ตอนที่ 500
ตอนที่500 กรมตรวจตรา
October 31, 2026
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมา อารมณ์ของโจวเสาจิ่นยังคงห่อเหี่ยวอยู่เหมือนเดิม เฉิงฉือรู้ว่า ครั้งนี้นางไม่พอใจแล้วจริงๆ จึงไม่สนใจว่าวันนี้ต้องไปพบหยวนเหวยซาง กอดโจวเสาจิ่นเอาไว้ พลางหลอกล่อนางอย่างระมัดระวังนานพักใหญ่ จวบจนอารมณ์ของโจวเสาจิ่นดีขึ้นมาแล้ว หัวใจ ที่แขวนค้างอยู่ของเขาถึงได้วางลง โจวเสาจิ่นถูกเฉิงฉือหลอกล่อเช่นนี้ คิดว่าเรื่องนี้เป็นตนที่ดื้อรั้นไปสักหน่อย เรื่องการมีบุตรนั้นก็เหมือนกับที่เฉิงฉือกล่าวไว้ว่า ‘ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ’ ดีกว่า อย่างไรก็ตาม นางไปถวายธูปที่วัดหงหลัว ขอองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมอวยพรให้นางมี บุตรเร็วๆ สักคนคงไม่มากเกินไปกระมัง นึกถึงตรงนี้ โจวเสาจิ่นก็อดเม้มปากกลั้นยิ้มไม่ได้ เฉิงฉือมอบเงินสําหรับถวายธูปเทียนแก่นางเป็นจํานวนมาก โจวเสาจิ่นเก็บเงินไว้ในถุงเงินของตนเองอย่างมีความสุข แล้วออกเดินทางไปพร้อม กับเฉิงเจียและเฉิงเซิง วัดหงหลัวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง ห่างจากตัวเมืองสิบกว่าหลี่ ตั้งอยู่ทางเหนือแต่ หันไปทางใต้ สร้างติดกับภูเขา โดยมีสายธารล้อมรอบภูเขาและผืนป่ าเขียวชอุ่มชุ่มชื้น เพียงแต่ ตอนที่พวกนางไปยังเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้ใหม่ยังไม่ผลิบาน ส่วนใหญ่มีแต่กิ่งไม้แห้งแล้ง เมื่อ มองดูแล้วแม้ว่าค่อนข้างเปล่าเปลี่ยว แต่ผู้ที่มาสักการะยังมีจํานวนมาก ตอนที่พวกนางมาถึง ประตูวัดก็ใกล้จะเที่ยงวันแล้ว พ่อบ้านเซี่ยงที่ติดตามมาด้วยได้ตระเตรียมห้องข้างสําหรับพักผ่อน และอาหารเจให้พวกนางเรียบร้อยแล้ว
4652
เฉิงเจียอดกล่าวยิ้มๆ ไม่ได้ว่า “มากับท่านอาสะใภ้เล็กยังคงสะดวกสบายอยู่ดี คราว ก่อนที่พวกเรามา รอครึ่งค่อนวันกว่าจะได้ที่พักที่หนึ่ง” โจวเสาจิ่นงงงัน เฉิงเซิงยิ้มพลางอธิบายว่า “ตอนนั้นไม่คาดคิดว่าจะมาชนกับงานวัดของวัดหงหลัว ผู้คน แออัดเนืองแน่น ตอนนั้นพวกพ่อบ้านไม่ได้เตรียมการเอาไว้ให้ดี” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ ว่า “ในเมื่อมาช่วงงานวัด ย่อมต้องมีคนคับคั่ง” ทั้งสามคนรับประทานอาหารอย่างเรียบง่ายเล็กน้อย แล้วจึงไปที่อุโบสถ เฉิงเซิงมาแก้บน มีพระผู้ดูแลแขกองค์อื่นมาต้อนรับ เฉิงเจียจึงไปถวายค่านํ้ามันและธูป เป็นเงินจํานวนสิบเหลี่ยงกับโจวเสาจิ่น แล้วไปเสี่ยงเซียมซี บนในเซียมซีเขียนไว้ว่า ใบอู๋ถงร่วงสิ้นสารทฤดู นักพเนจรหวนกลับดั่งเมฆา ขอบคุณ สวรรค์ผู้ทรงฤทธิ์ เภตราแล่นตามสายลมนําสมบัติกลับมา มีทั้งคําว่าใบไม้ร่วงกับสิ้นสารทฤดู แต่ก็มีคําว่าสวรรค์และสมบัติ โจวเสาจิ่นกับเฉิงเจียก็ ไม่แน่ใจว่าใบเซียมซีนี้ดีหรือไม่ดีกันแน่ พระผู้ดูแลแขกองค์นั้นเห็นโจวเสาจิ่นอายุน้อยแต่ถวายเงินด้วยจิตใจกว้างขวางเป็นอย่าง ยิ่ง จึงนํานางไปยังสถานที่ทํานายใบเซียมซีด้วยตนเอง พระอาวุโสรับใบเซียมซีมาแล้วอ่านหนึ่งรอบ จากนั้นก็ถามว่าพวกนางขออะไร โจวเสาจิ่นขัดเขินเล็กน้อย เฉิงเจียรีบตอบแทนนางว่า “ขอบุตรเจ้าค่ะ!” พระอาวุโสองค์นั้นก็คลี่ยิ้มพลางกล่าวว่า “สีกาอย่าได้กังวล สัญลักษณ์ต่างๆ ในใบเซียมซี นี้แม้มีคําว่าใบอู๋ถงร่วง แต่ก็สื่อความนัยว่าเรื่องต่างๆ จะโชคร้ายก่อนโชคดี เป็นใบเซียมซีที่ดี”4653
โจวเสาจิ่นกับเฉิงเจียต่างลิงโลดดีใจ ถวายเงินค่าทํานายให้สิบเหลี่ยง พระอาวุโสผู้นั้นกล่าวยิ้มๆ ว่า “หากใจปรารถนาสิ่งใด สวรรค์ย่อมประทานให้ ขอเพียง เพียรพยายาม จักต้องประสบผลสําเร็จเป็นแน่ สีกาจะสมปรารถนาอย่างแน่นอน” นี่ก็ไม่ต่างจากที่เฉิงฉือบอกว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเลย!โจวเสาจิ่นขอบคุณพระอาวุโสผู้นั้นซํ้าแล้วซํ้าเล่า เมื่อออกจากอุโบสถ เพียงรู้สึกว่าท้องฟ้ากว้างใหญ่เมฆาลอยล่อง รู้สึกผ่อนคลายอย่างอธิบายไม่ได้ ครั้นเห็นเณรน้อยองค์หนึ่งเดินผ่านมาก็เรียกเขามาแล้วถามว่าเฉิงเซิงอยู่ที่ใดเณรน้อยองค์นั้นเห็นใบหูของนางแดงกํ่าไปหมด กล่าวพึมพําไปทางด้านตะวันออกว่า“ต้ากูไหน่ไนตระกูลเผิงกําลังสนทนาธรรมกับหลวงปู่อยู่ที่ห้องนั่งสมาธิขอรับ!”ในใจของโจวเสาจิ่นเต็มไปด้วยความอิ่มเอมเปรมใจ ดึงเฉิงเจียอย่างเริงร่า “พวกเราก็ไปฟังพวกเขาสนทนาอะไรกันเถอะ!”เฉิงเจียเป็นคนที่อยู่ไม่นิ่งเป็นทุนเดิมผู้หนึ่ง เมื่อถูกหลี่จิ้งกักตัวอยู่ในบ้านมาเป็นเวลานานต่อให้โจวเสาจิ่นไม่ไปนางก็จะรบเร้าโจวเสาจิ่นให้ไป นับประสาอะไรกับเมื่อโจวเสาจิ่นชวนไปเองนางจึงยิ่งกระตือรือร้นเข้าไปใหญ่ ดึงโจวเสาจิ่นแล้วมุ่งไปทางตะวันออกหรือว่าเป็นเพราะห้องนั่งสมาธินั้นไม่เปิดให้กับผู้มาสักการะทั่วไป ยิ่งพวกนางเดินไปตามทางเรื่อยๆ คนก็ยิ่งบางตาจู่ๆ โจวเสาจิ่นก็ชะงักฝีเท้าแล้วหยุดนิ่งเฉิงเจียรีบถามว่า “เป็นอะไรไปหรือ” แต่กลับเห็นนางเขย่งเท้ามองไปทางป่าไม้ใต้เนินเขา4654
