ตอนที่ 501
ตอนที่501 อาสะใภ้
October 31, 2026
โจวเสาจิ่นอดแลกเปลี่ยนสายตากับเฉิงฉือไม่ได้ เฉิงฉือเอ่ยถามว่า “เจ้ายังได้ยินอะไรมาอีก” เวลาที่ฝานฉีอยู่ต่อหน้าเฉิงฉือมักจะรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้ว จึงตอบว่า “ข้าได้ยินมาว่า เขาบอกว่าตนเองเป็นซิ่วไฉตกอับ ไม่มีเงินกลับบ้าน อยากขอทํางาน เป็นอาจารย์สอนหนังสือตามบ้านหรือไม่ก็เสมียนบัญชีทํานองนั้น บังเอิญตระกูลนั้นขาดเสมียน บัญชีคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาโน้มน้าวพวกเขาอย่างไร ทั้งไม่มีผู้รับรองหรือมีคนรู้จักแนะนํา ก็ได้เป็น เสมียนบัญชีของตระกูลนั้น” เฉิงฉือเลิกคิ้วขึ้น เรียกไหวซานเข้ามา แล้วกล่าวว่า “เจ้าไปเขียนสัญญาซื้อขายตัวมาใบ หนึ่ง ให้ฝานฉีนําทางรุดไปหว่านผิง แล้วบอกว่าเฉิงลู่ผู้นั้นเป็นบ่าวไพร่หลบหนีที่ขโมยทรัพย์สิน ของตระกูลพวกข้า แจ้งทางการให้จับกุมเขาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้! ฝานฉีเหลือบมองเฉิงฉือครั้งหนึ่ง แล้วชําเลืองมองโจวเสาเจิ่น จากนั้นก็มองไหวซาน ทั้ง สามคนต่างมีสีหน้าท่าทางเป็นปรกติ ก็อดสั่นเทิ้มไม่ได้ รีบตามไหวซานออกไป เฉิงฉือรู้ว่าโจวเสาจิ่นจะไม่เอ่ยแย้งเขา แต่เขายังกังวลว่าโจวเสาจิ่นจะรับไม่ได้อยู่บ้าง กล่าวว่า “ในเมื่อพวกเราตัดสินใจจะจัดการเขาแล้ว ก็ห้ามใจอ่อนสังเล…” โจวเสาจิ่นไม่รอให้เขาพูดจบก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วกล่าวว่า “ข้าทราบเจ้าค่ะ! ความคิด ของเขาผู้นี้ชั่วช้าเกินไป หากพวกเราปล่อยเขาไป ก็เท่ากับปล่อยเสือเข้าป่า ไม่รู้ว่าวันใดเขาจะแว้ง กัดพวกเรา ความเมตตาชั่วครู่ชั่วคราวของพวกเรา นอกจากจะทําให้มีชีวิตอยู่อย่างไม่สงบสุขแล้ว เกรงว่ายังจะนําพาปัญหามาสู่ตนด้วยเจ้าค่ะ”
4661
เฉิงฉือรู้สึกชื่นใจยิ่งนัก ยิ้มพลางหอมแก้มโจวเสาจิ่น “นึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยของข้าเฉลียว ฉลาดถึงเพียงนี้!” โจวเสาจิ่นหน้าแดงเรื่อ ช่วงนี้เฉิงฉือมักจะประเดี๋ยวก็จูบหน้านาง ประเดี๋ยวก็จูบมือนางอย่างนี้ ทั้งมีความคะนึง หาและอบอุ่น ทําให้นางไม่เพียงชื่นชอบแต่รู้สึกอาวรณ์ ทว่าเหตุการณ์กลับไม่ดําเนินไปอย่างราบรื่นสักเท่าใด ตอนกลางคืนไหวซานรีบเร่งกลับมาหน้าดําครํ่าเคร่งเล็กน้อย กล่าวว่า “ไม่พบตัวเฉิงลู่ ขอรับ เป็นไปได้ว่าตอนที่ฝานฉีสะกดรอยตามเขา เขาอาจจะรู้ตัว เช้าตรู่วันนี้ก็ไม่พบตัวเขาแล้ว นอกจากเสื้อผ้ากันหนาวกับเงินที่เขาเก็บหอมรอมริบแล้ว