ตอนที่ 497
ตอนที่497 วันตรุษจีน
October 31, 2026
ความรู้สึกของโจวเสาจิ่นที่มีต่อเรื่องของเฉิงฉือนั้นคล้ายๆ กับเป็นสัญชาตญาณประเภท หนึ่ง เฉิงฉือมิได้รู้สึกประหลาดใจ แต่กล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าดูออกแล้วหรือ!” นํ้าหนักมือที่กําลังบีบนวดไหล่ของเขาเปลี่ยนเป็นแรงขึ้นมา “ข้ารู้สึกว่าท่านจะทําเช่นนั้นเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นกระซิบกล่าว “เกรงว่าจะทําให้คนขุ่นเคือง ใจเป็นจํานวนมากกระมัง” “ใช่แล้ว!” เฉิงฉือถอนใจ “เพราะฉะนั้นก่อนลงมือทําจึงอยากรู้ว่าทําเช่นนี้เป็นถูกต้องแล้ว หรือไม่” “เกรงว่าจะมิใช่เรื่องถูกต้องหรือไม่กระมัง” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ อย่างทะเล้น “เป็นเพราะ อยากพักผ่อนสักหน่อยก่อนที่พายุฝนจะมาถึงมากกว่ากระมัง” ถ้าหากเพียงเพราะกลัวว่าจะทําให้คนไม่พอใจก็เลยไม่ไปทําอย่างเดียวล่ะก็ เขาก็คงจะไม่ ลําบากใจเช่นนี้แล้ว เฉิงฉือหัวเราะฮ่าดังลั่น จับมือของโจวเสาจิ่นเอาไว้ไม่ได้กล่าวอะไร ต่อมาเฉิงฉือก็ออกจากบ้านแต่เช้าและกลับมายามดึกดื่น ทว่าวันมหาปีใหม่ในวันที่ สามสิบวันนั้นกลับไม่ออกไปไหน ไปซอยซิ่งหลินกับโจวเสาจิ่นตั้งแต่เช้าตรู่แทน หยวนซื่อกําลังตรวจนับอาหารที่ใช้สําหรับกราบไหว้บูชาอยู่ และเฉิงเซ่าก็มาถึงตั้งแต่เช้า แล้ว กําลังนั่งคุยกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยู่ในห้องโถง
4623
เฉิงฉือกระซิบกล่าวกับโจวเสาจิ่นยิ้มๆ ว่า “เจ้าไปพบท่านอารองกับข้าสักหน่อย!” ทว่าโจวเสาจิ่นครุ่นคิดครู่หนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “หลังจากไปพบท่านอารองกับท่านแล้วข้าจะ ไปช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีวันที่สามสิบ ข้าเองก็เป็นสะใภ้ผู้หนึ่งเหมือนกัน” เฉิงฉือพยักหน้าพร้อมกับยิ้มน้อยๆ กล่าวขึ้นว่า “เสาจิ่นของพวกเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว!” โจวเสาจิ่นเหลือบมองเขา พลางกล่าว “พูดราวกับว่าแม้แต่เรื่องแค่นี้ข้าก็ยังไม่เข้าใจ อย่างไรอย่างนั้น” เฉิงฉือหัวเราะเบาๆ สองสามีภรรยาเดินตามกันหน้าผู้หนึ่งหลังผู้หนึ่งเข้าไปในห้องโถงใหญ่ หลังจากคารวะเฉิงเซ่าและฮูหยินผู้เฒ่ากัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โจวเสาจิ่นก็ไปที่ห้องครัว เฉิงเซ่ากล่าวยิ้มๆ ว่า “แม้นภรรยาของเจ้าสี่อายุยังน้อย ทว่าก็รู้ความยิ่ง” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวยิ้มอย่างพึงพอใจ กล่าวอย่างถ่อมตนว่า “ถือว่าเป็นคนเชื่อฟัง” เฉิงเซ่าพยักหน้ายิ้มๆ เอ่ยถึงเรื่องของหยางโซ่วซานกับเฉิงฉือขึ้นมา “…ได้ยินว่าที่บ้าน ยากจนข้นแค้นยิ่งนัก หากช่วยเหลืออะไรได้ ก็ช่วยเหลือสักหน่อยเถิด อย่างไรเสียก็เป็นสหาย ร่วมงานกัน” เฉิงฉือขานรับคํายิ้มๆ หันไปส่งสายตาให้เฉิงเซ่าครั้งหนึ่ง เฉิงเซ่าเข้าใจความหมาย กระทั่งนั่งได้ครู่ใหญ่แล้ว เขาหาข้ออ้างไปดูที่ห้องหนังสือสัก หน่อย ให้เฉิงฉือออกจากห้องโถงไปเป็นเพื่อนเขา ทั้งสองคนค่อยๆ เดินอยู่บนเฉลียงทางเดิน พลางพูดคุยไปด้วย4624