มีทางเดินเส้นเล็กมุ่งไปยังป่ าใต้เนินเขาจากที่พวกนางยืนอยู่เส้นหนึ่ง ชายหนุ่มสวมชุดเผาจื่อผ้าไหมสีครามคนหนึ่งกําลังเดินทะลุป่าไปยังประตูข้างชายหนุ่มผู้นั้นรูปร่างสูงโปร่งและผ่ายผอม กําลังสาวเท้าอย่างเร่งรีบ ดูค่อนข้างโดดเด่นแปลกตาในวัดที่ผู้มาสักการะแทบจะเป็นสตรีทั้งหมดแห่งนี้เฉิงเจียกล่าวยิ้มๆ ว่า “คงเป็นสามีของผู้ใดกระมัง หากพูดถึงบุตรเรื่องนี้ขึ้นมา ขอเพียงเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เกรงว่าก็ไม่อาจวางใจลงได้…”ขณะที่นางกล่าว ก็จูงโจวเสาจิ่นเตรียมจะเดินไปต่อทว่าโจวเสาจิ่นกลับกระตุกมือของนาง พลางกล่าวอย่างร้อนรนว่า “เจ้าว่าเงาร่างนั้นคล้ายเฉิงลู่หรือไม่”“พี่ชายลู่!?” เฉิงเจียเบิกดวงตาโพลง เพ่งมองไปทางชายหนุ่มผู้นั้น แล้วตอบอย่างไม่อยู่ในร่องในรอยเล็กน้อยว่า “ข้าก็เคยเห็นเขาเพียงไม่กี่ครั้ง จะรู้ว่าคล้ายหรือไม่คล้ายได้อย่างไร… พี่ชายลู่ผู้นั้นก็ผอมและสูงเช่นกัน… แต่เขามาอยู่ที่จิงเฉิงได้อย่างไรเล่า ผู้ที่มาสักการะในวัดหงหลัวแห่งนี้ล้วนเป็นสตรี เขามาทําไมกันนะ…”โจวเสาจิ่นจิตใจว้าวุ่นปั่นป่วนไปชั่วขณะด้วยความรู้เกี่ยวกับเฉิงลู่ที่นางมี ขอเพียงมีโอากาสสายหนึ่ง เขาก็จะไม่ยอมละทิ้งแผนการชั่วร้ายของเขา ดังเช่นที่นางเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านมานานหลายปี แต่หลังจากที่ตระกูลเฉิงเกิดเรื่องขึ้น เขากลับตามหาตนเองไกลเป็นพันหลี่จนพบเพื่อข่มขู่ตนหากเป็นเฉิงลู่จริงๆ นางมิอาจปล่อยให้เขาหนีไปได้นางรีบบอกจี๋เสียงที่ยังเป็นเด็กว่า “เจ้ารีบไปหาฝานฉีเร็ว บอกว่าข้าเห็นเฉิงลู่ สวมชุดเผาจื่อผ้าไหมสีครามตัวหนึ่ง ให้เขาหาทางตามหาเขาที”4655
โจวเสาจิ่นอดรู้สึกยินดีไม่ได้ที่ฝากฝังฝานฉีไว้กับพ่อบ้านเซี่ยง วันนี้ออกมาข้างนอก เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยู่บ้านที่ประตูเฉาหยาง ทางด้านประตูเฉาหยางขาดคนไม่ได้ วันนี้นางจึงพาพ่อบ้านเซี่ยงออกมาข้างนอกจี๋เสียงวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วปานควันอารมณ์ดีของโจวเสาจิ่นกับเฉิงเจียล้วนไม่หลงเหลือเสียแล้วเฉิงเจียปลอบโจวเสาจิ่นว่า “บางทีอาจจะมองผิดคนก็ได้”“ขอให้เป็นเช่นนั้นเถอะ!” โจวเสาจิ่นกล่าวอย่างว้าวุ่นใจ ทั้งสองคนเดินไปยังห้องนั่งสมาธิ