พวกชุดเครื่องเขียนทั้งสี่กระทั่งรองเท้า ถุงเท้าเก่าสองสามคู่ล้วนมิได้เอาไปด้วย ตอนที่พวกข้าไปแจ้งคนจากตระกูลนั้นยังไม่เชื่อ จวบจน ตอนบ่ายเมื่อเขามิได้กลับมาคนจากตระกูลนั้นจึงไปตรวจค้นหีบหับ ว่ากันว่าพบเงินหายไปสิบ ยี่สิบเหลี่ยงขอรับ” ฝานฉีรู้สึกเต็มไปด้วยความละอาย คอตกลงมาตํ่าถึงอกแล้ว โจวเสาจิ่นปลอบโยนเขาว่า “ไม่เป็นไรๆ อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าอยู่ที่จิงเฉิงต่อไปไม่ได้แล้ว ขอ เพียงเขาอยู่ห่างไกลจากพวกเรา และไม่สร้างปัญหาให้ก็ได้แล้ว!” เฉิงฉือเห็นว่าเขาเป็นบ่าวที่ติดตามมาจากบ้านเดิมของโจวเสาจิ่น อีกทั้งฝานฉีเป็นเพียง คนสามัญธรรมดาคนหนึ่ง จึงไม่ได้ต่อว่าฝานฉี แต่พยักหน้าให้เล็กน้อยด้วยสีหน้าอ่อนโยนพลาง กล่าวกับฝานฉีว่า “ต่อไปให้ระวังเอาไว้ก็พอแล้ว เจ้าลงไปวาดภาพเหมือนของเฉิงลู่กับไหวซาน ข้า จะให้พวกลูกน้องจับตาดูเอาไว้ก็แล้วกัน”4662
ฝานฉียินดีปรีดายิ่งนัก ถอยออกไปกับไหวซานด้วยความรู้สึกดีที่ความผิดได้รับการอภัย แล้ว เฉิงฉือก็กําชับนางว่า “ทวนในที่แจ้งหลบง่าย เกาทัณฑ์ในที่ลับต้านยาก ต่อไปเวลาที่เจ้า ออกไปข้างนอกต้องระวังตัวสักหน่อย ทางที่ดีพาซางมามาไปด้วย”หลักจากที่ได้เห็นทักษะวิทยายุทธ์ของซางมามา โจวเสาจิ่นย่อมรับคําในทันทีเป็นธรรมดาทางด้านซอยซิ่งหลินก็ส่งคนมามอบเทียบเชิญ บอกว่าเฉิงสวี่จะแต่งงานแล้ว ขอเชิญโจวเสาจิ่นไปช่วยจัดเตรียมงาน ทว่าผู้ที่นําความมาแจ้งก็กล่าวอีกว่า “ฮูหยินบอกว่า ทุกอย่างล้วนต้องทําให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพึงพอใจ หากว่าฮูหยินผู้เฒ่ามีธุระอะไร ฮูหยินสี่ก็ช่วยทําธุระให้ฮูหยินผู้เฒ่าก่อนแล้วกันนะเจ้าคะ!”กล่าวไปกล่าวมาเพียงแค่กลัวว่าหากไม่เชิญโจวเสาจิ่นคนอื่นจะหาว่าพวกนางพี่สะใภ้น้องสะใภ้ไม่รักใคร่ปรองดองกัน แต่ถ้าหากเชิญโจวเสาจิ่นไปในใจกลับยอมไม่ได้จริงๆ ก็เท่านั้นโจวเสาจิ่นรู้สึกไม่พอใจหยวนซื่อไม่อยากให้นางไป นางยังกังวลว่าไม่มีข้ออ้างที่ไม่ไปอยู่พอดี!“เจ้ากลับไปแจ้งฮูหยินว่า ขอบคุณนางที่เข้าอกเข้าใจ ทางด้านฮูหยินผู้เฒ่านี้ก็มิอาจปลีกตัวออกไปได้เลยจริงๆ ข้าก็ไม่ไปช่วยงานแล้วกัน” นางกล่าวกับบ่าวหญิงที่มาแจ้งความอย่างอบอุ่นว่า “ประเดี๋ยวตอนที่เจ้าสาวใหม่มาคารวะฮูหยินผู้เฒ่ากัวข้าจะมอบของขวัญแรกพบแก่เจ้าสาวใหม่พร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็แล้วกัน”นางไม่อยากให้ตนไปใช่หรือไม่เช่นนั้นนางก็จะไม่ไปแล้วกัน4663