ทว่าเบื้องหน้ากลับพบกับเฉิงเวิ่นและเฉิงนั่วสองสามีภรรยาเดินเข้ามา เฉิงเซ่าตะลึงงัน เฉิงฉือคาดเดาเอาไว้แล้ว จึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “เกรงว่าพี่ใหญ่และพี่สะใภ้คงเชิญครอบครัว ของพี่ชายเวิ่นมาฉลองปีใหม่ด้วยกันขอรับ” เฉลิมฉลองปีใหม่นั้นต้องครึกครื้นสักหน่อย เนื่องจากเฉิงจิงและเฉิงเวิ่นเป็นญาติผู้พี่ผู้ น้องกัน ตอนนี้เฉิงเวิ่นพาบุตรชายและบุตรสะใภ้มาอยู่ที่เมืองหลวง ตามหลักและเหตุผลแล้ว อย่างไรก็ควรจะเชิญพวกเขามาร่วมฉลองปีใหม่ด้วย เฉิงเซ่าพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก ส่วนเฉิงเวิ่นนั้นรีบสาวเท้าก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่และพี่สะใภ้เห็นพวกข้าโดดเดี่ยว จึงเรียกพวกข้ามาฉลองปีใหม่ด้วยกัน” เขายิ้มร่าขณะคารวะทําความเคารพทั้งสองคน กล่าวว่า “ท่านอารองสบายดีหรือไม่ ข้าไม่ได้เจอท่านมาระยะหนึ่งแล้ว” กล่าวอีกว่า “จื่อชวน ขอบใจเจ้ามากที่แนะนําร้านค้ารายใหญ่สองสามเจ้านั้นให้ข้า ไม่เพียงมีราคาเป็นธรรม ยังเป็นคนดีมากอีกด้วย ข้าเร่งนําสินค้าเข้าร้านก่อนปีใหม่ เพียงวันแรกก็เริ่มค้าขายดีแล้ว ทําเงินได้สิบกว่าเหลี่ยงเชียว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การค้านี้ของข้าต้องเจริญรุ่งเรืองเป็นแน่! ไม่แปลกที่ตระกูลขุนนางใหญ่ก็คิดจะทําการค้าดีๆ สักสองอย่างด้วย!”นี่เพิ่งจะเริ่มต้น ทุกคนไปสนับสนุนเพื่อเป็นการให้เกียรติ ต่อไปเมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้าก็พูดยากแล้ว ต้องพึ่งพาความสามารถในการบริหารจัดการของตัวเอง!เฉิงเซ่าและเฉิงฉือแลกเปลี่ยนสายตากันครั้งหนึ่ง เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ครอบครัวเดียวกันไม่กล่าวคําพูดเป็นอื่น แต่ขอให้การค้าของท่านประสบความสําเร็จเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ท่านแม่ยังไม่ทราบกระมังว่าพวกท่านมากันแล้ว ข้าและท่านอารองจะไปเดินเล่นข้างนอกสัก4625
หน่อย พี่ชายเวิ่นรีบไปทักทายท่านแม่สักครั้งหนึ่งก่อนเถิด เกรงว่าท่านแม่คงกําลังรอพวกท่านอยู่!”