ตอนที่ 498
ตอนที่498 ฟ้องร้อง
October 31, 2026
อู๋เป่ าจางยืนกลอกตาอยู่ตรงนั้น ทว่าโจวเสาจิ่นนั้นกําลังคุยกับชิวซื่ออย่างมีความสุขยิ่ง ว่า “…วันนี้ก็ยังไปช่วยงานที่บ้านของท่านอาจารย์อยู่หรือเจ้าคะ” พวกนางกําลังพูดถึงรั่งเกอเอ๋อร์! ชิวซื่อหันไปมองรอบๆ เห็นอู๋เป่ าจางมองมาทางนี้ จึงหันไปพยักหน้าให้อู๋เป่ าจางยิ้มๆ กล่าวเสียงดังว่า “หลานสะใภ้นั่ว ข้างนอกหนาวเย็นนัก รีบกลับไปพักในเรือนเถิด!” อู๋เป่าจางเดินเข้ามาทักทายยิ้มๆ ครั้งหนึ่งแล้วเดินจากไป ชิวซื่อนํากระถางธูปที่เช็ดเสร็จแล้วไปวางลงบนโต๊ะจุดธูป ถึงได้กระซิบกล่าวกับโจวเสา จิ่นเบาๆ ว่า “ท่านอาจารย์ที่สอนรั่งเกอเอ๋อร์คือใต้เท้าเซี่ยที่เดิมทีเป็นขุนนางเกษียณอายุแล้วของ สํานักฮั่นหลิน กว่าเขาจะสอบผ่านจิ้นซื่อก็มีอายุล่วงเลยวันห้าสิบไปแล้ว แต่เซี่ยอี๋บุตรชายของเขา นั้นอายุสามสิบกว่าก็สอบจิ้นซื่อผ่านแล้ว ปัจจุบันดํารงตําแหน่งนายทะเบียนศาลไท่ผู ท่าน อาจารย์เซี่ยถูกใจรั่งเกอเอ๋อร์ของพวกข้า อยากให้หลานสาวแต่งกับรั่งเกอเอ๋อร์ วันนี้จึงเรียกรั่งเกอ เอ๋อร์ไปช่วยงานที่บ้านเป็นการเฉพาะ ข้ากลัวว่าเขาจะเสียมารยาท จึงให้เจียซ่านร่วมทางไปเป็น เพื่อนเขาด้วย” โจวเสาจิ่นเบิกดวงตาโต กล่าวขึ้นว่า “เช่นนั้นมิเท่ากับว่าตระกูลของพวกเราก็กําลังจะมี คนเพิ่มอีกคนแล้วหรือ” ชิวซื่อกล่าวยิ้มๆ ว่า “ยังไม่รู้ว่าจะสําเร็จหรือเปล่า!” ขณะที่กล่าว ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา กล่าวขึ้นด้วยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิดว่า “ต่อให้เรื่องนี้ไม่สําเร็จ รั่งเกอเอ๋อร์ ก็ถึงวัยต้องพูดคุยเรื่องแต่งงานแล้ว” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านเคยเจอคุณหนูของตระกูลเซี่ยผู้นั้นหรือไม่”
4633
ชิวซื่อหันไปมองรอบๆ อีกครั้งหนึ่ง กระซิบกล่าวว่า “ข้ายังไม่เคยเจอตัวคนมาก่อน แต่ว่า ตระกูลของพวกเขาล้วนเป็นคนจริงใจและเรียบง่าย เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว ท่านอาจารย์เซี่ยผู้นั้นถึงได้ไปเป็นอาจารย์ที่สํานักศึกษา เจ้าเองก็รู้ว่าตอนนี้ครอบครัวของพวกเรา แยกบ้านกันอยู่แล้ว รั่งเกอเอ๋อร์เองก็เป็นคนซื่อๆ และเรียบง่ายผู้หนึ่ง ข้าและพี่ชายรองของเจ้า ปรึกษากันแล้ว คิดว่าหากครอบครัวของพวกข้าจะหาสะใภ้ก็หาคนที่มีกิริยาดีน่านับถือสักคนหนึ่ง ก็พอแล้ว” โจวเสาจิ่นไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว ต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ต้องดูคนสักหน่อยกระมัง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องบางอย่างก็เป็นพรหมลิขิต