ตอนที่ 499
ตอนที่499 ขอบุตร
October 31, 2026
ฮั่วตงถิงมาพบดึกดื่นขนาดนี้ จะต้องมีเรื่องเร่งด่วนเป็นแน่ โจวเสาจิ่นปรนนิบัติเฉิงฉือสวมรองเท้า แล้วไปที่โถงรับแขก ฮั่วตงถิงเห็นโจวเสาจิ่นมิได้มีท่าทางประหลาดใจแต่อย่างใด จึงลังเลครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่า เฉิงฉือก็มิได้ว่าอะไรเช่นกัน เขาก็อดชําเลืองมองโจวเสาจิ่นทีหนึ่งไม่ได้ แล้วจึงกล่าวว่า “นายท่าน สี่ ท่านให้คนไปปล่อยข่าวลวงว่าไท่จื่อประชวร หมอหลวงหวังจากสํานักหมอหลวงผู้นั้นก็รีบรุดไป ตําหนักบูรพาตามคาดขอรับ องค์ชายสาม องค์ชายเจ็ดและองค์ชายทั้งหลายที่ยังไม่มีบรรดาศักดิ์ และอาณาเขตปกครองต่างมิได้เสด็จออกมาเคลื่อนไหว มีแต่ตําหนักขององค์ชายสี่กับหวงไท่ซุนที่ ทรงเคลื่อนไหว ทางด้านตําหนักของหวงไท่ซุนนั้นหวงไท่ซุนทรงเสด็จไปยังตําหนักบูรพาในทันที ทว่าทางด้านองค์ชายสี่กลับมีคนไปติดต่อกับคนของตําหนักบูรพา เนื่องจากอยู่ไกลเกินไป พวก ข้าเลยไม่ได้ยินชัดเจนว่าคนของตําหนักองค์ชายสี่กับคนของตําหนักบูรพาพูดอะไรบ้าง แต่พวก ข้าจําคนที่ติดต่อกับตําหนักขององค์ชายสี่ได้ ต่อไปจะหาทางติดต่อเขา ดูว่าเขาให้ข้อมูลอะไรแก่ องค์ชายสี่ขอรับ” เฉิงฉือพยักหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา พลางกล่าวว่า “พวกเจ้าระวังตัวด้วย” เหตุการณ์ต่างๆ ในชาติก่อนมิอาจปล่อยให้เกิดขึ้นซํ้าได้ ผู้ที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์ เหล่านั้นมาก่อนย่อมไม่รู้สถานการณ์ภายใน ตอนนี้เขาค่อนข้างกังวลว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้ งูตื่น เหตุการณ์ต่างๆ ในชาติก่อนแปรเปลี่ยนไปแล้ว ทําให้อันตรายที่เดิมทีควรจะเกิดขึ้นถูกเลื่อน ออกไป หรือไม่ก็หลบซ่อนอยู่ในซอกมุมหนึ่งที่เขามิได้สังเกต แล้วยามที่เขาคลายความระมัดระวัง ลงก็จะโผล่ออกมา แล้วโจมตีเขาโดยไม่ได้ตั้งตัว
4643
หากมีเขาเพียงผู้เดียว เขาย่อมไม่หวาดหวั่น อย่างไรก็หลบหนีไปได้ แต่ตอนนี้เขามีเสาจิ่น มารดา และอาจจะมีบุตรด้วยก็ได้… พอคิดถึงบุตร เขาก็อดก้าวมาสวมกอดโจวเสาจิ่นไม่ได้ แล้ว หอมแก้มนางฟอดหนึ่ง เฉิงฉือปล่อยข่าวลวงออกไป ในบรรดาองค์ชายทั้งหลายมีเพียงองค์ชายสี่กับหวงไท่ซุนที่ เสด็จออกมาเคลื่อนไหว หวงไท่ซุนทรงเป็นพระโอรสของไท่จื่อ การที่ทรงทราบสถานการณ์ของ ไท่จื่อมิได้น่าสงสัยแต่อย่างใด ทว่าองค์ชายสี่กลับทรงทราบ… นอกจากนี้ในชาติที่แล้วเขาก็ได้เป็น