิดเชื้อ ถึงจะเป็นผู้ได้รับการอบรมเลี้ยงดูให้มีความเมตตาและการศึกษาจากตระกูลบัณฑิตที่สืบทอดต่อกันมาชิวซื่อจะปฏิเสธได้อย่างไร“กําหนดเป็นวันที่ยี่สิบสองเดือนหนึ่ง” ชิวซื่อกระซิบกล่าวยิ้มๆ “เดิมทีคิดว่ายังเป็นเดือนหนึ่งอยู่ ย้ายบ้านไม่ค่อยดีนัก แต่งานแต่งของเจียซ่านกําหนดเป็นวันที่สิบเดือนสอง ข้ากลัวว่าถึง4617
เวลานั้นทุกคนต่างวุ่นๆ กัน ข้าจะเชิญทุกคนไปนั่งเล่นที่บ้านสักหน่อยก็ล้วนไม่มีเวลาว่างกันแล้วจึงกําหนดเป็นวันที่ยี่สิบสองเดือนหนึ่ง ก็จะได้ทําความสะอาดเรือนให้เรียบร้อย พี่สะใภ้ใหญ่จะได้จัดเตรียมเป็นเรือนรับรองแขกด้วยพอดี”โจวเสาจิ่นพยักหน้า ทั้งสองคนจึงพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปตลอดทั้งทางกระทั่งถึงซอยซิ่งหลิน ลงจากรถม้าแล้ว ก็มีคนบ้านใกล้เรือนเคียงเข้ามาทักทายจริงๆ“ฮูหยินผู้เฒ่ากลับมาแล้ว!”“ฮูหยินผู้เฒ่ามาฉลองปีใหม่หรือ ได้ยินว่างานแต่งงานของหลานชายคนโตของพวกเจ้ากําหนดเป็นเดือนสอง นี่เป็นเพราะท่านต้องการร่วมงานแต่งงานของหลานชายคนโตถึงได้ไปพักอยู่ที่บ้านของบุตรชายคนเล็กกระมัง”