นางจะเอ่ยปากคัดค้านหรือเห็นด้วยใน เวลานี้ล้วนไม่ค่อยดีนัก ชิวซื่อเองก็มองความคิดของนางออก กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าเพียงแต่คิดว่ารั่งเกอเอ๋อร์ของ พวกข้าเป็นคนขลาดกลัว หากอีกฝ่ายถูกใจพวกข้าค่อยไปดูตัวฝ่ายหญิงก็ยังไม่สาย” ในเมื่อชิวซื่อมีความคิดในใจแล้ว โจวเสาจิ่นเองก็ไม่กล่าวอะไรมากอีก จัดโต๊ะบูชากับชิ วซื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปที่ห้องครัว ทางด้านนี้หยวนซื่อก็จัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เห็นพวกนางเดินเข้ามาก็กล่าว ขึ้นว่า “นายท่านใหญ่เพิ่งกลับมาจากบ้านของขุนนางใหญ่หยวนทางด้านโน้น กําลังคุยกับท่านแม่ อยู่ในห้องโถง รอเพียงรั่งเกอเอ๋อร์และเจียซ่านกลับมาถึงก็เริ่มงานได้แล้ว!” เสียงพูดของนางยังไม่ทันจบลง ก็มีสาวใช้เด็กวิ่งเข้ามา กล่าวยิ้มๆ ว่า “ฮูหยิน ฮูหยินรอง ฮูหยินสี่ คุณชายใหญ่และคุณชายรองกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”4634
ดวงหน้าของหยวนซื่อจึงประดับไปด้วยความยินดี กล่าวกับโจวเสาจิ่นและชิวซื่อยิ้มๆ ว่า “เช่นนั้นพวกเราก็ไปที่ห้องโถงกันเถอะ!” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยู่ที่ห้องโถง เมื่อเฉิงสวี่และเฉิงรั่งกลับมาแล้ว ย่อมต้องไปคารวะฮูหยินผู้ เฒ่ากัวก่อน โจวเสาจิ่นและชิวซื่อรับคํา สะใภ้ทั้งสามคนไปที่ห้องโถงพร้อมกัน ไม่รู้ว่าเฉิงเซ่า เฉิงฉือและเฉิงเวิ่นออกมาจากห้องหนังสือตั้งแต่เมื่อใด ล้วนนั่งล้อมอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่ากัว เฉิงรั่งและเฉิงสวี่ยืนเคียงกันอยู่ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากัว ผู้หนึ่งหน้าแดงไม่รู้จะทําตัวอย่างไรด้วยความขัดเขินเล็กน้อย ส่วนอีกผู้หนึ่งพูดคุยกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวอย่างสบายๆ และเป็นธรรมชาติ “…ท่านอาจารย์ใหญ่ของสํานักศึกษาเชิญท่านอาจารย์เซี่ยไปร่วมฉลองปีใหม่ด้วยพวกข้าจึงมิได้รั้งอยู่นานนัก พูดคุยกันสองสามประโยค สอบถามการบ้านเสร็จ ข้าและน้องรองก็กลับมาเลยขอรับ”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพยักหน้ายิ้มๆ ไม่หยุด กล่าวกับเฉิงสวี่ว่า “ด้านนอกหนาวเย็นนัก รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ประเดี๋ยวพาน้องชายของเจ้าไปจุดปะทัดเสร็จพวกเราก็เริ่มงานกันได้แล้ว”เฉิงสวี่ยิ้มพร้อมกับขาน “ขอรับ”เฉิงนั่วรีบกล่าวขึ้นว่า “ข้าเองก็ไปช่วยด้วยนะขอรับ”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวไม่เกรงใจเขา กล่าวขึ้นว่า “วันมหาปีใหม่ พวกเจ้าระมัดระวังกันสักหน่อย”เฉิงสวี่และอีกสองคนขานรับคําซํ้าๆ เดินตามกันออกไปด้านนอกโจวเสาจิ่นถอยหลังไปสองสามก้าวแต่เฉิงสวี่ก็ยังคงเห็นนางแล้วอยู่ดี4635