ฮ่องเต้ด้วย นี่จะได้ทําให้ผู้คนเกิดความคิดไปต่างๆ นานา โจวเสาจิ่นเองก็พะวงถึงอนาคตของตระกูลเฉิงเช่นกัน นางกอดเฉิงฉือกลับแน่นๆ อย่าง อดไม่ได้ กระซิบปลอบเขาว่า “ตอนนี้ซอยจิ่วหรูแยกตระกูลกันแล้ว จวนห้าย่อมมิใช่ตัวปัญหาเป็น แน่ พวกเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะดึงความสนใจขององค์ฮ่องเต้ได้หรอกเจ้าค่ะ ส่วนจวนสี่ ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีท่านอาหยวนเพียงคนเดียวที่รับราชการอยู่ต่างถิ่น จึงเป็นไป ไม่ได้ที่จะก่อเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนั้น…” ตรงกันข้ามกับจวนหลัก… โดยเฉพาะเฉิงจิงของจวนหลักที่มีความเป็นไปได้ที่สุดว่าจะทํา ให้ทุกคนเดือดร้อน ถ้าหากเรื่องของตระกูลเฉิงเกี่ยวข้องกับองค์ชายสี่จริงๆ และองค์ชายสี่ทรงเป็นฮ่องเต้ที่ ฟ้าลิขิตไว้ล่ะก็ พวกเขาจะเอาชนะองค์ชายสี่ได้หรือ นางกลืนถ้อยคํานี้ลงไปมิได้เอ่ยออกมา แล้วกล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้พวกเราล้วนอยู่ที่จิงเฉิง ขอเพียงระมัดระวังการกระทํา ก็คงไม่เกิดเรื่องที่ทําให้ราชวงศ์หวาดระแวงถึงจะถูกนะเจ้าคะ” อยู่ด้วยกัน? ประโยคนี้สะกิดใจเฉิงฉือ4644
เขาปรึกษากับโจวเสาจิ่นว่า “เสาจิ่น ทางด้านพี่ใหญ่มีข้าจับตาดูอยู่ ส่วนทางด้านพี่รอง นั้น เจ้าจะต้องไปเยี่ยมเยี่ยนให้มากสักหน่อยถึงจะดี” เฉิงเว่ยอยู่ในสํานักฮั่นหลิน เป็นผู้ใกล้ชิดโอรสสวรรค์ ก็เป็นที่ที่ง่ายจะเกิดเรื่องขึ้นได้ที่หนึ่ง โจวเสาจิ่นพยักหน้าพลางถามว่า “ข้าควรเฝ้าระวังอะไรบ้างเจ้าคะ”เฉิงฉือตอบว่า “จับตาดูว่าครอบครัวของพี่รองผูกสัมพันธ์กับผู้ใดบ้างก็พอแล้ว”ในสํานักฮั่นหลินเขาหาคนมาจับตามองเฉิงเว่ยได้ แต่เรื่องต่างๆ ในเรือนชั้นในกลับมิได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นแต่พูดตามตรง เขาค่อนข้างเชื่อว่าผู้ที่ก่อเรื่องขึ้นเป็นเฉิงจิงพี่ชายใหญ่ของเขาเสียมากกว่าเนื่องจากหายนะเช่นนี้ มิใช่ว่าใครก็เป็นผู้ก่อได้ส่วนทางด้านพี่ชายรองกลัวแต่ว่าเขาถูกคนใช้ประโยชน์นี่หาได้เป็นปัญหาไม่โจวเสาจิ่นเล่าเรื่องที่ชิวซื่อนัดนางไปดูตัวคุณหนูตระกูลเซี่ยให้เฉิงฉือฟังเฉิงฉือประหลาดใจเล็กน้อย เอ่ยถามว่า “ฐานะของตระกูลเซี่ยมิได้สูงศักดิ์นัก เหตุใดพี่สะใภ้รองถึงสนใจแม่นางจากตระกูลเซี่ยหรือ”“หรือไม่ก็คงอยากจะแต่งบุตรสะใภ้ที่มีฐานะตระกูลตํ่ากว่าเล็กน้อยกระมังเจ้าคะ!” โจวเสาจิ่นตอบ “จะได้มีความขัดแย้งกันน้อยลงสักหน่อย”เฉิงฉือกําชับนางว่าเมื่อถึงตอนนั้นให้พาบ่าวรับใช้ข้างกายเพิ่มอีกสองสามคน “อย่าให้ถูกผู้อื่นล่วงเกิน”4645