บ่าวหญิงคนนั้นได้ยินแล้วก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา คิดว่าทําไมตนถึงได้โชคร้ายขนาดนี้ต้องมารับงานที่ยากถึงเพียงนี้ ฮูหยินให้ฮูหยินสี่ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยู่ที่นี่ ฮูหยินสี่ก็บอกว่าตอนที่เจ้าสาวใหม่แนะนําตัวให้ญาติๆ รู้จักนางก็ไม่ไปแล้ว หากว่าเจ้าสาวใหม่มาโขกศีรษะแนะนําตัวให้แก่ฮูหยินผู้เฒ่ากัว นางก็จะมอบของขวัญแรกพบ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องมานับญาติกันแล้ว!ไม่คาดคิดว่าฮูหยินสี่ที่ดูอ่อนแอบอบบาง กลับมิใช่ผู้ที่ปล่อยให้บีบเคล้นตามอําเภอใจได้คนหนึ่งผู้ที่น่าสงสารที่สุดยังคงเป็นนางอยู่ดี ถ้อยคําของฮูหยินใหญ่เป็นคําพูดปากเปล่า ถ้อยคําของฮูหยินสี่ก็เป็นคําพูดปากเปล่าเช่นกัน ถึงตอนนั้นฮูหยินสี่ไม่ไปร่วมงานแต่งงานทางด้านโน้นบรรดาเครือญาติเหล่านั้นจะต้องซักถามเป็นแน่ บางทีฮูหยินใหญ่อาจจะผลักตนออกไปรับหน้านางทั้งมิอาจกล่าวถ้อยคําของฮูหยินใหญ่ออกมาได้และมิอาจพูดถ้อยคําของฮูหยินสี่ออกมาได้เช่นกัน ถึงเวลานั้นมิใช่ว่านางจะกลายเป็นคนตีสองหน้าคนหนึ่งแล้วหรอกหรือบ่าวหญิงผู้นั้นรับคําอย่างนอบน้อม แล้วถอยออกไปอย่างอกสั่นขวัญแขวนชุนหว่านที่ฟังอยู่ข้างๆ โมโหโทโสยิ่งนัก บ่าวหญิงผู้นั้นเพิ่งจะก้าวออกไปพ้นประตู นางก็กล่าวไล่หลังว่า “ฮูหยินหยวนนี่เป็นอะไรไปเจ้าคะ ถ้าหากคนอื่นถามขึ้นมาพวกเราจะตอบอย่างไร”โจวเสาจิ่นจิบนํ้าชาอย่างไม่ช้าไม่เร็วพลางกล่าวว่า “มีอะไรที่พูดออกไปไม่ได้หรือ ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่กับพวกเราทางนี้ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ ข้าอยู่ที่นี่ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าใครก็หาความผิดกับข้าไม่ได้แม้ข้อเดียว ต่อให้มีความผิด นั่นก็เป็นงานแต่งงานบุตรชายของนาง นางไม่กลัวเสียหน้า ข้ามีอะไรต้องกลัวด้วยเล่า!”ชุนหว่านครุ่นคิดแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล อดหัวเราะคิกขึ้นมาไม่ได้4664
โจวเสาจิ่นแลมองนางทีหนึ่ง พลางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เอาละๆ พวกเราไปหาฮูหยินผู้เฒ่ากันต้องบอกเรื่องนี้ให้นางรู้สักหน่อย ไม่อย่างนั้นนางจะคิดว่าข้าไม่อยากไปช่วยงาน!”แล้วคิดว่านางยังถือโทษโกรธเคืองเฉิงสวี่อยู่ชุนหว่านยิ้มร่าพลางตอบว่า “เจ้าค่ะ” แล้วช่วยโจวเสาจิ่นผัดหน้าแต่งตัว จากนั้นก็ไปหาฮู