ดวงตาของเขาพลันเปลี่ยนเป็นสับสนขึ้นมา ฝีเท้าหยุดชะงักลงโจวเสาจิ่นอยากจะหลบเลี่ยงออกไปโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อหวนคิดว่าตนมิได้มีความผิดอะไร เหตุใดต้องหลบเลี่ยงด้วย นอกจากนี้นางเป็นอาสะใภ้ของเฉิงสวี่แล้ว เงยหน้าไม่พบก้มหน้าก็ต้องพบกันอยู่ดี ไม่อาจเลี่ยงการเจอหน้ากันตลอดไปได้ เวลานี้แทนที่จะหลบเลี่ยงออกไปแล้วทําให้เฉิงสวี่คิดว่านางอึดอัดใจ มิสู้เผชิญหน้ากันตรงๆ ให้เขารู้ท่าทีของตนไปเลยจะดีกว่าชั่วขณะที่ขบคิดนั้นนางก็ตัดสินใจได้ ดวงตากระจ่างใสสบประสานกับสายตาของเฉิงสวี่ตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยงและไม่ไหวติงเฉิงสวี่ตกตะลึงจากนั้นก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้ดวงตาใสแจ๋วดุจนํ้ากลางหุบเขานั้นของโจวเสาจิ่นเรื่องราวในตอนนั้นเป็นความผิดของเขา…แต่โจวเสาจิ่นไม่ได้รับผลกระทบอะไรแม้แต่นิดเดียวเลยหรือบางทีสําหรับนางแล้ว เขาไม่มีค่าพอจะเอ่ยถึงด้วยซํ้าไปกระมังเฉิงสวี่รู้สึกสับสนว้าวุ่นอยู่ในใจเฉิงรั่งที่อยู่ด้านหลังเขากลับชนเข้ากับร่างของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ร้อง “โอ๊ย” ออกมาเสียงหนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “พี่ใหญ่…ท่านเป็นอะไรไปขอรับ”“เปล่าๆ” เฉิงสวี่ได้สติคืนกลับมา รีบกล่าวขึ้นว่า “ข้ากําลังคิดว่าต้องหยิบธูปไปจากที่นี่หรือไม่…”4636“ที่ห้องครัวก็มีขอรับ!” เฉิงรั่งยิ้มหน้าแดงเฉิงสวี่รีบออกจากห้องโถงไปพร้อมกับเฉิงรั่งดูแล้วบางเรื่องควรจะเผชิญหน้ากับมันตรงๆนางสัมผัสได้ถึงสายตาหนึ่งมาหยุดอยู่ที่ร่างของนางโจวเสาจิ่นมองไปตามทิศทางที่รู้สึก เห็นว่าเฉิงฉือกําลังมองนางอยู่ด้วยรอยยิ้มในแววตาเต็มไปด้วยการให้กําลังใจเหตุการณ์เมื่อครู่เฉิงฉือเองก็คงเห็นแล้วกระมังโจวเสาจิ่นยิ้มตามขึ้นมาด้วยอย่างห้ามไม่อยู่ในวันที่สอง พวกเขาก็ยังคงไปที่ซอยซิ่งหลิน โจวเสาจิ่น เฉิงเจิง เฉิงเซียวและเฉิงเซิงเล่นไพ่ใบไม้เป็นเพื่อนฮูหยินผู้เฒ่ากัวทั้งวันวันที่สามโจวเสาจิ่นและเฉิงฉือไปหาโจวชูจิ่นฮูหยินใหญ่เลี่ยวไปตระกูลฟาง เลี่ยวเส้าถังและเฉิงฉือดื่มสุราอยู่ในห้องรับแขก ส่วนโจวเสาจิ่นและโจวชูจิ่นเล่นกับกวนเกอพลางพูดคุยกันไปด้วยอยู่ในห้องนอน“ท่านยายบอกว่า ผ่านพ้นเทศกาลโคมไฟไปแล้วพวกเขาจะออกเดินทางมาที่จิงเฉิง” โจว