เฉิงเวิ่นยิ้มร่า พาเฉิงนั่วและอู๋เป่าจางไปที่ห้องโถงหลักส่วนเฉิงฉือและเฉิงเซ่าไปที่ห้องหนังสืออู๋เป่ าจางเองก็เป็นสะใภ้ เนื่องจากมารับประทานอาหารส่งท้ายปี จึงไม่อาจนั่งคุยอยู่ในห้องโถงหลักเป็นเพื่อนเฉิงเวิ่นและฮูหยินผู้เฒ่ากัว นั่งได้ครู่หนึ่ง นางก็หาโอกาสไปช่วยที่ห้องครัวสาวใช้เด็กของตระกูลเฉิงเดินนําทางอยู่ด้านหน้าพอก้าวเข้ามาในห้องครัวนางก็เห็นโจวเสาจิ่นนั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กๆ ข้างประตูกําลังกินขนมปีใหม่หลายหลากที่เพิ่งออกมาจากเตาใหม่ๆ สาวใช้ของนางเองสองสามคนนั่งล้อมนางเอาไว้ประหนึ่งดวงดารารายล้อมจันทรา ยังมีสาวใช้เด็กผู้หนึ่งยืนถือชามนํ้าแกงอยู่ข้างๆ ป้ารับใช้อีกผู้หนึ่งกล่าวประจบประแจงอยู่ข้างๆ ว่า “…ได้ยินมานานแล้วว่าแม่ครัวที่ประตูเฉาหยางเชิญมานั้นเป็นซือฝูจากเจียงหนาน ไม่รู้ว่าขนมเหล่านี้จะถูกปากท่านหรือไม่ ท่านลองชิมดูเจ้าค่ะ! มีอะไรที่ทําได้ไม่ครบถ้วน ท่านบอกข้าตามตรงได้เลย พวกข้าจะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ายังต้องพักอยู่ที่นี่กับพวกข้าอีกหนึ่งเดือนกว่า! แม้นที่ผ่านมานางจะไม่เคยเลือกว่าขนมไหนดีเลว แต่พวกข้าที่เป็นคนทํางานอยู่ในห้องครัวเหล่านี้ หากของที่ทําออกมาแล้วบรรดาเจ้านายไม่โปรดปราน พวกข้าเองก็จะไร้เกียรติไปด้วย” แล้วก็รับชามนํ้าแกงจากมือของสาวใช้ยกไปตรงหน้าโจวเสาจิ่นกล่าวขึ้นว่า “เป็นขนมถั่วแดงต้มพุทราจีนและดอกกุ้ยฮวาเจ้าค่ะ เป็นพุทราจีนแท้จากซานตงหวานทว่าไม่เลี่ยน ฮูหยินสี่ช่วยชิมให้พวกข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ ดูว่าต้องเพิ่มนํ้าตาลอีกสักหน่อยหรือไม่”โจวเสาจิ่นวางตะเกียบลงข้างๆ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ขนมปีใหม่นี้ทําได้รสชาติดียิ่ง เพียงแต่ว่าใส่องุ่นมากไป จึงมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ฮูหยินผู้เฒ่าอายุมากแล้ว ฟันกินของเปรี้ยวไม่ค่อยได้แล้ว”4626
จากนั้นยกขนมหวานขึ้นมาชิมคําหนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “ใส่พุทราจีนมากไปเล็กน้อย ทําให้สากปาก ใส่น้อยลงอีกสักหน่อยก็พอดีแล้ว”ป้ารับใช้ประจําครัวผู้นั้นพยักหน้าและโค้งให้น้อยๆ พร้อมกับขานรับ “เจ้าค่ะ”อู๋เป่าจางมองแล้วก็แสยะยิ้มเย็นอยู่ในใจโจวเสาจิ่นช่างเลินเล่อไม่รู้จักที่ตายจริงๆ ถึงกับวิจารณ์ฝีมือของป้ารับใช้ประจําครัวของตระกูลเฉิงนางกวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นทั้งหยวนซื่อแล้วก็ไม่เห็นทั้งชิวซื่ออู๋เป่าจางครุ่นคิด ยังคงก้าวออกไปทําความเคารพโจวเสาจิ่นพอเห็นแล้วโจวเสาจิ่นก็รู้ได้ทันทีว่าหยวนซื่อเชิญพวกเฉิงเวิ่นมาฉลองปีใหม่ด้วย นางมิได้ลุกขึ้น ยังคงนั่งกินขนมปีใหม่และขนมหวานของนางอยู่ตรงนั้นต่อไป โดยหันไปพยักหน้าให้อู่เป่ าจางเล็กน้อยอู๋เป่ าจางขุ่นเคืองอยู่ในใจ อดกลั้นเอาไว้พลางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เหตุใดถึงไม่เห็นท่านป้าสะใภ้จิงและท่านป้าสะใภ้เว่ยเลยเล่า”โจวเสาจิ่นกล่าว “พี่สะใภ้รองกําลังทําความสะอาดหอบรรพชนอยู่ พี่สะใภ้ใหญ่จึงไปดู”