เด็กน้อยของเขาหน้าตางดงามสะคราญ เขาไม่อยากให้นางไปถูกตาต้องใจผู้ใดทว่าโจวเสาจิ่นกลับไม่เคยรู้สึกว่าตนเองงามผุดผาดแต่อย่างใด เมื่อได้ยินแล้วเพียงคิดว่าเฉิงฉือเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง จึงรับคํายิ้มๆ แล้วจูงเฉิงฉือกลับห้องนอน “ท่านพักผ่อนให้เร็วสักหน่อย มิได้บอกว่าพรุ่งนี้ต้องไปเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้หรอกหรือเจ้าคะ”องค์ฮ่องเต้ทรงเรียกเฉิงฉือไปเข้าเฝ้าในตอนเช้าก่อนการตัดสินใจย่อมยากเป็นธรรมดา แต่ครั้นตัดสินใจได้แล้ว ก็ได้แต่มุ่งไปข้างหน้าอย่างอาจหาญเท่านั้นอารมณ์ของเฉิงฉือสงบลงเป็นอย่างมากเขาคลี่ยิ้มพลางปล่อยให้โจวเสาจิ่นจูงเขาเข้าห้องนอน แล้วร่วมรักกับโจวเสาจิ่นใต้ผ้าห่มสามีภรรยากอดรัดเกี่ยวกระหวัดกันรอบหนึ่ง กระทั่งเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า โจวเสาจิ่นยังคงหลับใหล เขาจุมพิตนางหลายทีนางเพียงร้องครางสองครั้ง แล้วพลิกตัวนอนต่อเฉิงฉือหลุดยิ้ม สวมเสื้อผ้าแล้วไปเข้าวังตอนที่โจวเสาจิ่นตื่นขึ้นมาก็มิได้ขยับตัวนานครู่ใหญ่นางไม่รู้ว่าเฉิงฉือจะบ้าคลั่งได้ถึงขั้นนี้… ต่อไปนางจะไม่ร่วมทําตัวเหลวไหลกับเขาอีกแล้วยังดีที่ผู้ที่เลิกผ้าม่านเข้ามาปรนนิบัตินางลุกจากเตียงคือฝานมามาในชาติที่แล้ว มีสภาพอะไรของนางบ้างที่ฝานมามาไม่เคยเห็นมาก่อน ในชีวิตนี้นางกับเฉิงฉือเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริง เฉิงฉือชื่นชอบนาง ฝานมามาเห็นแล้วคงได้แต่รู้สึกปีติยินดีกระมังนางสํารวจมองฝานหลิวซื่อ4646
ใบหน้าของฝานหลิวซื่อยากจะปกปิดรอยยิ้มเอาไว้ได้ตามคาดโจวเสาจิ่นวางใจลงมา ให้แม่นมช่วยนางล้างหน้าล้างตัว จากนั้นก็ออกมาจากห้องอาบนํ้าอย่างสดชื่น มุ่นผมเป็นมวยตํ่า และเปลี่ยนไปสวมเสื้อคลุมตัวสั้นสําหรับสวมใส่อยู่บ้านตัวหนึ่ง แล้ววิ่งไปหาฮูหยินผู้เฒ่ากัวหลังจากผ่านวันที่สิบห้าเดือนหนึ่งแล้ว อากาศก็แจ่มใสขึ้นมาฮูหยินผู้เฒ่ากัวกําลังยืนอยู่ใต้ชายคามองดูบ่าวหญิงสองสามคนพรวนดิน เตรียมปลูกดอกซ่อนกลิ่นไว้หน้าเรือนของนางพอเห็นโจวเสาจิ่นมา นางก็กล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าต้องการแปลงเรือนทิงเซียงให้กลายเป็น